เสียงเอกสารแฟ้มหนังสีดำถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมหินอ่อนราคาแพงระยับดัง *ปัง* สะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ของอาณาจักร ‘ศิลาภัทร’ จนความเงียบงันเข้าปกคลุมทันที บรรดากรรมการและผู้ถือหุ้นต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันเสียจนแทบหายใจไม่ออก
ศิลา... ประธานกรรมการบริหารผู้เย่อหยิ่งและทรงอิทธิพล ปรายตาคมกริบราวใบมีดมองผู้บุกรุกที่กล้าอาจหาญเข้ามาขัดขวางวาระสำคัญของเขา
ทว่า ดวงตาคู่นั้นกลับต้องชะงักค้าง เมื่อร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพลิงเข้มก้าวออกมาจากเงาสลัวของผู้ช่วยพิเศษ ร่างนั้นเปี่ยมด้วยความมั่นใจและสง่างามจนน่าเกรงขาม ใบหน้ารูปไข่ที่เคยซีดเซียวและเจิ่งนองด้วยน้ำตาเมื่อสามปีก่อน บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางคมเข้ม ดวงตาคู่โศกถูกซ่อนไว้ภายใต้แว่นตากرانด์เลนส์บางเฉียบ แต่ประกายในนั้นกลับเย็นชาและเฉียบคมยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด
พิมพ์มาดา... อดีตภรรยาที่เขาเคยตีตราว่าเป็นเพียง "ผู้หญิงไร้ค่า" ที่ถูกเขี่ยทิ้งราวกับเศษกระดาษ บัดนี้เธอกลับมายืนอยู่ ณ จุดนี้... ในฐานะ "ทนายความคู่กรณี" และตัวแทนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ฝ่ายตรงข้ามของเขา
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะ คุณศิลา" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นยะเยือกเอื้อnเอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของการพิพากษา
ศิลากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Chisel ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ความตกใจวูบหนึ่งไหวระริกในดวงตาสีสนิม ก่อนที่หน้ากากแห่งความเยือกเย็นจะถูกสวมทับอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันเธอด้วยบารมี
"เธอเอาความกล้ามาจากไหน... พิมพ์มาดา ถึงกล้าเหยียบเข้ามาในบริษัทของฉัน ในฐานะศัตรู" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้นระคนไม่อยากเชื่อ
"บริษัทของคุณเหรอคะ?" พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง เธอเปิดแฟ้มเอกสารในมือออก ชamatตาดึงสไลด์พรีเซนต์เตชันขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลัง "ดิฉันเกรงว่าคุณจะเข้าใจผิดไปเสียหน่อยนะคะ... หุ้นร้อยละสี่สิบห้าในมือของคุณ กำลังจะกลายเป็นโมฆะตามคำสั่งศาล เนื่องจากคดีฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์สินในเครือ ที่ดิฉันเป็นคนยื่นฟ้องด้วยตัวเอง"
เสียงฮือฮาดังระงับไปทั่วห้องประชุม บรรดากรรมการหน้าซีดเผือด ศิลาพุ่งสายตาดุจดั่งสัตว์ป่าบาดเจ็บมาที่เธอ เขาก้าวเท้าฉับๆ ตรงเข้ามาประชิดตัวพิมพ์มาดา กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยหลงใหลบัดนี้ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและความพ่ายแพ้ที่กำลังคุกรุ่น
"เธอเล่นสกปรก... พิมพ์มาดา" ศิลาโน้มใบหน้าลงมา กระซิบเสียงลอดไรฟันชิดริมหูของเธอ ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง แต่มันไม่ได้ทำให้เธอสะท้านแม้แต่น้อย "คิดว่าหย่ากันไปแล้ว จะปีนป่ายกลับมาเหยียบหัวฉันได้ง่ายๆ งั้นเหรอ!"
พิมพ์มาดาไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอแข็งกร้าวและไร้ซึ่งความหวาดกลัวเหมือนในอดีต มือเรียวบางยกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เขาด้วยท่าทีเยาะหยัน ราวกับกำลังปัดฝุ่นให้สุนัขตัวโปรด
"ความสะอาดและถูกต้อง... ไม่เคยเรียกว่าเล่นสกปรกค่ะ คุณศิลา" เธอเอ่ยเสียงกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่ากลัว "สามปีที่ผ่านมา คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของดิฉันจนจมดิน ทิ้งให้ดิฉันต้องเผชิญกับความเจ็บปวดร้าวลึกเพียงลำพัง... และวันนี้ ถึงเวลาที่คุณจะต้องชดใช้มันทีละบาท ทุกหยดน้ำตาที่ฉันเคยเสียไป มันจะแลกมาด้วยความล่มจมของคุณ... จำคำนี้ไว้ให้ดีนะคะ"
ศิลานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำด้วยแรงโทสะและ... ความรู้สึกแปลกประหลาดที่กัดกินข้างใน ร่างบางตรงหน้าไม่ใช่พิมพ์มาดาคนเดิมที่อ่อนแอและยอมจำนนต่อเขาอีกต่อไป เธอกลายเป็นกุหลาบสีดำที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม พร้อมจะกรีดแทงเขาให้ตายทั้งเป็น
ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนปวดร้าว เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อมือเล็กนั้นเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ แต่ทว่า—
"เชิญนั่งลงให้เรียบร้อยด้วยค่ะ คุณศิลา" เสียงทุ้มต่ำของรวิศ ทนายความหนุ่มคู่ปรับทางธุรกิจของศิลา ที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ พร้อมกับแฟ้มเอกสารอีกชุดหนึ่ง เอ่ยขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะ "เพราะการประชุมผู้ถือหุ้นในวาระปลดคุณออกจากตำแหน่งประธาน... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ"
ศิลากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธเกรี้ยวแผดเผาอกจนแทบคลั่ง เขากวาดสายตาดุร้ายมองหน้าทนายความหนุ่มสลับกับอดีตภรรยาที่ยืนเคียงข้างกันอย่างสนิทสนม
แต่ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากสวนกลับอะไรออกไป เสียงฝีเท้าของเลขานุการส่วนตัวก็ดังเร็วจี๋เข้ามาหยุดอยู่ที่ด้านหลัง พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลใบยับเยินให้เขาด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านประธานคะ... เอ่อ มีเอกสารด่วนที่สุดส่งตรงมาจากสำนักงานสืบสวนคดีครอบครัว... และ... และนี่ค่ะ" เลขานุการสาวกลืนน้ำลายเอื้อมมือส่งรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่ร่วงหล่นออกมาจากซอง
ศิลาขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ ก้มลงมองรูปถ่ายบนโต๊ะประชุมหินอ่อน...
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทันที ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ภาพในนั้นคือเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่ง... เด็กชายที่มีดวงตาสีสนิมและเค้าโครงใบหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา
และด้านหลังรูปถ่ายใบนั้น มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทเอาไว้ว่า—
*“ของขวัญชิ้นสุดท้ายจากฉัน... ลูกชายที่คุณไม่มีวันได้รู้จัก”*
ขอบคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านสำหรับการติดตามและสนับสนุน "เพลิงกุหลาบดำ" เสมอมานะคะ
ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน•ตอนที่ 1
จุดจบที่เริ่มนับหนึ่ง
ผลงานโดย เพลิงกุหลาบดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงกุหลาบดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สิเน่หา: รอยร้าวในคฤหาสน์หินอ่อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!