คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต•ตอนที่ 4

โรงเตี๊ยมร้างเมืองชายแดน

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
เสียงลมทะเลทรายคำรามราวกับฝูงอสูรร้ายกรีดร้อง ความแห้งแล้งของแดนสนธยาแผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระอุ ภายในโรงเตี๊ยมร้างที่ผุพังตามกาลเวลา บรรยากาศกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวถูกฉีกกระชากด้วยเศษไม้ที่หักทลายและฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย และในวินาทีนั้นเอง ที่ปลายนิ้วของหลี่มู่ไป๋เริ่มขยับ... คมกระบี่สีทองอร่ามก็ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว! ประกายแสงสีทองเรืองรองสาดส่องตัดความมืดมิดในโรงเตี๊ยม ดุจดั่งประกายแห่งทัณฑ์สวรรค์ที่แหวกม่านเมฆา ปราณวิญญาณอันเกริกไกรแผ่ซ่านกดทับจนโครงสร้างไม้ของโรงเตี๊ยมลั่นเอี๊ยดอาร์ดราวกับจะพังทลายลงมาทุกเสี้ยววินาที เหล่ามือสังหารแห่งพรรคเพลิงอสูรทมิฬที่ล้อมกรอบอยู่โดยรอบ ถึงกับใบถอดสี ลมหายใจสะดุดกักขังอยู่ในลำคอ "ช้าก่อน... นี่มันวิถีกระบี่รกร้างขั้นสูงสุด!" หัวหน้าหน่วยมือสังหารแววตาตื่นตระหนก ร่างกายสั่นเทาด้วยแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาดั่งภูเขาไฟถล่ม มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มผู้มีอายุเพียงเท่านี้ จะบรรลุถึงแก่นแท้แห่งวิญญาณกระบี่ที่สูญหายไปจากยุทธภพร่วมร้อยปี ทว่า หลี่มู่ไป๋หาได้ใส่ใจต่อเสียงคำรามของอีกฝ่ายไม่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นดั่งห้วงอวกาศที่ไร้ก้นบึ้ง ทระนงและเด็ดเดี่ยว เขากวาดสายตามองศัตรูรอบกายด้วยความรู้สึกเวทนาปนสมเพช มนุษย์เหล่านี้เป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกชักใยโดยขุมอำนาจชั่วร้ายเบื้องหลัง หาได้เข้าใจถึงสัจธรรมอันแท้จริงแห่งวิถีกระบี่ไม่ เบื้องหลังของหลี่มู่ไป๋ มู่หรงเสวี่ยยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักน้ำแข็งแห่งหุบเขาเหมันต์นิรันดร์ นางไม่ได้ชักกระบี่ออก ทว่าความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับแช่แข็งหยาดเหงื่อบนหน้าผากของศัตรูจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ดวงตางามล้ำลึกที่มักจะไร้ความรู้สึก บัดนี้ทอดมองแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของชายหนุ่มด้วยประกายความห่วงใยที่ซ่อนเร้น นางพร้อมที่จะสังหารล้างบางทุกคนที่กล้าแม้แต่จะเงื้อมือเข้าใกล้เขาเพียงครึ่งก้าว "พวกเจ้า... รุกล้ำเขตแดนที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้แล้ว" เสียงทุ้มต่ำของหลี่มู่ไป๋เอ่ยขึ้น เรียบง่าย ทว่าทรงพลังราชาคำราม ฉับพลันนั้น อักษรเวทโบราณที่สลักอยู่บนใบกระบี่สีทองก็เริ่มเรืองแสงสีชาด มันคือกุญแจแห่งการเปิดผนึก "ปราณวิญญาณอักษรเวทบทแรก" ที่ตกทอดมาจากบรรพชนสำนักกระบี่รกร้าง อักษรจีนโบราณแต่ละตัวลอยวนเวียนรอบคมกระบี่ ส่งเสียงกัมปนาทราวกับเสียงสวดส่งวิญญาณจากปรโลก ทุกตัวอักษรคือภาระอันหนักอึ้งของความแค้นและการล่มสลาย "ลงมือ! อย่าให้มันรวบรวมพลังได้สำเร็จ!" หัวหน้าพรรคเพลิงอสูรแผดเสียงคำรามสุดชีวิต พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของมือสังหารนับสิบชีวิต กลายเป็นมหาวิหกเพลิงอสูรที่อ้าปากกว้างพ่นไฟทมิฬแผดเผาทุกสิ่ง พุ่งตรงเข้าใส่หลี่มู่ไป๋และมู่หรงเสวี่ยด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เปลวเพลิงทมิฬร้อนแรงจนสามารถหลอมละลายเหล็กกล้า ทว่าหลี่มู่ไป๋กลับไม่หลบเลี่ยง เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ท่วงท่าดั่งมังกรทะยานฟ้า ปลายกระบี่ที่ชักออกเพียงครึ่งนิ้วถูกตวัดขึ้นรับมืออย่างเยือกเย็น "ย๊ากกก!" บูมมม! แรงปะทะระหว่างปราณกระบี่สีทองอร่ามและวิหกเพลิงอสูรระเบิดสนั่นหวั่นไหว แรงลมมหาศาลพัดหลังคาโรงเตี๊ยมปลิวหายไปในพริบตา เศษไม้และฝุ่นทรายถูกบดขยี้จนกลายเป็นผุยผง หลี่มู่ไป๋ยืนหยัดมั่นคงราวยอดเขาไท่ซาน เลือดลมในกายพลุ่งพล่าน ทว่าแววตากลับยิ่งทอประกายเจิดจ้าขึ้นไปอีก ปราณวิญญาณเปิดผนึกอักษรเวทบทแรกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กลายเป็นค่ายกลกระบี่ไร้ลักษณ์ที่กวาดล้างร่างของมือสังหารระดับล่างจนกระเด็นกระดอนกระอ่วนโลหิต มือสังหารระดับสูงของพรรคเพลิงอสูรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่เชื่อว่าพลังระดับนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้จากผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตเดียวกัน "เป็นไปไม่ได้! วิชานี้มันสูญหายไปพร้อมกับปรมาจารย์กระบี่รกร้างแล้วมิใช่หรือ!" "โลกหล้าใบนี้กว้างใหญ่ไพศาล สิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้ มิได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่" หลี่มู่ไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดถึงขีดสุด มู่หรงเสวี่ยขยับปลายนิ้วเพียงเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน กลายเป็นโซ่ตรวนน้ำแข็งพุ่งขึ้นรัดตรึงร่างของหัวหน้าหน่วยมือสังหารพรรคเพลิงอสูรเอาไว้ในพริบตา ไม่ให้มันขยับเขยื้อนหนีไปไหนได้ นางปรายตามองมันด้วยความเย็นชาดั่งพญายมราชผู้พิพากษา "มู่หลี่... เจ้าจะจัดการอย่างไรกับเศษสวะเหล่านี้?" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความห่วงหาอาทรที่มีให้เขาเพียงผู้เดียว หลี่มู่ไป๋สูดลมหายใจเข้าลึก สัมผัสได้ถึงกระบี่ในมือที่สั่นระริกด้วยความกระหายเลือด ปราณวิญญาณอักษรเวทบทแรกถูกปลดปล่อยจนสมบูรณ์แบบ แสงสีทองเจิดจ้าอาบไล้ทั่วบริเวณโรงเตี๊ยมร้างแห่งนี้จนสว่างไสวราวดั่งกลางวัน แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังจะสะบั้นศีรษะของหัวหน้ามือสังหารเพื่อถามหาเบาะแสเกี่ยวกับผู้อยู่เบื้องหลังการตายของบิดา ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือทะเลทรายก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดั่งปาฏิหาริย์ พร้อมกับเสียงหัวร่ออันเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างยิ่งดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องบน "ฮ่าๆๆๆ... หลี่มู่ไป๋ หลานน้อย... เจ้าคิดว่าเจ้ากำจัดสุนัขรับใช้เหล่านี้หมดแล้ว เจ้าจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้เช่นนั้นหรือ?" เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาผุพังของโรงเตี๊ยมอย่างเงียบเชียบ ราวกับภูตผีที่ไร้เงา และเมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบใบหน้าของมัน หลี่มู่ไป๋ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระแสลมปราณมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมกระบี่ทวนกระแสฟ้ากับเซียนกระบี่โลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%