ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 2

แววตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
กลิ่นอายของชาอู่หลงราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของตึกศิลาภัทรลดความอึมครึมลงเลยแม้แต่น้อย ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองเอกสารในมือด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนจนยากจะควบคุม ประโยคสุดท้ายจากปากของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไร้ค่าในบ้านหลังนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท... *“ของขวัญชิ้นสุดท้ายจากฉัน... ลูกชายที่คุณไม่มีวันได้รู้จัก”* มันคือเรื่องเหลวไหล พิมพ์มาดาไม่มีทางกล้าพอจะทำเรื่องแบบนั้น เธอเป็นแค่ผู้หญิงเจ้าน้ำตาที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำมาตลอดสามปีไม่ใช่หรือ? เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีชาครีมเข้ารูปจะก้าวเข้ามา ประตูบานใหญ่ปิดลงพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากผู้มาเยือน ศิลาเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากไล่ตะردด้วยความหงุดหงิด หากแต่เมื่อนัยน์ตาคู่คมประสานเข้ากับดวงตาเรียวรีที่นิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ของพิมพ์มาดา คำพูดทั้งหมดก็พลันติดอยู่ที่ลำคอ เธอไม่ได้สวมชุดแม่บ้านซอมซ่อหรือชุดลำลองเรียบง่ายเหมือนวันที่ถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์หินอ่อนอีกต่อไปแล้ว วันนี้พิมพ์มาดาสวมสูทผ้าทวีตสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีต เรือนผมยาวสลวยถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างทะมัดทะแมง ท่าทีและการก้าวเดินเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้กุมชัยชนะ รัศมีแห่งความเฉียบขาดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอนั้น ทำให้ศิลาเผลอกำเอกสารในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว "คุณกล้าดียังไงถึงมาเหยียบที่นี่อีก พิมพ์มาดา" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ความเย่อหยิ่งถูกงัดขึ้นมาใช้เพื่อกลบเกลื่อนความประหลาดใจที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก "คิดว่าการเล่นละครตบตาด้วยเอกสารหย่าปลอมๆ กับคำขู่เด็กๆ จะทำให้ฉันสนใจเธอได้งั้นเหรอ?" พิมพ์มาดายกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยเลยแม้แต่น้อย มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาคาดหวังจะได้เห็นจากอดีตภรรยาคนนี้ "ละครตบงั้นเหรอคะ คุณศิลา" เสียงหวานนุ่มแต่เยียบเย็นกังวานขึ้น เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ราวกับเจ้าของสถานที่ตัวจริง "น่าเสียดายนะคะที่ดิฉันไม่มีเวลามาเล่นละครปาิน with อดีสามีผู้ตกอับหรอกค่ะ เอกสารที่คุณถืออยู่ไม่ใช่ใบหย่าปลอม แต่มันคือหมายศาลเรียกตัวในข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์สินในเครือบริษัทที่คุณกำลังพยายามปกปิดต่างหากล่ะคะ" ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกระแทกจากเก้าอี้ทำให้มันไถลไปชนกับผนังห้องกระจกเสียงดังสนั่น เขากลืนก้อนความโกรธลงคอ ดวงตาแดงก่ำด้วยความเดือดดาล "เธอพูดบ้าอะไร! หุ้นส่วนและคณะกรรมการบริษัทเชื่อใจฉัน ไม่มีทางที่เอกสารงี่เง่าพวกนี้จะทำอะไรฉันได้!" "แน่ใจเหรอคะ?" เสียงทุ้มนุ่มอีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นจากประตูที่เปิดแผ่วเบา รวิศ ทนายหนุ่มมือหนึ่งผู้เป็นคู่ปรับทางธุรกิจตัวฉกาจของศิลาก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกริ่มในมือถือแฟ้มหนังสีดำสนิท "สวัสดีครับคุณศิลา ดูเหมือนว่าคุณจะมองข้ามความสำคัญของ 'ทนายความ' คนเก่าของคุณไปเสียสนิทเลยนะครับ... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้พิมพ์มาดาไม่ใช่แค่ทนายความธรรมดา แต่เธอคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคนใหม่ของศิลาภัทรโฮลดิ้งต่างหากล่ะครับ" โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนคว้าง ศิลาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เขาสลับมองหน้ารวิศและอดีตภรรยาที่นั่งไขว่ห้างมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ ภาพจำของพิมพ์มาดาที่เคยนั่งกอดเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาเมื่อหลายเดือนก่อนมลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงผู้หญิงแสนอันตรายที่พร้อมจะขยี้ศักดิ์ศรีของเขาให้แหลกคามือ "เป็นไปไม่ได้... เธอเอาเงินที่ไหนมาซื้อหุ้นของฉัน! หุ้นทั้งหมดอยู่ในพอร์ตของตระกูล!" ศิลาคำรามเสียงต่ำ พยายามก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยสัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่า แต่พิมพ์มาดาไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอกลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าสบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "เงินที่ได้จากการขายความภักดีและความโง่เขลาของคุณไงคะ คุณศิลา" พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปใกล้เขา ช287าประชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นกายคุ้นเคย เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "จำไว้ให้นะคะ... นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่คุณสร้างขึ้นมาเองทั้งสิ้น" ศิลารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่โหดร้าย ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่สะสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตาเดียว เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อแขนเรียวเล็กนั้นไว้เพื่อเค้นหาความจริง แต่รวิศก้าวเข้ามาขวางไว้เสียก่อนด้วยรอยยิ้มเยาะ ทว่า ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานของศิลาก็ครางหึ่งขึ้นมาขัดจังหวะ หน้าจอเรืองแสงวาบแสดงภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์หินอ่อนส่วนตัวของเขาเอง ศิลาขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เขาปรายตามองหน้าจอเพียงเพื่อจะกดปิด แต่แล้ว... หัวใจทั้งดวงก็คล้ายหยุดเต้นเมื่อภาพบนหน้าจอปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สองขวบ ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับพิมพ์เดียวกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองตรงมายังเลนส์กล้อง ก่อนที่เด็กน้อยจะส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มและเอמהเรียบๆ ผ่านลำโพงอินเตอร์คอมที่ทำให้ศิลาหน้าซีดเผือด *“คุณแม่ครับ... คุณพ่อจะออกมาต้อนรับพวกเราไหมครับ?”* หัวใจของศิลาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบหันขวับกลับมามองหน้าพิมพ์มาดาที่เวลานี้กำลังแย้มยิ้มหยันออกมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่ประกาศิตความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ... *เด็กคนนั้น... ลูกชายที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริง!* ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — เพลิงกุหลาบดำ
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%