ตราประทับหยกขาวสลักลายพยัคฆ์คำรามวางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดง ส่งเสียงกระทบเนื้อไม้เบาจนน่าใจหาย แสงจากเปลวเทียนสีชาดไหววูบตามจังหวะลมราตรีที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคล กลิ่นอายของน้ำชาชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและควันธูปในห้องลับใต้ตำหนักแม่ทัพ ล้วนบ่งบอกถึงน้ำหนักของอำนาจที่กำลังถูกถ่าย
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือ... หลินซูเหยา"
เสียงทุ้มต่ำดั่งห้วงน้ำลึกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ฉินหานในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นลายเมฆาด้วยด้ายเงิน นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งจ้องมองสตรีตรงหน้าโดยไม่กะพริบ เขาไม่ได้กำลังทดสอบนางด้วยคำถาม แต่นางต่างหากคือผู้ที่กำลังถือไพ่ตายในมือ
หลินซูเหยาในอาภรณ์สีครามเข้มปักลายใบบัวหลวง รวบผมครึ่งศีรษะปักด้วยปิ่นหยกขาวเรียบง่าย ใบหน้างามสงบเยือกเย็นไม่ต่างจากผิวน้ำในบึงใหญ่ นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้จันทน์แดงอีกครึ่งก้าว ปลายชายเสื้อยาวลากไปบนพื้นหินขัดเงาสะท้อนแสงเทียนวาววับ
"กองกำลังเงาพยัคฆ์ทมิฬ สังกัดโดยตรงต่อองค์จักรพรรดิและมีเพียงแม่ทัพใหญ่ผู้ถือตราพยัคฆ์เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์สั่งการ ข้าน้อยเป็นเพียงกุนซือไร้ยศศักดิ์ เหตุใดท่านแม่ทัพจึงกล้าพอที่จะมอบภาระอันหนักอึ้งนี้ไว้บนบ่าของสตรีที่ท่านเพิ่งรู้จักตัวตนที่แท้จริงได้ไม่นานเล่าเพคะ?" นางย้อนถาม น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำคมคายและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
ฉินหานแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดคลุมขยับเข้าใกล้จนหลินซูเหยาได้กลิ่นจางๆ ของสนธยาและกลิ่นอายสนามรบจากตัวเขา
"รู้จักตัวตนที่แท้จริงงั้นหรือ?" ฉินหานโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นกวาดมองดวงหน้าหวานที่ไร้ความหวาดกลัว "ในแผ่นดินนี้ ผู้คนต่างหวาดกลัวข้าเพราะคิดว่าข้าคือ 'แม่ทัพทมิฬ' ผู้กระหายเลือด แต่เจ้า... กลับมองเห็นว่าข้ากำลังปกป้องอะไร กองกำลังลับนี้ไม่ได้ต้องการคนที่มีฝีมือดาบเก่งกาจที่สุด แต่ต้องการมันสมองที่สามารถอ่านเกมการเมืองของราชสำนักล่วงหน้าได้สามก้าว และในแคว้นต้าฉีนี้ ข้าไม่เห็นใครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมไปกว่าเจ้าอีกแล้ว"
คำชมเชยที่ซ่อนความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างลึกซึ้งนี้ ทำให้หัวใจของหลินซูเหยาที่ด้านชามานานนับปีจากการสูญเสียตระกูลสั่นไหววูบ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดันเยือกเย็นของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ในยามนี้กลับสะท้อนภาพเงาของนางเพียงผู้เดียว
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไป ความหวาดระแวงถูกแทนที่ด้วยพันธสัญญาอันเงียบงัน ซูเหยายื่นมือเรียวขาวดั่งหยกออกไป นิ้วเรียวแตะลงบนตราประทับหยกขาวพยัคฆ์คำราม สัมผัสเย็นเฉียบของหยกซึมซับเข้าสู่ปลายนิ้ว เช่นเดียวกับภาระหน้าที่อันมหาศาลที่กำลังจะเปลี่ยนทิศทางของแผ่นดิน
"ในเมื่อท่านแม่ทัพกล้าเดิมพันด้วยอนาคตของกองกำลังเงา ข้าน้อย..." ซูเหยาช้อนสายตาขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากราวกับดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางเหมันตฤดู "...ย่อมไม่ทำให้ท่านผิดหวัง แผนการกวาดล้างกลุ่มอำนาจเก่าของเสนาบดีจ้าว จะเริ่มต้นขึ้นในคืนวันเทศกาลโคมไฟนี้เพคะ"
ฉินหานพึงใจกับคำตอบนั้น มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหายาก มือหนาเอื้อมไปทาบลงบนหลังมือเรียวที่กำลังสัมผัสตราพยัคฆ์ เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองสัมผัสกันโดยปราศจากกำแพงแห่งฐานะและหน้าที่ ไออุ่นจากฝ่ามือของบุรุษผู้เย็นชาส่งผ่านความหนักแน่นดั่งหินผา ทำให้ซูเหยารู้สึกได้ถึงความมั่นคงที่นางโหยหามาตลอดกาลเวลาอันโดดเดี่ยว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผูกพันร้อยรัดดวงใจของคนทั้งสองเข้าด้วยกัน เสียงฝีเท้าเร่ง1ร้อนดั่งหอบหายใจขององครักษ์เอกก็ดังขึ้นจากนอกประตูห้องลับ
"ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ฉินหานชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับคืนสู่ความเยือกเย็นดั่งเดิมในชั่วพริบตาเดียว เขาหมุนตัวกลับไปนั่งที่เก้าอี้ พร้อมกับส่งสัญญาณมือให้ซูเหยาเก็บตราประทับพยัคฆ์ลงในอกเสื้อ
"เข้ามา" ฉินหานเอวเสียงกร้าว
ประตูห้องลับเปิดผางออก องครักษ์หน้าตาตื่นตระหนกคุกเข่าลงกับพื้น เนื้อตัวเปียกชุ่มด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝนยามค่ำคืน รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ทูลท่านแม่ทัพ... ม้าเรดาร์จากชายแดนอุดรส่งข่าวลับด่วนที่สุด... กองทัพแคว้นเป่ยRongฉีกสนธิสัญญาพันธมิตรแล้ว พวกมันยกพลกว่าหื่นหมื่นนายบุกทะลวงค่านด่านหย่งอานแตกแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และที่สำคัญ... พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ สั่งปลดท่านจากการควบคุมกองทัพอุดรทันที โดยให้มอบอำนาจทั้งหมดแก่แม่ทัพรองผู้เป็นคนสนิทของเสนาบดีจ้าว!"
สิ้นคำรายงานนั้น บรรยากาศในห้องลับราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ ฉินหานนิ่งเงำ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวและกลอุบายน่าสะพรึงกลัว หลินซูเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณกุนซือบอกทันทีว่านี่ไม่ใช่สงครามตามชายแดนธรรมดา แต่มันคือ "กับดัก" ครั้งใหญ่ที่ถูกวางไว้เพื่อตัดแขนตัดขาแม่ทัพทมิฬอย่างเลือดเย็น
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
- นักเล่าประวัติศาสตร์ -
แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้กลศึก•ตอนที่ 11
ความไว้วางใจที่ก่อตัว
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้กลศึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!