กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความคุุกกรุ่นที่กำลังแผดเผาอยู่กลางอกของศิลาลงได้เลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นจดจ้องร่างระหงของพิมพ์มาดาในชุดสูทเข้ารูปสีเพลิง
เธอยืนไขว่ห้างอยู่ริมกระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองลงไปยังตึกระฟ้าเบื้องล่างด้วยท่าทีที่นิ่งสงบจนน่ากลัว ราวกับว่าความเกรี้ยวกราดและสายตาตัดพ้อในอดีตของเขาเป็นเพียงแค่ลมผ่านแล้งๆ ที่ไม่มีค่าอะไรให้ใส่ใจ
"คุณไม่ควรพาตัวเองเข้ามาอยู่ในเกมนี้แต่แรก พิมพ์... มันอันตรายเกินกว่าที่คุณคิด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันเสียจนแทบหายใจไม่ออก
ศิลาก้าวเท้าเข้าไปประชิด ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันที่เคยใช้สยบคนมานับไม่ถ้วนในโลกธุรกิจ ทว่าวันนี้... กำแพงความหยิ่งผยองเหล่านั้นกลับพังทลายลงเหลือเพียงความเวิ้งว้างในใจ เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เคยอยู่ใต้เงาของเขาคนนี้ ได้เติบโตจนแข็งแกร่งเกินกว่าที่มือคู่นี้จะเอื้อมไปบดขยี้ได้อีกต่อไปแล้ว
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอค่อยๆ หมุนตัวกลับมาสบตาคมคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน
"อันตรายเหรอคะคุณศิล?... หรือว่าคุณกลัวกันแน่" เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาบ้าง ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับความเคร่งเครียด "กลัวว่าผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี จะลุกขึ้นมาทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของฉัน... แบบนั้นมากกว่ามั้งคะ"
ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าต้นแขนเรียวเพื่อดึงเธอเข้าหาด้วยความอัดอั้นตันใจ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับเนื้อผ้า ร่างของพิมพ์มาดาก็ถูกดึงรั้งให้ถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยมือของใครอีกคนหนึ่งเสียก่อน
"ดูเหมือนว่าคุณศิลาจะลืมมารยาทพื้นฐานในการให้เกียรติสุภาพสตรีไปเสียสนิทเลยนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มกังวานและเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นดังแทรกขึ้น รวิศ... ทนายหนุ่มคู่ปรับทางธุรกิจผู้กุมความลับและเป็นพันธมิตรคนสำคัญของพิมพ์มาดา ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่อย่างจงใจ ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำมะหยี่
ศิลาหันขวับไปมองหน้าคู่ปรับตัวฉกาจ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
"เรื่องนี้มันไม่ใช่ธุระกะความอะไรของคุณ รวิศ... ถอยไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
"โอ๊ะ... อย่าเพิ่งใช้อารมณ์เป็นนายเหนือเหตุผลเลยครับคุณศิลา" รวิศกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ ผิดกับบรรยากาศรอบตัว พรางเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของพิมพ์มาดาไว้อย่างถือวิสาสะ "ในฐานะที่ผมเป็นทั้งที่ปรึกษาทางกฎหมายและ... คนที่ดูแลหัวใจของพิมพ์ในตอนนี้ ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะปกป้องเธอจากคนที่เคยทำร้ายเธออย่างไร้ความปรานี"
คำว่า *"คนที่ดูแลหัวใจของพิมพ์"* พุ่งกระแทกเข้ากลางใจของศิลาอย่างจัง ราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่ทันจะตกสะเก็ด ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ตามมาด้วยความหึงหวงและโทสะที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
ศิลาพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อสูทของรวิศทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น แรงปะทะทำให้รวิศเซถอยหลังไปเล็กลง แต่รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของทนายหนุ่มกลับยิ่งทำให้ศิลาแทบคลุ้มคลั่ง
"แกไม่มีสิทธิ์..." ศิลาคำรามต่ำชิดริมฝีปาก ดวงตาสแดงก่ำด้วยความหึงหวง "ปล่อยมือจากเธอ!"
"หยุดเดี๋ยวนี้นะคะ! คุณศิลา!"
พิมพ์มาดาตวาดลั่น ห้องรับรองทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที เธอปัดมือของศิลาออกจากปกเสื้อของรวิศด้วยความรุนแรง ดวงตากลมโตฉายแววเกลียดชังและเด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด
"อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันในพื้นที่นี้อีก! ความสัมพันธ์ของเรามันจบลงตั้งแต่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นแล้วค่ะคุณศิลา!" คำพูดแต่ละคำของเธอเฉียบคมและเย็นชา บาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของอดีตสามีจนเขาต้องผงะถอยหลัง
ศิลายืนนิ่งงัน ลมหายใจหอบกระชั้น อกแกร่งกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพอดีตที่เขาเคยเย็นชาและผลักไสเธอย้อนกลับมาหลอนซ้ำราวกับกรรมตามสนอง และภาพรวิศที่ยืนเคียงข้างเธอในตอนนี้ คือหลักฐานชั้นดีว่าเขาได้สูญเสียเธอไปตลอดกาลแล้วจริงๆ
"คุณจะเสียใจ... พิมพ์" ศิลาเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก สายตาคมทอดมองเธอด้วยความร้าวรานที่ปิดไม่มิด "คุณจะเสียใจที่เลือกเดินไปกับไอ้สารเลวคนนี้"
"คนที่ควรเสียใจที่สุด... คือคุณต่างหากล่ะค่ะ" พิมพ์มาดากล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะผายมือไปยังประตู "เชิญค่ะ... ทางออกอยู่ตรงนั้น"
รวิศแย้มยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขายืนกอดอกมองศิลาที่กำลังเดินถอยหลังออกไปจากห้องด้วยสภาพจิตใจที่พังยับเยิน ทว่า... ก่อนที่ประตูห้องจะปิดลง สายตาของศิลากลับเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานของพิมพ์มาดาที่เปิดค้างไว้
ภาพถ่ายใบหนึ่งหลุดร่วงลงมาแตะพื้น...
มันคือภาพถ่ายของเด็กชายวัยราวๆ สามขวบที่มีดวงตากลมโตและโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์เดียวกัน พร้อมกับสำเนาสูติบัตรที่ระบุชื่อมารดาคือ "พิมพ์มาดา" อย่างชัดเจน
ศิลาชะביก้าวเท้าค้าง เสมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความเจ็บปวดและการเอาคืนนี้ด้วยกันนะคะ — เพลิงกุหลาบดำ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 14
คำเตือนจากอดีต
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!