กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มอายุสิบปีคละคลุ้งผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาจากร่างไร้วิญญาณบนเตียงไม้จันทน์
ภายในตำหนักบูรพาที่ควรจะเงียบสงบ บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้ขันทีตัวน้อยด้านนอกไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ฉินหานยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งกวาดมองร่างของเสนาบดีเฒ่าจาง ผู้ซึ่งเคยเป็นเสาหลักในราชสำนัก บัดนี้กลับนอนตัวแข็งทื่อ ผิวหนังทั่วร่างปรากฏรอยเขียวคล้ำเป็นลายตารางประหลาด—ร่องรอยอันเป็นเอกลักษณ์ของพิษ "บุปผาน้ำแข็งพันปี" พิษหายากที่หาได้เฉพาะในแคว้นเป่ยเปียน
"ท่านแม่ทัพ... การชันสูตรเบื้องต้นเสร็จสิ้นแล้วขอรับ" หมอหลวงเฒ่าผู้รับหน้าที่ตรวจศพเอ่ยเสียงสั่นเทา มือที่ถือเข็มเงินชุบสารละลายถึงกับสั่นระริกจนเข็มกระทบกับถ้วยกระเบื้องเคลือบ "มิใช่การล้มป่วยกะทันหันอย่างที่ขันทีหน้าห้องกราบทูล แต่เป็นพิษ... และต้องเป็นผู้ที่คลุกคลีกับท่านเสนาบดีอย่างใกล้ชิดเท่านั้นจึงจะแอบผสมมันลงในน้ำชาถ้วยสุดท้ายได้"
ฉินหานไม่กล่าวอันใด นัยน์ตาคู่คมหรี่ลงเล็กน้อย เขาก้าวเข้าไปใกล้เตียงช้าๆ รองเท้าบูทหนังปักลายเสือดาวเหยียบลงบนพื้นไม้ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบงัน สมองอันชาญฉลาดและผ่านศึกมาโชกโชนกำลังประมวลผลหมากทุกกระดานในราชสำนัก เสนาบดีจางตายในคืนก่อนที่เขาจะนำรายงานลับเกี่ยวกับการทุจริตในกรมคลังถวายต่อองค์ฮ่องเต้ การตายครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การฆาตกรรมขุนนางใหญ่ หากแต่เป็นการปิดปากเพื่อรักษาหัวโขนของใครบางคนเบื้องสูง
"เจ้าพบสิ่งนี้ในสำรับชาใช่หรือไม่"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม พร้อมกับที่ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวปักลายเมฆสีเงินก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา หลินซูเหยา... กุนซือหญิงผู้มีแววตาดั่งเหยี่ยวราตรี นางโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวคีบเศษกระดาษชิ้นเล็กที่เปียกชื้นบริเวณซอกเตียงขึ้นมาพิจารณา
ฉินหานเหลือบมองสตรีข้างกายชั่วขณะ กลิ่นอายหอมจางๆ คล้ายดอกเหมยในฤดูหนาวโชว์แตะนาสิก ท่ามกลางบรรยากาศน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ หลินซูเหยากลับมีสติและเยือกเย็นไม่แพ้บุรุษ
"ไม่ใช่แค่พิษในน้ำชาหรอกเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ..." หลินซูเหยาเอ่ยเสียงเรียบ นางคลี่เศษกระดาษชิ้นนั้นออกอย่างเบามือ เผยให้เห็นรอยหมึกที่จางเกือบหมด แต่ด้วยสายตาอันแหลมคม นางสามารถอ่านมันออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง "ท่านเสนาบดีจางถูกบังคับให้เขียนจดหมายฉบับนี้ก่อนตาย... ดูรอยกดของพู่กันสิเจ้าครับ มีความลังเลและแรงกดที่ข้อมือขวา แสดงว่าขณะเขียน มีคมดาบจ่ออยู่ที่ลำคอของเขา และที่สำคัญที่สุด..."
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับฉินหาน นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าอันเย็นชาของแม่ทัพหนุ่ม
"...หมึกที่ใช้ เป็นหมึกชั้นดีที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงหรือมหาเสนาบดีฝั่งตะวันตกเท่านั้นที่ใช้ได้"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงไปอีกหลายส่วน ฉินหานขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อครั้งครอบครัวของเขาถูกกวาดล้างด้วยข้อหากบฏผุดวาบขึ้นมาในหัว ราวกับประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย ความเน่าเฟะของราชสำนักเบื้องสูงกำลังพยายามกลืนกินทุกสิ่งที่เขาปกป้อง
"เจ้าสงสัยผู้ใด" ฉินหานเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะเด็ดหัวคนได้ทุกเมื่อ
"หม่อมฉันยังไม่กล้าปรักปรำผู้ใดในยามนี้เจ้าค่ะ..." หลินซูเหยาแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและคมปัญญา "แต่กระดานนี้เพิ่งเริ่มต้นเดินหมากตาแรก ผู้ที่ร้อนรนที่สุดย่อมเป็นฝ่ายที่เดินผิดพลาดเป็นคนแรกเช่นกัน ดูนี่สิเจ้าครับ"
นางชี้ไปยังคราบน้ำมันตะเกียงที่หยดอยู่บนโต๊ะหนังสือ ทิศทางของคราบหยดเทียนบ่งบอกว่ามีคนเพิ่งรีบร้อนออกจากห้องนี้ไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม และทิศทางนั้นมุ่งตรงไปยัง... ตำหนักของพระสนมเอกหลิว ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นมารดาขององค์ชายรอง
ฉินหานแค่น A voice เย็นเยียบในลำคอ "หมากตัวนี้ช่างกล้าหาญนัก คิดจะตัดแขนตัดขาเราตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มศึก"
"ท่านแม่ทัพโปรดระวังตัวด้วยนะเจ้าครับ" หลินซูเหยาเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อของฉินหานแผ่วเบา เป็นสัมผัสเพียงชั่วเสี้ยววินาทีที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอันลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสุขุม "ศัตรูในเงามืดมักน่ากลัวกว่ากองทัพนับหมื่นบนสนามรบ พวกมันมิได้ใช้ดาบแทงท่าน แต่มันใช้กฎหมายและราชโองการ..."
ก่อนที่ฉินหานจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดตอบรับ ประตูไม้สลักลวดลายวิจิตรของตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กรูเข้ามาพร้อมกับทหารองครักษ์หลวงในชุดเกราะทองอร่าม
นำหน้าโดยขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ ใบหน้าของขันทีผู้นั้นซีดเซียวแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งยโส ในมือถือราชโองการสีเหลืองทองอร่ามที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้า
"แม่ทัพฉินหาน และกุนซือหลินซูเหยา!" ขันทีเฒ่าขานเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู กวาดสายตามองศพบนเตียงก่อนจะหันมาจ้องหน้าฉินหานด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก "มีพระราชโองการด่วน! ให้ควบคุมตัวท่านทั้งสองไปสอบสวน ณ คุกหลวงทันที ฐานสมรู้ร่วมคิดในการลอบปลงพระชนม์เสนาบดีจาง และ... พบหลักฐานตราประยุทธ์ทหารพเนจรซุกซ่อนอยู่ในเรือนพักของท่าน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและคมดาบนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้กลศึก•ตอนที่ 5
เงาพยัคฆ์ในวังหลวง
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพทมิฬผู้เย็นชา กับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้กลศึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!