กระบี่อหังการ์ท้าลิขิตฟ้า กับนางเซียนน้ำแข็งโลหิต•ตอนที่ 2

พบพานดั่งฟ้าลิขิต

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"สามปี... เจ้าคิดว่าซ่อนตัวอยู่หลังกองซากศพพวกนี้แล้วข้าจะหาเจ้าไม่พบหรือ, ไป๋ซือหราน?" เสียงหัวเราะแหบแห้งราดรดลงมาดั่งน้ำกรด ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดลงบนพื้นโคลนตม เจ้าของเงาร่างนั้นคือ "หม่าซาน" รองประมุขพรรคอสูรโลหิตกลืนนภา ผู้มีชื่อเสียงในการควักหัวใจมนุษย์ขณะที่มันยังเต้นระรัว ร่างกายกำยำของมันอัดแน่นด้วยลมปราณโลหิตสีแดงฉานแผ่พุ่งจนหยาดน้ำฝนรอบตัวระเหยกลายเป็นไอสีเลือด ไป๋ซือหรานยืนหยัดตระหง่าน กระบี่เหล็กกล้าในมือขวาชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำฝนและเลือดสดๆ นัยน์ตาคมกริบดั่งพยัคฆ์หนุ่มจ้องมองศัตรูตัวฉกาจด้วยความเย็นชาไร้ความหวั่นเกรง ความแค้นที่สุมอกมาตลอดหนึ่งพันยี่สิบเอ็ดวันกำลังแผดเผาเส้นโลหิตในกายให้เดือดพล่าน ทว่า ในวินาทีที่ไป๋ซือหรานกำลังจะก้าวเท้าทะยานเข้าใส่ ประสาทสัมผัสอันแหลมคมระดับยอดฝีมือกลับสะกิดเตือนภัยลึกลงไปในจิตวิญญาณ *ไม่ใช่แค่คนกลุ่มนี้...* พริบตานั้นเอง เปลวเพลิงสีดำสนิทที่แฝงกลิ่นอายพิษร้ายก็พวยพุ่งขึ้นจากซอกตึกมืดทึบเบื้องหลัง ธนูโลหิตสามดอกแหวกอากาศคำรามด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด พุ่งตรงเข้าจุดตายกลางหลังของไป๋ซือหรานอย่างไร้สุ้มเสียง! มันเป็นการลอบสังหารที่สมบูรณ์แบบและเหี้ยมเกรียมยิ่ง *ฉับ!* ก่อนที่คมธนูพิษจะทันได้สัมผัสอาภรณ์ ประกายแสงสีฟ้าครามดั่งธารน้ำแข็งหมื่นปีก็ระเบิดขึ้นจากความว่างเปล่า อุณหภูมิโดยรอบร่วงดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา ละอองฝนรอบรัศมีสิบวาแปรสภาพเป็นเกล็ดน้ำแข็งคมกริบนับหมื่นชิ้น หมุนวนเป็นพายุทอร์นาโดเหมันต์ปัดปัดป้องธนูโลหิตทั้งสามดอกจนแตกสลายกลายเป็นผุยผงในอากาศ ร่างของสตรีผู้หนึ่งร่อนลงมาจากชายคาโบราณอย่างแผ่วเบาราวกับขนนก นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหมันต์ เรือนผมสีดำสนิทปล่อยสยายเคลียแผ่นหลังระหง ทว่า สิ่งที่สะกดสายตาที่สุดคือใบหน้ารูปไข่ที่งดงามหยาดเยิ้มปานเทพเซียน แต่งแต้มด้วยความเย็นชาสง่างามไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับรูปสลักหยกหิมะที่ไม่มีวันละลาย มู่หรงชิงอวี่! นางปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกระบี่น้ำแข็งยาวสามฉื่อในมือขวา ปลายกระบี่หยดหยาดน้ำค้างแข็งสีครามที่ส่งเสียงขู่คำรามเบาๆ ดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ขาวแห่งแดนเหนือ "สตรีเพ้อเจ้อจากที่ใดกัน กล้าดียังไงมาสอดมือเข้ามายุ่งกับกิจธุระของพรรคอสูรโลหิต!" หม่าซานแผדเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด เมื่อเห็นแผนการลอบสังหารถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย มันสะบัดกรงเล็บโลหิตออก โลหิตชั่วร้ายรวมตัวกันเป็นหัวกะโหลกขนาดยักษ์พุ่งเข้าหาสตรีชุดขาวทันที มู่หรงชิงอวี่ไม่แม้แต่จะชายตามอง ใบหน้าของนางยังคงเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชา นางเพียงยกกระบี่น้ำแข็งขึ้นช้าๆ แล้วหวัดวาดออกไปเบาๆ คราหนึ่ง *เพล้ง!* เสียงคล้ายกระจกแก้วแตกละเอียดดังสะท้อนก้องกังวาน คลื่นกระบี่เหมันต์พุ่งทะยานออกไปดั่งคลื่นยักษ์สึนามิ กลืนกินหัวกะโหลกโลหิตจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีแดงฉานร่วงหล่นลงมาเกลื่อนพื้น พลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาทำเอาเหล่าลูกน้องของพรรคอสูรโลหิตนับร้อยชีวิตถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นโคลนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไป๋ซือหรานหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาฉายแววทึ่งระคนระแวดระวัง เขากวาดสายตามองสตรีเบื้องหน้า ปรากฏว่าที่หัวไหล่ขวาของนางมีรอยแผลกระบี่ลึกจนเห็นเนื้อสีขาว และมีคราบเลือดสีดำคล้ำซึมออกมา—นางได้รับพิษ และกำลังบาดเจ็บสาหัส! "เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันในสภาพนี้ ถอยไปซะ" เสียงของมู่หรงชิงอวี่ราบเรียบเย็นชา ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แต่มือเรียวบางที่ถือกระบี่กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น ไป๋ซือหรานแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ทรวดทรงอันทะนงตนก้าวขึ้นไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่นางอย่างไม่เกรงกลัว "แม่นางผู้สูงส่ง ท่านช่วยชีวิตข้า ประสบการณ์ในยุทธภพสอนข้าไว้เสมอว่า บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ... วันนี้ ต่อให้พวกมันมีกันเป็นพันคน ไป๋ซือหรานผู้นี้ก็จะขอสับพวกมันเป็นหมื่นชิ้นเคียงข้างกระบี่ของท่านเอง!" มู่หรงชิงอวี่ชำเลืองมองบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องข้าง แววตาที่ว่างเปล่าดั่งบ่อน้ำโบราณเกิดระลอกคลื่นความไหววูบขึ้นมาเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว นางไม่เคยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากผู้ใดตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียร แต่วันนี้... ยามเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่รุมล้อม คำพูดที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนและคุณธรรมน้ำมิตรของบุรุษผู้นี้กลับสร้างความอบอุ่นประหลาดขึ้นในหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน "อวดดีนัก! ฆ่าพวกมันให้หมด!" หม่าซานคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล สั่งการให้ยอดฝีมือชุดดำนับสิบคนพุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกัน พายุฝนโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ ไป๋ซือหรานตวัดกระบี่ในมือส่งเสียงคำรามดั่งพยัคฆ์ผยอง พลังปราณกระบี่สายแรกพุ่งทะยานตัดผ่านสายฝนจนเกิดเป็นช่องว่าง ขณะเดียวกัน มู่หรงชิงอวี่ก็สะบัดกายพุ่งทะยานออกไปเคียงคู่ ประกายแสงสีฟ้าและสีเงินผสานกันเป็นภาพวาดอันงดงามตระการตากลางสมรภูมิเลือด การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดสาด ร่างแล้วร่าง L ของศัตรูร่วงหล่นลงตามคมกระบี่ ทว่า ในจังหวะที่ไป๋ซือหรานกำลังจะทะลวงผ่านแนวป้องกันเพื่อเด็ดหัวหม่าซาน ท้องนภากลับผ่าเปรี้ยงลงมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ปรากฏตัวขึ้นบนยอดหลังคา ห่างออกไปเพียงสิบวา กลิ่นอายกดดันระดับ "ขอบเขตผสานวิญญาณ" แผ่ซ่านลงมาจนลมหายใจของทั้งไป๋ซือหรานและมู่หรงชิงอวี่ต้องสะดุดกึก! บุรุษชุดทองผู้นั้นหัวร่อเบาๆ น้ำเสียงก้องกังวานเสียดแก้วหู "นึกไม่ถึงเลยว่า ข้าจะได้พบกับ "ธิดาน้ำแข็งโลหิต" และ "ทายาทกระบี่ทมิฬ" พร้อมกันในคืนเดียว... ดูท่าวันนี้ สวรรค์คงส่งพวกเจ้ามาให้ข้าสังเวยกระบี่จริงๆ" พริบตานั้นเอง อักขระสีทองนับพันก็สว่างวาบขึ้นปิดตายเส้นทางหนีทุกสาย ปิดล้อมพวกเขาทั้งสองไว้ในค่ายกลมรณะที่ไม่มีทางรอด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุฝนและคมกระบี่ไปด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่อหังการ์ท้าลิขิตฟ้า กับนางเซียนน้ำแข็งโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%