กาลเวลาในหุบเขาไร้ชื่อแห่งนี้ดูคล้ายหยุดนิ่ง... ทว่าจิตใจของมนุษย์กลับหมุนวนดั่งคลั่ง
"หากเจ้ายังก้าวเดินต่อไปด้วยความแค้นที่สุมอกนี้ ไม่เพียงแต่กระบี่ในมือจะแปดเปื้อน แม้กระทั่งดวงวิญญาณของเจ้า... ก็จะถูกอักษรเวทมารกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก"
สุ้มเสียงเยียบเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันต์ฤดูหลุดรอดจากริมฝีปากบางเฉียบดั่งกลีบเหมยของมู่หรงเสวี่ย นางยืนอยู่เบื้องหน้าศิลาจารึกโบราณที่สูงตระหง่านดั่งค้ำฟ้า ปลายกระบวนท่าหิมะโลหิตสะท้านฟ้ายังคงเรืองรองด้วยแสงสีครามจางๆ ขับเน้นให้ร่างระหงในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ดูราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งเกินกว่าจะเอื้อมถึง ทว่าในแววตาคู่คมคายคู่นั้น กลับฉายประกายความห่วงใยที่ลึกล้ำจนแม้แต่ลมหายใจของหุบเขายังต้องสั่นสะท้อน
หลี่มู่ไป๋แค่นยิ้มหยันให้กับโชคชะตา นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่ทอดมองรอยสลักอักษรโบราณบนแผ่นศิลาสีนิลกาฬเบื้องหน้า มือหนาที่กุมด้ามกระบี่ทวนกระแสฟ้าสั่นเทริ้มด้วยแรงอารมณ์ เขามิได้โกรธนาง... เขากลับเจ็บปวดที่นางมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งหัวใจ
"เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าก็รู้... ข้าเกิดมาพร้อมกับลมหายใจแห่งการล้างแค้น หากสำนักกระบี่รกร้างต้องดับสูญไปในกองเพลิงโลหิตโดยที่ความจริงยังถูกฝังกลบ ข้า... หลี่มู่ไป๋ จะมีหน้ามีตาใช้ชีวิตอยู่ใต้ผืนฟ้าครามนี้ได้อย่างไร?"
คำพูดของเขาทระนงและหนักแน่นดั่งขุนเขา ทว่าแฝงไว้ด้วยความร้าวรานที่ยากจะพรรณนา มู่หรงเสวี่ยทอดถอนหายใจยาวนาน นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประกายความเย็นชาบนใบหน้ารูปสลักพลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่นางมอบให้บุรุษผู้นี้เพียงผู้เดียวในใต้หล้า มือเรียวบางดั่งหยกขาวเอื้อมไปกุมมือเขาที่กำด้ามกระบี่แน่น ความเย็นเยียบจากพลังหิมะนิรันดร์ปะทะเข้ากับไอปรอนอันร้อนรุ่มของเขา ราวกับหยาดน้ำค้างบริสุทธิ์ที่รดรินลงบนเปลวเพลิงแห่งโทสะ
"ข้าไม่ได้ห้ามให้เจ้าแก้แค้น... เพียงแต่ ข้าไม่ต้องการให้เจ้ากลายเป็นปีศาจที่หลงลืมตัวตน" นางเอ่ยแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน "อ่านสิ... สิ่งที่ศิลาจารึกบรรพกาลนี้บันทึกไว้ อาจเป็นคำตอบที่เจ้าและข้าตามหามาตลอดชีวิต"
หลี่มู่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึกระงับคลื่นอารมณ์ในอก สายตาดุดั่งพญาอินทรีหันกลับไปเพ่งพินิจอักษรโบราณบนศิลาจารึกอีกครา
ทันใดนั้น! อักษรโบราณเหล่านั้นพลันเปล่งแสงสีโลหิตเจิดจ้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน ราวกับมีชีวิต!
*วูบ!*
กระแสลมปราณโบราณอันกดดันมหาศาลแผ่พุ่งเข้ากดทับร่างของทั้งสองจนแทบทรุดฮวบ ศิลาจารึกมิได้เป็นเพียงแค่แท่งหิน หากแต่มันคือ "คัมภีร์จิตวิญญาณ" ที่บันทึกความลับอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อสามร้อยปีก่อน ภาพเหตุการณ์ในอดีตหลั่งไหลเข้าสู่ห้วงนึกของหลี่มู่ไป๋ราวกับกระแสน้ำเชี่ยว
ในห้วงมิติแห่งจิตสำนึก... ภาพของสำนักกระบี่รกร้างในยุครุ่งโรจน์ปรากฏขึ้น บรรพบุรุษรุ่นแล้วรุ่นเล่าต่างฝึกฝนวิถีกระบี่ทวนกระแสฟ้าเพื่อค้ำจุนความยุติธรรม ทว่าความแข็งแกร่งย่อมดึงดูดความอิจฉาริษยาและภัยพิบัติ พรรคเพลิงอสูรทมิฬในยุคบรรพกาลหาได้เป็นเพียงพรรคพวกมารธรรมดา หากแต่พวกมันคือผู้ครอบครอง "วิชาอักษรเวทมารกลืนสวรรค์" วิชาต้องห้ามที่ดูดกลืนพลังชีวิตและจิตวิญญาณของชาวยุทธเพื่อบรรลุนิมิตแห่งความเป็นอมตะ
และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า... บุคคลผู้ชักใยเบื้องหลังการล่มสลายของสำนักกระบี่รกร้างในคืนเพลิงโลหิตเมื่อสิบปีก่อน มิใช่ใครอื่น ไกลเกินกว่าที่คาดคิด!
"นี่มัน..." หลี่มู่ไป๋เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เลือดในกายพลันเดือดพล่านขึ้นสู่สมอง ภาพเงาร่างหนึ่งที่สวมหน้ากากโลหิตปรากฏชัดเจนในนิมิต ร่างนั้นใช้เคล็ดวิชาเดียวกันกับบิดาของเขา... ไม่สité! มันคือวิชาที่ถูกถ่ายทอดภายในสายเลือดผู้สืบทอดสำนักกระบี่รกร้างเอง!
ทรยศ! มีการหักหลังกันจากภายใน!
มู่หรงเสวี่ยสัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนในลมปราณของหลี่มู่ไป๋ นางรีบโคจรพลังหิมะโลหิตปกป้องแผ่นหลังของเขาอย่างรวดเร็ว ปราณไอเย็นบริสุทธิ์ไหลเวียนเข้าสู่จุดชีพจรเพื่อสกัดกั้นธาตุไฟเข้าแทรก
"มู่ไป๋! ตั้งสติไว้!" เสียงหวานก้องกังวานดั่งระฆังเงินเตือนสติ
ดวงตาของหลี่มู่ไป๋แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความแค้นและรอยแผลในใจที่ถูกกระชากให้เปิดออกอีกครั้ง ความจริงข้อนี้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกคมกระบี่นับพันเล่มแทงทะลวงหัวใจ บิดาของเขา... ผู้ซึ่งยึดมั่นในวิถีกระบี่มาตลอดชีวิต แท้จริงแล้วมิได้ถูกลอบสังหารจากศัตรูภายนอกเพียงลำพัง หากแต่ถูกหักหลังโดย "ผู้อาวุโสสูงสุด" ผู้มีศักดิ์เป็นถึงน้องร่วมสาบานของบรรพบุรุษสำนักตนเอง!
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างน่าขัน! ช่างน่าขันสิ้นดี!" หลี่มู่ไป๋เงยหน้าหัวเราะร่าต่อหน้าผืนฟ้า ราวกับคนเสียสติ น้ำตาบุรุษหลั่งรินปะปนกับหยาดเหงื่อและไอสังหารที่พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาจนเมฆหมอกสีดำทะม้วนตัวคำรามลั่น
กระบี่ทวนกระแสฟ้าในมือสั่นระริก ปลดปล่อยคลื่นกระบี่สีครามเข้มออกมารอบทิศทางจนพื้นดินรอบกายปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มู่หรงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่น นางไม่เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ เพราะรู้ดีว่าเวลานี้ มีเพียงความเงียบและการเคียงข้างของนางเท่านั้นที่จะเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้บุรุษผู้ทะนงตนผู้นี้ไม่ก้าวเดินไปสู่เส้นทางแห่งความมืดมิด
นางขยับกายเข้าไปใกล้ ประสานมือเรียวบางของนางเข้ากับมือที่กำด้ามกระบี่ของเขาแน่นขึ้น ถ่าย 1 ถ่ายเทพลังปราณไอเย็นเพื่อระงับความเดือดดาลในจิตวิญญาณของเขา
"ไม่ว่าเบื้องหลังจะคือใคร... ไม่ว่าคนผู้นั้นจะยิ่งใหญ่เพียงใดในยุทธภพนี้" มู่หรงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่ง ดวงตาดุจหิมะคู่นั้นมองสบตาเขาอย่างสื่อความหมาย "หากเจ้าต้องการพลิกฟ้าล้างแค้น ข้า... มู่หรงเสวี่ย จะเคียงข้างใช้กระบี่โลหิตนี้ ฟาดฟันอุปสรรคเบื้องหน้ากับเจ้า แม้จะต้องกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งใต้หล้าก็ตาม!"
คำพูดของนางดั่งสายน้ำทิพย์ชโลมลงบนหัวใจที่กำลังแผดเผา หลี่มู่ไป๋หันกลับมามองสตรีผู้ยอมสละทุกสิ่งเพื่อเขา แววตาทระนงที่เคยโดดเดี่ยวพลันอ่อนแสงลง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจที่ด้านชา
ทว่า... ก่อนที่ทั้งสองจะได้กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบถึงขั้วกระดูก เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างแผ่วเบาจากความมืดมิดเบื้องหลังศิลาจารึก
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง... น่าเสียดายนัก ที่นิทานเรื่องนี้... กำลังจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรม"
เสียงหัวเราะแหบพร่าดั่งภูตผีดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะยานลงมาจากยอดเขา ปราณอักษรเวทสีดำทมิฬแผ่พุ่งปกคลุมไปทั่วสารทิศ ปิดตายทุกเส้นทางหนี!
และผู้นำของเงาร่างเหล่านั้น... คือชายชราในชุดคลุมสีเลือด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกสวมทับด้วยหน้ากากอักษรเวทมารที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองอย่างชั่วร้าย นัยน์ตาสสีแดงฉานจ้องมองหลี่มู่ไป๋ราวกับสตรีมองเหยื่อในกรงเล็บ
"ยินดีต้อนรับสู่หลุมศพของเจ้า... ทายาทคนสุดท้ายแห่งสำนักกระบี่รกร้าง"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสฟ้าไปกับบทนี้ และพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่าเดิมนะครับ
คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต•ตอนที่ 8
ศิลาจารึกแห่งบรรพกาล
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!