ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 18

ความอ่อนแอที่ห้ามใจไว้

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
ความเงียบงันภายในห้องพักวีไอพีของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับอัดแน่นไปด้วยมวลอากาศที่ร้อนระอุและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับมานานแรมปี ร่างสูงใหญ่ของศิลาแนบชิดติดกับแผ่นหลังบางของพิมพ์มาดาอย่างแนบแน่น จนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วดั่งกลองเพล ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้ขนลุกเกรียว ฝ่ามือหนาที่เคยหยิ่งผยองและผลักไสเธออย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามที่โอบกอดเอวคอดกิ่วไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ "พิมพ์..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบแนบใบหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอน ร้อนรุ่ม และเจือความเจ็บปวดที่เธอจำได้ดี "มองหน้าฉัน... ได้โปรด" พิมพ์มาดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เปลือกตาสีมุกปิดลงชั่วขณะเพื่อซ่อนประกายความไหววับในดวงตา เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติสัมปชัญญะทั้งหมดกลับคืนมา กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นมัสก์ผสมผสานกับความเย็นชาที่เธอเคยหลงใหลและเจ็บปวด บัดนี้กำลังหลอมละลายประสาทสัมผัสของเธอทีละน้อย ความโหยหา... เป็นสิ่งน่ากลัวที่สุดสำหรับผู้หญิงที่เคยถูกเหยียบย่ำหัวใจ ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีមុន รสจูบอันดุดันแต่เปี่ยมด้วยความโหยหาของเขาเกือบจะพังทลายกำแพงน้ำแข็งที่เธียรสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก ริมฝีปากที่บดbขยี้ลงมาไม่ได้มีเพียงความเอาแต่ใจเหมือนในอดีต หากแต่เต็มไปด้วยความสำนึกผิด ความโหยหา และแรงปรารถนาอันลึกล้ำที่ศิลาพยายามปฏิเสธมันมาตลอดหลายเดือน มือใหญ่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวคอดผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้ร่างกายของพิมพ์มาดาสั่นสะท้าน เธอเผลอแอ่นกายรับสัมผัสโดยสัญชาตญาณ ปฏิกิริยาทางร่างกายที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกยิ่งทำให้ศิลาได้ใจ ใบหน้าคมคายซุกซอกลงที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยสีKusum จางๆ สติสัมปชัญญะของพิมพ์มาดาพร่าเลือนลงทุกที... รสชาติของความสัมพันธ์เก่าที่คุ้นเคยกำลังดึงเธอดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาที่ยากจะต้านทาน *เพียะ!* เสียงฝ่ามือกระทบแก้วหน้าคมคายดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ ศิลาชะงักกึก ร่างสูงผละถอยออกห่างเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ดวงตาคมกริบมองภรรยาเก่าด้วยความเจ็บปวดและไม่เข้าใจ พิมพ์มาดายืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม แววตาที่มองเขากลับมาไม่ได้มีความเคลิบเคลิ้มหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความแข็งกร้าว เย็นชา และสมเพชระคนกัน เธอยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองแรงๆ ราวกับต้องการลบ "คุณคิดจะทำอะไร ศิลา?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นเยียบ แต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยยาพิษ "พิมพ์..." ศิลาครางชื่อเธอออกมาด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำ "ฉันรู้... ฉันรู้ว่าฉันมันเลว ฉันทำร้ายเธอไว้มากแค่ไหน แต่เธอเองก็ยัง... ร่างกายเธอมันบอกฉันว่าเธอยังต้องการฉัน พิมพ์ เรายังมีความรู้สึกนั้นให้กันอยู่ ทำไมต้องปฏิเสธหัวใจตัวเอง?" "หัวใจตัวเองเหรอ?" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความขื่นขม เธอก้าวถอยหลังออกห่างจากเขาจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจก เย็นเยียบ แต่ก็ยังอุ่นกว่าความไร้หัวใจของเขา "คุณเอาอะไรมาพูดว่าฉันต้องการคุณ ศิลา? ความใคร่เหรอ? หรือความเหงาที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้เพราะไม่มีใครยอมก้มหัวให้คุณเหมือนแต่ก่อน!" "ไม่ใช่แค่นั้น!" ศิลาก้าวเข้ามาประชิดอีกครั้งด้วยความร้อนรุ่ม ดวงตาคู่นั้นฉายแววว้าเหว่จนน่าตกใจ "ตั้งแต่ไม่มีเธอ... บ้านหลังนั้นมันก็ว่างเปล่า ฉันมองไปทางไหนก็เจอแต่เงาของเธอ ฉันนอนไม่หลับ พิมพ์... ฉันทรมานแทบคลั่ง ทุกครั้งที่เห็นเธอatงานกับรวิศ หัวใจฉันมันแทบจะระเบิดด้วยความหึงหวง นั่นไม่ใช่แค่ความใคร่ แต่มมันคือความรัก... ฉันรักเธอ!" คำว่า "รัก" จากปากของผู้ชายที่เคยบอกว่าการแต่งงานของเราเป็นแค่ "ธุรกิจไร้สาระ" ไม่ต่างอะไรจากลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งเข้าปักอก พิมพ์มาดายืนนิ่ง ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งแต่เธอสะกดกลั้นมันไว้ได้อย่างรวดเร็ว "คำว่ารักของคุณมันราคาถูกเกินไป ศิลา" เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ในวันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจ ในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณไล่ออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา คุณอยู่ที่ไหน? ในวันที่ฉันต้องเผชิญกับความตายบนเตียงคลอดโดยไม่มีคุณอยู่เคียงข้าง คุณไปกกอยู่กับผู้หญิงคนไหน?" ร่างของศิลาชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า สีหน้าของเขาซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "ลูกของเรา" หลุดออกมาจากปากเธอ "พิมพ์... ลูก..." เสียงของเขาสั่นพร่า ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนความหวัง "ลูกของเรา... หมายความว่ายังไง? ลูกของเรายัง...?" "สายไปแล้วค่ะ" พิมพ์มาดาตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด ไร้เยื่อใย เธอจ้องลึกลงไปในดวงตาที่กำลังตื่นตระหนกของอディตสามี "เด็กคนนั้นตายไปแล้ว... ตายไปพร้อมกับความรักที่โง่เขลาของผู้หญิงชื่อพิมพ์มาดาคนเดิม!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก ศิลารู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่หน้าอกจนแตกละเอียด เขาอยากจะเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอมากอดไว้ แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น พิมพ์มาดาใช้จังหวะที่เขากำลังช็อกกับความจริง เบี่ยงตัวเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงใหญ่ไปหยิบกระเป๋าหนังราคาแพงขึ้นมาสะพายไหล่ เธอยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องสูท หันกลับมามองอดีตสามีที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างอะไรจากซากปรักหักพังทางจิตใจ "จำไว้นะคะ ศิลา..." เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์ "ความอ่อนแอเมื่อกี้... เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้เห็นจากฉัน ต่อจากนี้ไป... เตรียมตัวรับมือกับการเอาคืนที่สาสมจากผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำได้เลยค่ะ" พูดจบ พิมพ์มาดาก็หมุนตัวเปิดประตูก้าวออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ศิลายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของห้องพักที่บัดนี้เหลือเพียงความหนתเหน็บและกลิ่นอายจางๆ ของเธอ มือหนายกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ ความรู้สึกผิดและสำนึกบาปถาโถมเข้าใส่จนเขาแทบยืนไม่อยู่ ศิลาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี น้ำลูกผู้ชายไหลรินอาบแก้วเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี... ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่บนพื้นก็ดังขึ้น ศิลาเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ข้อความจากนักสืบส่วนตัวที่เขาจ้างวานให้ตรวจสอบประวัติของพิมพ์มาดาอย่างลับๆ ส่งภาพถ่ายไฟล์เอกสารบางอย่างมาพร้อมกับแคปชันสั้นๆ ที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ *ภาพถ่ายใบสูติบัตรและประวัติการรักษาของเด็กชายวัยสี่ขวบ... ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน!* - รักนะคะ - - เพลิงกุหลาบดำ -
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%