ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 3

กำแพงที่ไร้ทางทะลุ

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
เสียงปิดประตูกระจกนิรภัยภายในห้องประชุมใหญ่ดังขึ้นเพียงเบาๆ ทว่ากลับก้องกังวานบาดลึกในความรู้สึกของคนทั้งสอง พิมพ์มาดาก้มลงจัดระเบียบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ราวกับว่าการปรากฏตัวของประธานกรรมการบริหารแห่งอาณาจักรศิลาศิวะ ไม่ได้สร้างความสั่นไหวใดๆ ให้กับหัวใจที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำจนแหลกสลายในอดีตเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบของศิลาจดจ้องมองใบหน้านวลเนียนที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นนั้นอย่างไม่วางตา ความทรงจำจากภาพถ่ายในซองเอกสารสีน้ำตาลเมื่อคืนยังคงกรีดลึกอยู่ในอก *เด็กคนนั้น... ลูกชายที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริง!* ภาพดวงหน้าจิ้มลิ้มที่มีร่องรอยโครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตนเองราวกับถอดแบบออกมา กำลังหลอนหลอนทุกอณูความคิดจนเขาแทบไม่มีสมาธิบริหารธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้าน "เราควรคุยเรื่องส่วนตัวกันเสียที พิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชา บัดนี้กลับเจือไปด้วยความสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่ชายหนุ่มไม่เคยแสดงให้ใครเห็น เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยกรุ่นเข้ามาในระยะประชิด รุกรานพื้นที่ส่วนตัวที่เธอสร้างกำแพงกั้นไว้อย่างแน่นหนา พิมพ์มาดายังคงนิ่งงัน เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามี รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยนั้นเลย มันเป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเจ็บปวดในอดิเรกที่เธอเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธ "เรื่องส่วนตัวหรือคะ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมถูกเอื้อnออกมาราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ดิฉันเกรงว่าเราไม่มีเรื่องส่วนตัวอะไรต้องสะสางกันอีกแล้วนะคะ ท่านประธานศิลา สถานะของเราสิ้นสุดลงตั้งแต่ศาลมีคำพิพากษาหย่าเมื่อสามปีก่อนแล้วค่ะ" ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีถูกทิฐิและความรู้สึกผิดรุมเร้าจนแทบแหลกสลาย มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้ามือเรียวบางที่กำลังรวบรวมเอกสารมากุมไว้ เพื่อถ่ายทอดความร้อนรุ่มและคำขอโทษที่จุกแน่นอยู่เต็มอก แต่พิมพ์มาดากลับชักมือหลบได้อย่างทันท่วงที ราวกับสัมผัสจากเขาคืองูพิษที่เธอไม่อยากเข้าใกล้แม้แต่นهاยใจ "อย่ามาแตะต้องตัวดิฉันค่ะ" เธอตอกกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง "ถ้าคุณไม่มีเรื่องเกี่ยวกับงานในวาระการประชุมนี้ ดิฉันขอตัวค่ะ พอดีดิฉันมีนัดประชุมกับคุณรวิศเรื่องกลยุทธ์การซื้อกิจการต่อ" ชื่อของ "รวิศ" ทำเอาศิลาถึงกับเลือดขึ้นหน้า ความหึงหวงและอีโก้ที่ถูกท้าทายพุ่งทะยานจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทนายหนุ่มคู่ปรับคนนั้นไม่เพียงแต่แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดไปจากเขา แต่กำลังพยายามก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่เคยเป็นของเขา... ทั้งเรื่องงานและหัวใจของอดีตภรรยา "เธอเอาผู้ชายคนนั้นมาขู่ฉันเหรอ พิมพ์มาดา!" ศิลาค้ำมือลงกับขอบโต๊ะโน้มตัวเข้าหาเธออย่างคุกคาม ดวงตาคมกริมแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอัดอั้น "ลูกของเรา... เธอคิดจะปิดบังเรื่องลูกกับฉันไปถึงไหน! เด็กคนนั้นเป็นสายเลือดของฉันนะ!" เมื่อความลับถูกเปิดเผยออกมาจากปากของเขาเอง พิมพ์มาดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไหวด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ว่าเขาจะแย่งแก้วตาดวงใจไปจากอ้อมอก แต่ภายนอกเธอกลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเย้ยหยัน รอยยิ้มนั้นบาดลึกหัวใจของคนฟังจนแทบกระอัก "ลูกเหรอคะ?" เธอย้อนถามเสียงสูง ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "วันที่ฉันอุ้มท้องเขาไปกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ วันที่คุณสั่งให้ฉันเซ็นใบหย่าแล้วไสหัวออกไปจากคฤหาสน์หลังนั้น คุณเคยจำได้ไหมคะว่าคำว่า 'ลูก' มีความหมายกับฉันแค่ไหน!" น้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าถูกเธอกลั้นไว้อย่างเด็ดเดี่ยว พิมพ์มาดาไม่ยอมให้หยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอไหลต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะผลักอกกว้างของเขาให้ออกห่างด้วยเรียี่ยวแรงทั้งหมดที่มี "เด็กคนนั้นไม่มีพ่อค่ะ... เขาเกิดมาจากผู้หญิงที่ถูกสามีทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี และตอนนี้ เขามีนามสกุลตามหลังแค่ 'พิมพ์มาดา' คนเดียวเท่านั้น ไม่มีทางที่คนอย่างคุณจะได้แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้วก้อย!" ศิลาเซถอยหลังไปสองก้าว แรงปะทะไม่ได้มาจากเรียี่ยวแรงของเธอ หากแต่มาจากความสะเทือนใจและสำนึกผิดที่โถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ เขามองอดีตภรรยาที่ยืนหยัดตระหง่านอยู่ตรงหน้า กำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกักขังเธอกลับกลายเป็นกำแพงเหล็กกล้าที่ย้อนกลับมาปิดกั้นไม่ให้เขามีสิทธิ์แม้แต่จะแก้ไขอดีต ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเคาะประตูก็รัวขึ้นอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขานุการส่วนตัวของเธอ พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโอบกอดขาของพิมพ์มาดา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นส่งเสียงใสแจ๋ว "คุณแม่ครับ... น้องกรณ์หิวข้าวแล้วครับ" ศิลาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร่างสูงใหญ่แข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อดวงตากลมโตใสซื่อของเด็กชายคนนั้นหันมาสบตากับเขาพอดี... ใบหน้าจิ้มลิ้ม จมูกโด่งรั้น และนัยน์ตาคู่นั้น ถอดพิมพ์เขียวมาจากกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%