ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 23

กับดักของคนโง่เขลา

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
“เซ็นชื่อลงไปสิคะ คุณศิลา... อนาคตของอาณาจักร ‘ศิลาภัทร’ ที่คุณหวงแหนนักหนา กำลังรอคอยลายเซ็นนี้อยู่” เสียงหวานทุ้มที่เจือด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นในห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ กลิ่นอายของความพ่ายแพ้ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นกาแฟราคาแพงที่เย็นชืด บนโต๊ะประชุมหินอ่อนสีดำสนิท เอกสารสัญญาซื้อขายหุ้นนับล้านหุ้นกางแผ่หรา ร่างสูงสง่าของศิลานั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหิน มือหนาที่เคยทรงอำนาจและบันดาลความร่ำรวยให้ใครต่อใคร บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามถือปากกาหมึกซึมราคาแพง ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งผยองและเยาะเย้ยพิมพ์มาดามาตลอดหลายปี บัดนี้มีแต่รอยร้าวลึก สายตาของเขาเงยขึ้นมองอดีตภรรยา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ค่าในคฤหาสน์หินอ่อน ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี ทว่าในวันนี้ เธอกลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าในฐานะประธานบริหารคนใหม่ของกองทุนต่างชาติคู่แข่ง ที่เข้ามาฮุบกิจการของตระกูลเขาอย่างไร้ทางสู้ ศิลาหัวנסในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินขั้วหัวใจ “เธอวางแผนเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วพิมพ์... ตั้งแต่วันที่เราหย่ากัน หรือตั้งแต่วันที่เราแต่งงานกันแน่?” พิมพ์มาดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือความสะใจขั้นสุดที่ได้รับการชำระแค้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี “นานพอที่จะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงคำว่า ‘สูญเสียทุกอย่าง’ ไงคะคุณศิลา... สิ่งที่คุณทำกับฉันไว้ มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่ฉันกำลังมอบให้คุณในตอนนี้” ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รวิศ ทนายความหนุ่มมือฉกาจและพันธมิตรคนสำคัญของพิมพ์มาดา ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เกมธุรกิจบทนี้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ ศิลาพลาดท่าติดกับดักทางธุรกิจที่พิมพ์มาดาบรรจงร้อยเรียงทีละก้าวอย่างแยบคาย ตึกสูง หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และชื่อเสียงตระกูลเก่าแก่ ร่วงหล่นสู่มือของอดีตภรรยาที่เขาเคยขับไล่ออกไปอย่างไม่ใยดี ทว่า... เมื่อประตูห้องประชุมปิดลงและความมืดมิดของราตรีกาลมาเยือน เกมที่แท้จริงหาได้จบลงที่ห้องประชุมไม่ คฤหาสน์หินอ่อนหลังใหญ่ที่เคยไร้เสียงหัวใจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดเป็นจุล ศิลาไม่ได้กลับไปที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา แต่เขากลับเลือกที่จะมาดักรอพิมพ์มาดาที่นี่—สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นเพียง “ภรรยาไร้ค่า” ผู้รอคอยเขาอย่างโดดเดี่ยว ร่างบางก้าวเข้ามาในห้องรับแขกส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมระย้าส่องกระทบใบหน้าเรียบเฉยที่ยังคงความงดงามเย้ายวนใจ เธอยังไม่ทันได้ถอดเสื้อคลุมโค้ทออกด้วยซ้ำ แขนแกร่งของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาควחוเอวบางไว้ด้วยแรงอารมณ์ที่ดิบเถื่อน ก่อนที่เธอจะถูกกระชากเข้าหาแผ่นอกกว้างอย่างแรงจนลมหายใจสะดุด “ปล่อยนะคะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!” พิมพ์มาดาตื่นตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่แววตาจะกลับมาแข็งกร้าว เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่แรงมหาศาลของศิลากลับพันธนาการเธอไว้ราวกับกรงเหล็ก “ใช่... ฉันมันบ้าไปแล้ว!” ศิลาคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดพวงแก้มเนียน “เธอคิดว่าชนะฉันแล้วใช่ไหมพิมพ์มาดา? คิดว่ากระดาษไม่กี่แผ่นกับบริษัทที่เธอแย่งไป จะทำให้เธอกลบฝังฉันลงหลุมได้จริงๆ งั้นเหรอ?” “ตื่นจากฝันเสียทีเถอะค่ะคุณศิลา! สิ่งที่คุณสูญเสียมันคือผลกรรมที่คุณก่อไว้กับฉันต่างหาก!” เธอกัดฟันกรอด พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยพิษสงนี้ “กรรมงั้นเหรอ...” ศิลาแค่นหัวเราะ นัยน์ตาสสีดำสนิทลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและโทสะที่ผสมปนเปกันจนน่ากลัว มือหนาเลื่อนขึ้นบีบคางอ้อยอิ่ง บังคับให้เธอกลับมาสบตาเขา “ในเมื่อเธออยากได้บริษัทของฉันนัก ฉันก็จะยึดตัวเธอคืน... ในฐานะที่เธอเป็นของฉันมาตลอด!” ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความเจ็บปวด และความโหยหาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงที่เธอเป็นคนจุดขึ้นมาเอง รสจูบนั้นทั้งดุดันและเรียกร้อง ลากยาวความวาบหวามจนเรียวปากนุ่มเจ็บแปลบ แต่ทว่า... ลึก ภายในความเร่าร้อนที่ปะทะกันนั้น ร่างกายของเธอกลับสั่นสะท้านด้วยแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์ที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด มือหนาฉีกทึ้งเสื้อคลุมและชุดทำงานของเธอออกอย่างไม่ใยดี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดภายใต้ชุดชั้นในลูกไม้สีดำสนิทที่ขับเน้นทรวดทรงอารมณ์ขันให้เด่นชัด ศิลาไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะไล่ระลงมาตามซอกคอขาวผ่อง ทิ้งรอยสีุ่กเข้มไว้แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างไร้ยางอาย “อื้อ… ปล่อยนะ… ศิลา…” เสียงหวานหลุดครางออกมาด้วยความสั่นพร่า เมื่อสัมผัสวาบหวามปลุกเร้าจุดอ่อนไหวในร่างกาย ร่างกายของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานนับปี ถูกความเร่าร้อนบนเตียงกว้างนี้สั่นคลอนจนแทบตั้งหลักไม่ไหว สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียน ส่งกระแสความเสียวซ่านวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ศิลาซุกใบหน้าลงกับเนินอกอิ่ม ปรนเปรอความปรารถนาด้วยความหิวกระหาย ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังสูญเสียอาณาเขตและต้องการยึดครองสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ พิมพ์มาดากลั้นหายใจ เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงครางที่น่าอับอาย แต่ทว่าทุกสัมผัส การสอดประสาน และลมหายใจหอบกระชั้นของเขากลับดึงเธอดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความสุกสมที่ยากจะต้านทาน ค่ำคืนนั้นในคฤหาสน์หินอ่อน เต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจ เสียงครางกระซิบที่เคล้าคลอไปกับหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นและความสุขสมอันบิดเบี้ยว ร่างสองร่างผสานเข้าหากันอย่างดุดัน เร่าร้อน และยาวนาน ราวกับต้องการทำลายล้างกันและกันให้แหลกคาอก ทว่า... ท่ามกลางความมืดมิดและคราบน้ำตาแห่งความเหนื่อยอ่อนในยามใกล้รุ่ง พิมพ์มาดาที่นอนหอบหายใจอยู่บนเตียงกว้าง พลางเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารของศิลาที่หล่นอยู่บนพื้น เอกสารบางแผ่นหลุดร่วงออกมา— มันคือเอกสารลับทางการแพทย์ และรูปถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบคนหนึ่ง... เด็กที่มีดวงตาคมกริบและริมฝีปากหยักลึกราวกับถอดแบบมาจากศิลาไม่มีผิดเพี้ยน! หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม พร้อมกับความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาแห่งการแก้แค้นกำลังจะถูกกระชากออกมาเปิดเผยในวินาทีนี้! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมแค้นที่เดิมพันด้วยหัวใจด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%