“คุณมีเวลาแค่สิบนาทีในการตัดสินใจ ศิลา ก่อนที่ความลับเรื่องการฟอกเงินในบริษัทลูกของคุณจะไปถึงโต๊ะพนักงานสอบสวนกลาง”
พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของศิลาหนาวเหน็บลงทันตา เธอไม่ได้ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ เพียงแค่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ซึ่งต่างจาก ‘พิมพ์มาดาคนเก่า’ ที่เคยคอยปรนนิบัติเขาอย่างเจียมตัวอย่างสิ้นเชิง
ศิลากำปากกาในมือแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแวววูบไหวระหว่างความโกรธแค้นกับความสิ้นหวัง เขาเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาที่บัดนี้สวยสง่าและร้ายกาจเกินกว่าจะคาดเดา
“เธอถึงกับยอมร่วมมือกับรวิศเพื่อทำลายฉันเชียวหรือ พิมพ์... ความแค้นมันทำให้เธอหน้ามืดตามัวจนลืมไปแล้วหรือว่าเราเคยเป็นอะไรกัน”
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เปี่ยมไปด้วยความสะใจ “คำว่า ‘เคย’ มันจบไปตั้งแต่วันที่ฉันเซ็นใบหย่าในห้องฉุกเฉินแล้วค่ะศิลา ตอนนี้สำหรับฉัน คุณก็แค่ลูกหนี้ที่ต้องชดใช้คืนให้กับความสูญเสียทั้งหมดที่ทำไว้กับชีวิตของฉัน”
เธอก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ช้าๆ ทรงพลัง ก่อนจะวางเอกสารชุดหนึ่งลงตรงหน้าเขา “ที่ดินผืนสุดท้ายที่คุณครอบครอง... อสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองที่พ่อคุณรักนักรักหนา ฉันต้องการมัน เพื่อแลกกับการปิดคดีนี้”
ศิลาชะงักไป ดวงตาที่เคยหยิ่งผยองสั่นไหวอย่างรุนแรง ที่ดินผืนนั้นคือมรดกชิ้นสุดท้ายที่เขามีสิทธิ์ในฐานะทายาทตระกูลใหญ่ หากเขาสูญเสียมันไป เขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนสิ้นไร้ไม้ตอกที่ไม่มีหลักประกันในธุรกิจอีกต่อไป
“เธอใจร้ายเกินไปแล้ว...” เขาพึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นพร่า
“ใช่ค่ะ ฉันใจร้าย” พิมพ์มาดาโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้หูเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอแตะจมูกเขาจนสติที่กักเก็บไว้แทบกระเจิง “เพราะคุณเป็นคนสอนให้ฉันรู้ว่า ความอ่อนโยนมันไม่มีค่าพอที่จะได้รับความเห็นใจจากคนอย่างคุณ”
ศิลาไม่ได้โต้ตอบ แต่เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงที่ไม่ได้ต้องการทำร้าย แต่เป็นแรงแห่งการโหยหาที่เขาก็ยังอธิบายตัวเองไม่ได้ เขาออกแรงดึงร่างบางเข้ามาจนเธอนั่งลงบนตักแกร่งของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นไอของความอัดอั้นทะลักออกมาจากแววตาของชายหนุ่ม
“ถ้าฉันยอม... ถ้าฉันเซ็นโอนที่ดินนั่นให้เธอ” เขาเว้นจังหวะ เสียงกระซิบแหบพร่าสั่นสะท้าน “เธอจะยอมให้โอกาสฉันบ้างไหม พิมพ์... โอกาสที่จะแก้ตัวในสิ่งที่เคยทำพลาดไป”
พิมพ์มาดานิ่งงัน หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะด้วยความรู้สึกที่เธอยังไม่อยากยอมรับ สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาของเธอทำให้กระแสไฟแห่งความต้องการพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ความเกลียดชังที่เธอสร้างเป็นเกราะป้องกันกำลังถูกรุกรานด้วยความใกล้ชิดที่คุ้นเคย
“คุณไม่มีค่าพอที่จะได้รับโอกาสนั้นหรอกค่ะ” เธอโต้ตอบทั้งที่เสียงสั่น
“งั้นลองดูสิ... ว่าร่างกายของเธอยังโกหกฉันได้เหมือนกับปากของเธอไหม”
ศิลาไม่รอคำอนุญาต เขาพลิกตัวเธอให้ขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักกว้าง มือหนึ่งประคองเอวคอดกิ่วไว้อย่างแน่นหนา อีกมือหนึ่งเชยคางมนขึ้น สัมผัสจากริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาด้วยความโหยหาและรุนแรง มันไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศศักดาและเรียกร้องสิทธิ์ที่เขาเคยสูญเสียไป
พิมพ์มาดาพยายามฝืนทน แต่แรงต้านทานของเธอกลับละลายหายไปกับรสสัมผัสที่คุ้นเคย ลิ้นร้อนที่แทรกซอนเข้ามาทำให้หัวใจของเธอเต้นเร่าด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน มือเล็กจิกทึ้งเส้นผมของเขาแน่นเป็นการประท้วงที่คลุมเครือ
เขาพาเธอสัมผัสถึงความเร่าร้อนที่แทบแผดเผาห้องทำงานหรูนี้ เสียงลมหายใจหอบกระเส่าประสานไปกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว สัมผัสจากมือของเขาที่เริ่มซุกซนสอดแทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้าทำให้เธอแทบสิ้นสติ ความเป็นชายที่บดเบียดเข้าหาสรีระนุ่มนิ่มทำให้ความแค้นในใจเธอกลายเป็นเพียงเรื่องไกลตัว ในวินาทีนี้... มีเพียงอารมณ์ดิบเถื่อนที่ทั้งสองฝ่ายโหยหา
ทว่า ในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงประตูก็ถูกเปิดผางออกโดยไม่มีการเคาะ
“คุณศิลาคะ มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็นลูกชายของคุณ... เขาบุกเข้ามาถึงที่นี่แล้วค่ะ!”
พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง เธอผลักศิลาออกห่างด้วยแรงทั้งหมดที่มี ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน มือไม้สั่นเทาขณะมองไปที่ประตูด้านหน้า เด็กน้อยอายุประมาณห้าขวบในชุดนักเรียนโรงเรียนนานาชาติก้าวเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ถอดแบบมาจากศิลาไม่มีผิดเพี้ยน
ศิลานิ่งงันไปเหมือนถูกสาป ดวงตาของเขามองเด็กชายคนนั้นสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของพิมพ์มาดา ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน
“พิมพ์...” เขาถามด้วยเสียงที่แทบไม่ได้ยิน “เด็กคนนี้... คือใคร”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนน่าอึดอัด พิมพ์มาดาได้แต่กัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด เมื่อความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ตลอดห้าปี บัดนี้ได้ปรากฏกายอยู่ตรงหน้าศิลาโดยที่เธอไม่มีโอกาสได้เตรียมตัว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและรสหวานของรอยแค้นครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ เพลิงกุหลาบดำขอบพระคุณจากใจค่ะ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 24
วันที่ศิลาต้องคุกเข่า
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!