ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 19

ความลับที่เธอซ่อนเร้น

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
“ถ้าคุณจะจ้องมองผมด้วยสายตาอาฆาตขนาดนั้น ผมเกรงว่าสัญญานี้คงไม่ได้ลงนามในชาตินี้หรอกนะครับ คุณศิลา” น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าแฝงความหยามหยันของ ‘รวิศ’ ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบในห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์หินอ่อน รวิศขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย มือของเขาถือปากกาหมึกซึมราคาแพงวางลงบนแฟ้มเอกสาร ก่อนจะเอื้อมไปแตะไหล่ของ ‘พิมพ์มาดา’ ที่นั่งอยู่ข้างกายอย่างถือวิสาสะ “งานส่วนไหนที่มีปัญหาคะรวิศ พิมพ์ว่าเราพิจารณารายละเอียดตัวเลขของไตรมาสล่าสุดกันอีกนิดดีกว่า เดี๋ยวพิมพ์จัดการส่วนสรุปให้เอง” พิมพ์มาดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอไม่ได้ถอยห่างจากสัมผัสของทนายหนุ่ม แต่กลับเอนตัวเข้าไปใกล้เพื่อชี้จุดที่คลาดเคลื่อนในเอกสาร กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธออบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างคนทั้งสอง นั่นคือภาพที่ ‘ศิลา’ เห็นเมื่อเขาผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอการอนุญาต ดวงตาคมกริบของมหาเศรษฐีหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่ได้เดินเข้ามาด้วยท่าทางสุขุมอย่างที่เคยเป็น แต่กลับพุ่งตรงเข้ามากระชากเก้าอี้ที่พิมพ์มาดานั่งอยู่อย่างแรงจนเสียงขาไม้ครูดกับพื้นหินอ่อนดังแสบแก้วหู “ออกไป!” ศิลาตวาดเสียงต่ำ บรรยากาศรอบกายเขาราวกับพายุที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า พิมพ์มาดาเซถลาไปปะทะกับแผงอกของรวิศที่ลุกขึ้นรับไว้อย่างทันท่วงที ท่าทางของทั้งคู่ดูราวกับคู่รักที่กำลังปกป้องกันและกันในสายตาของศิลา หัวใจของคนตัวโตสั่นไหวด้วยความหึงหวงที่เขาสาบานได้ว่าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่แค่ความไม่พอใจ แต่มันคือความแค้นเคืองที่ผู้หญิงคนนี้—คนที่เคยเป็นสมบัติของเขา—กำลังทำตัวเป็น ‘ของหวาน’ ของศัตรู “คุณศิลาคะ นี่มันห้องทำงานของฉัน และนี่ก็เป็นเวลาทำงานของเรา” พิมพ์มาดาผละออกจากรวิศ สายตาของเธอเย็นชาและว่างเปล่า ไม่มีความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่อีกต่อไป “ถ้าคุณไม่มีธุระสำคัญ กรุณาเชิญค่ะ” “ธุระเหรอ? หึ!” ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมด้วยความมั่นใจบัดนี้ดูเปราะบางและบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “เธอคงลืมไปแล้วว่าที่นี่คือบ้านของฉัน และกฎของที่นี่—ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!” เขาก้าวเข้าไปใกล้พิมพ์มาดา บีบต้นแขนของเธอแน่นจนขึ้นรอยแดง นิ้วหัวแม่มือที่สั่นเทาไล้ไปตามผิวเนียนละเอียดนั้นด้วยสัมผัสที่เจือไปด้วยความโหยหาอย่างปิดไม่มิด “ชอบนักใช่ไหม? การแสดงละครน้ำเน่ากับไอ้ทนายชั้นต่ำนี่” “คำก็ทนาย สองคำก็ชั้นต่ำ” รวิศก้าวออกมาประจันหน้า น้ำเสียงเขายังคงนิ่งสงบแต่แฝงด้วยความเฉียบคม “คุณศิลาครับ ความหึงหวงมันเป็นเครื่องพิสูจน์ความด้อยค่าของลูกผู้ชายได้ดีที่สุดนะครับ ยิ่งคุณพยายามทำลายเธอเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งผลักให้เธอห่างออกไปเท่านั้น” ศิลาปล่อยมือจากพิมพ์มาดาพลางหอบหายใจหนักๆ เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจมน้ำ ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังกำลังถูกทำลายลงทีละน้อย ความลับที่เขาเคยเก็บไว้ในใจเกี่ยวกับ ‘รอยร้าว’ ในความสัมพันธ์ครั้งเก่ากำลังจะระเบิดออกมา “เธอเป็นของฉัน” ศิลาพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “เธอเป็นเมียของฉัน…” “อดีตเมียค่ะ” พิมพ์มาดาสวนกลับทันควัน เธอก้าวถอยหลังไปหยุดข้างรวิศ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มสั่นไหวของอดีตสามี “คำว่า ‘ของ’ ที่คุณใช้ มันไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับฉันในตอนนี้ เพราะคุณเป็นคนทำลายมันเองกับมือ… ในวันที่คุณเลือกจะทอดทิ้งฉันไว้กับความว่างเปล่า” ภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด เสียงลมหายใจของคนทั้งสามดูราวกับเสียงฟ้าร้อง พิมพ์มาดาเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งขึ้นมาวางตรงหน้าศิลา “นี่คือเอกสารที่ฉันต้องการให้คุณเซ็น” ศิลามองซองเอกสารนั้นด้วยความระแวง ก่อนจะรับมาเปิดออก มือที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพถ่ายหลายใบที่ร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะ มันไม่ใช่แค่เอกสารธุรกิจ แต่เป็นภาพถ่ายของสถานสงเคราะห์แห่งหนึ่งในต่างจังหวัด และภาพของเด็กน้อยคนหนึ่งที่มีโครงหน้าชัดเจนเหลือเกิน… โครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน! ความเงียบเข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด ศิลาหน้าซีดเผือด สายตาเขาไล่ดูภาพถ่ายเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจของเขาเหมือนถูกกระชากออกจากอก “พิมพ์… นี่มันอะไรกัน?” เขาถามเสียงแผ่ว ความเย่อหยิ่งทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี พิมพ์มาดาเดินไปหยุดอยู่เบื้องหลังเขา กระซิบผ่านม่านผมที่ปิดบังใบหน้าด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและเฉียบขาดกว่าครั้งไหนๆ “นั่นคือความลับที่ฉันซ่อนเร้นมาตลอดสามปีศิลา… เด็กคนนั้นไม่ใช่แค่ลูกที่เกิดจากฉัน แต่มันคือสิ่งเดียวที่พิสูจน์ว่า ‘ทัณฑ์สิเน่หา’ ที่คุณเคยก่อไว้ มันมีชีวิตและลมหายใจ และวันนี้… คุณต้องเลือกว่าจะเซ็นยอมรับความพ่ายแพ้ หรือจะสูญเสียทุกอย่างที่เหลืออยู่ไปพร้อมกับความจริงที่ผมไม่มีวันให้อภัย!” ศิลาหยิบภาพถ่ายขึ้นมา มือของเขาแตะไปที่ใบหน้าของเด็กในรูปอย่างสั่นระริก ความทรงจำในคืนที่เขาทิ้งเธอไปพรั่งพรูเข้ามาเหมือนมีดกรีดใจ ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงตัวตนของเด็กคนนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ เมื่อเธอกดรับแล้วปลายสายพูดเพียงประโยคเดียว ศิลาถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น—เพราะนั่นคือเสียงของเด็กน้อยที่เรียกเธอว่า ‘แม่’ และตามด้วยเสียงของใครบางคนที่เขาคุ้นเคยดีที่สุดกำลังเดินเข้ามาในห้องนี้! - รักนะคะ - - เพลิงกุหลาบดำ -
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%