กระบี่อหังการ์ท้าลิขิตฟ้า กับนางเซียนน้ำแข็งโลหิต•ตอนที่ 1

เงากระบี่กลางสายฝนเลือด

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
เสียงคำรามของสายฝนด้านนอกโหมกระหน่ำราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ หยาดน้ำฝนสาดซัดกระแทกบานหน้าต่างไม้ผุพังของโรงเตี๊ยมร้างกลางป่าทึบ ส่งเสียงดังระรัวคล้ายเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าอัตราการเต้นของหัวใจ ทว่าบรรยากาศภายในชั้นล่างกลับเงียบงันจนน่าสะพรึงกลัว มีเพียงกลิ่นอัปชื้นของหยาดฝนที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ ไป๋ซือหราน นั่งนิ่งสงบอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวมุมสุด แผ่นหลังเหยียดตรงดั่งกระบี่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝัก ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างไม่ประมาท บนตักของเขาวางกระบี่เหล็กนิลกาฬเล่มหนึ่งเอาไว้ มันมิได้เปล่งประกายเจิดจ้า ทว่ากลับแผ่ไอสังหารอันเยือกเย็นอוריกออกมาจนหยดน้ำฝนที่กระเซ็นเข้ามาใกล้ต้องกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางเบาก่อนจะสลายตัวไป "ความตายมาเยือนถึงถิ่น เหตุใดมือมรกตจึงยังต้องเล่นละครซ่อนหาอยู่อีกเล่า?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ มันก้องกังวานราบเรียบ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยพลังปราณอันลึกล้ำที่สั่นสะเทือนแก้วหูของผู้คนจนสติแทบหลุดลอย *ครืน—!* สิ้นเสียงคำพูดของไป๋ซือหราน สายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางนกอินทรีหินหน้าโรงเตี๊ยมจนแตกละเอียดเป็นจุล พร้อมกันนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีเขียวเข้มเจ็ดร่างก็ปรากฏขึ้นราวกับภูตผีปีศาจ พวกมันเคลื่อนไหวอย่างไร้ซุ่มเสียง ทว่ารวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ มือขวาของแต่ละคนสวมถุงมือเหล็กกล้าฝังหยกเขียวเรืองแสง มรกตพิษที่ส่องประกายวาววับในความมืดมิดบ่งบอกถึงความร้ายกาจของพวกมันได้อย่างชัดเจน "สมเป็นไป๋ซือหราน ยอดยุทธ์ผู้ถือครองวิถีกระบี่ท้าลิขิตฟ้า... น่าเสียดายที่ความทะนงตนของเจ้า จะต้องจบลงที่นี่ ในหลุมศพไร้ชื่อแห่งนี้!" ผู้นำกลุ่มมือมรกตแค่นเสียงหัวร่อเยือกเย็น ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมจ้องมองเหยื่อด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น พวกมันมิได้เอ่ยพร่ำทำเพลงให้มากความ สัญญาณมือเพียงหนึ่งเดียวทำให้เงาร่างทั้งเจ็ดพุ่งทะยานเข้าประชิดเป้าหมายพร้อมกัน ประหนึ่งฝูงพญาอินทรีหิวกระหายที่พุ่งเข้าฉีกกระชากเหยื่อในพริบตา พลังปราณสีเขียวมรกตแผ่พุ่งออกมาจากฝ่ามือของพวกมัน หลอมรวมกันเป็นกรงเล็บอัคคีพิษที่แผดเผาอากาศจนบิดเบี้ยว กลิ่นไอพิษรุนแรงกระจายตัวเข้ากัดกร่อนพื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าจนดำเป็นตอตะโกในชั่วพริบตา ทว่า ไป๋ซือหรานหาได้ขยับเขยื้อนกายหนีไม่ เขากลับหลับตาลงชั่วขณะ ราวกับกำลังซึมซับจังหวะการเต้นของสายฝนและลมหายใจของความตายที่รายล้อม *วิ้ง—!* เสียงกระบี่ร่ำร้องดังสะท้อนกังวานขึ้นมาคราหนึ่ง ร่างของไป๋ซือหรานพลันเลือนหายไปจากจุดเดิม กลายเป็นเพียงภาพติดตาที่หลงเหลือไว้ท่ามกลางละอองฝน วิชากระบี่เก้าทศวรรษพลิกฟ้า! ประกายกระบี่สีเงินยวงทอดยาวออกไปราวกับสายธารดาราที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ มันมิได้มีความอลังการฟุ่มเฟือย ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเรียบง่ายเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว รัศมีกระบี่พุ่งผ่านอากาศแหวกสายฝนออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดาย *ฉับ!* เงาร่างของมือมรกตผู้หนึ่งที่พุ่งเข้ามาทางด้านซ้ายชะงักงันค้างเติ่ง ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เส้นโลหิตสีแดงฉานพุ่งทะลักออกจากลำคอในเสี้ยววินาทีต่อมา ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะทรุดฮวบลงจมกองเลือดอย่างไร้เรี่ยวแรง "วิชา... กระบี่เร็วปานสายฟ้าอันใดกัน!" มือมรกตคนที่เหลือต่างหน้าถอดสี พวกมันไม่คาดคิดเลยว่าเป้าหมายจะบรรลุถึงขอบเขตที่สามารถสังหารยอดฝีมือระดับเดียวกันได้ภายในกระบวนท่าเดียว "พวกเจ้าส่งสุนัขมารับใช้ตระกูลมารโลหิตมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปทวงหนี้เลือดที่พวกมันติดค้างไว้" ไป๋ซือหรานก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวผ่านสะท้อนถึงเจตจำนงอันแน่วแน่ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด ไม่ว่าฟ้าดินหรือเบื้องบนจะกำหนดชะตาชีวิตไว้เช่นไร เขาก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ ฟันฝ่ามันออกไปให้สิ้นซาก! กลุ่มมือมรกตที่เหลือประสานสายตากัน พวกมันรู้ดีว่าหากถอยตอนนี้ย่อมมีจุดจบไม่ต่างกัน ทั้งหมดจึงแผดเสียงคำรามลั่น รวบรวมพลังปราณทั้งหมดเข้าสู่ฝ่ามือจนหยกเขียวเปล่งแสงเจิดจ้าแสบตา เตรียมใช้กระบวนท่าสังหารหมู่เพื่อเผด็จศึกในคราเดียว ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่และกรงเล็บพิษกำลังจะปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นพลังสะท้านสะเทือน ทันใดนั้นเอง... อุณหภูมิภายในโรงเตี๊ยมก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน หยาดฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามากลายเป็นผลึกน้ำแข็งโปร่งแสงนับพันชิ้นที่หยุดค้างอยู่กลางอากาศ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ดั่งเซียนจำศีลนางหนึ่ง ปรากฏขึ้นบนคานไม้เบื้องบนอย่างไร้สุ้มเสียง นางถือกระบี่น้ำแข็งที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกเสียดกระดูก ท่วงท่าสง่างาม เย็นชา และไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง แต่วินาทีที่ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองมายังไป๋ซือหราน ความเย็นชาทั้งหมดกลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างล้ำลึก "ซือหราน..." น้ำเสียงไพเราะดั่งหยกกระทบกันเอ่ยขึ้นเบาๆ "คนพวกนี้... ยังมีประโยชน์กว่าที่เจ้าคิด อย่าเพิ่งรีบฆ่าพวกมันทั้งหมด" ไป๋ซือหรานชะงักคมกระบี่ที่จ่ออยู่ตรงหน้าอกของหัวหน้ามือมรกตห่างเพียงแค่กระดาษกั้น เขาสบตากับนางเซียนน้ำแข็งผู้เยือกเย็นครู่หนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมาเพิ่ม เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องล่างถนนโคลนตม พร้อมกับธงปักรูป "อสูรโลหิตกลืนนภา" ที่โบกสะบัดท่ามกลางพายุฝน และเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวร่ออันน่าสะพรึงกลัว—บุคคลที่ไป๋ซือหรานตามล่ามาตลอดสามปีเต็ม! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ และโปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่อหังการ์ท้าลิขิตฟ้า กับนางเซียนน้ำแข็งโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%