มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง•ตอนที่ 13

กลิ่นกุหลาบและหนามแหลม

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กล่องกำมะหยี่สีเลือดหมูถูกวางลงบนโต๊ะทำงานตัวกระจกใสอย่างนิ่มนวล แต่สำหรับรินรดาแล้ว เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังสะท้อนก้องกังวานเสียดแทงประสาทราวกับเสียงคำรามของพายุทอร์นาโด "รินคิดว่าเราเคลียร์กันชัดเจนแล้วนะคะ คุณอคิน" น้ำเสียงของหญิงสาวราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เธอยังคงก้มหน้าอยู่กับร่างแบบเครื่องประดับชิ้นใหม่ ปลายดินสอในมือจรดลงบนกระดาษไขด้วยความมั่นคง โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผู้ชายที่ยืนค้ำหัวโต๊ะของเธออยู่เลยแม้แต่น้อย อคินขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาที่เริ่มมีร่องรอยความเหนื่อยล้า ดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความเจ็บปวดและคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ที่ยากจะควบคุม เขาปัดเป่าความเย่อหยิ่งทระนงตนทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงอดีตสามีผู้โง่เขลาที่กำลังพยายามเหนี่ยวรั้งเศษซากความสัมพันธ์ด้วยวิธีที่ผิดมหันต์ "ผมแค่อยากให้... ของขวัญชิ้นนี้" อคินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ มือหนาผลักกล่องกำมะหยี่นั้นให้เลื่อนเข้าไปใกล้เธออีกนิด "มันคือสร้อยเพชรน้ำงามที่ผมตั้งใจประมูลมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ริน... มันเหมาะกับคอระหงของคุณ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันและสมเพชระคนกัน เธอยอมละสายตาจากงานตรงหน้า เงยขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยนัยน์ตาคู่สวยที่ฉายแววแข็งกร้าวราวกับกำแพงน้ำแข็งที่หนากว่าเดิมเป็นร้อยเท่า "ของขวัญเหรอคะ?" เธอย้อนถาม ช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "คุณเอาอะไรมาคิดว่าฉันจะอยากได้ของจากผู้ชายที่เคยโยกย้ายเศษเงินซื้อความสุขให้ผู้หญิงอื่น ขณะที่ปล่อยให้ฉันนั่งรอความรักตาดำๆ อยู่ในบ้านหลังนั้น? หรือคุณคิดว่าเงินตรามหาศาลของคุณ มันจะสามารถลบเลือนรอยแผลเป็นในใจที่ฝังรากลึกตลอดสามปีของการแต่งงานไร้รักนั่นได้?" "ริน... ผมขอโทษ ผมสำนึกแล้ว..." "คำขอโทษของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะ" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคู่นคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนลึกล้ำโชยแตะจมูกอคิน จนลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดกึก "จำใส่สมองของคุณเอาไว้เลยนะคะคุณอคิน ว่าดอกกุหลาบที่คุณพยายามเอามาง้อฉัน... มันเต็มไปด้วยหนามแหลมคมที่พร้อมจะทิ่มแทงมือคุณจนเลือดสาดทุกครั้งที่คุณยื่นเข้ามาแตะต้อง!" บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก อคินไม่เพียงไม่ถอยหนี เขากลับก้าวประชิดโต๊ะทำงานเข้ามาอีกก้าว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่ได้ต้องการทำร้าย แต่เป็นการกักขังไม่ให้เธอหนีคำพูดของเขาไปไหน "ต่อให้หนามพวกนั้นจะแหลมคมแค่ไหนจนมือผมพรุนไปด้วยเลือด..." อคินกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน ความโหยหาและปรารถนาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนานพวยพุ่งทะยานจนยากจะต้านทาน "ผมก็ยินดีจะยอมเจ็บ ริน... รินก็รู้ว่าผมต้องการคุณแค่ไหน ร่างกายนี้... ริมฝีปากนี้ เป็นของผม..." "ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว!" รินรดาตวัดมืออีกข้างหมายจะตบหน้าเขาให้สมกับความชอกช้ำ แต่อคินไวกว่า เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแผ่นอกแนบชิด แรงปะทะของร่างกายทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง อคินก้มลงมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังเผยอหอบหายใจด้วยความโกรธขึง ความอดทนที่สะสมมานานนับเดือนขาดผึ่งลงตรงนั้น เขาประกบจูบทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหา ดุดัน และเว้าวอนในเวลาเดียวกัน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามสะบัดหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อขัดขืน ทว่า... อคินกลับไม่อ่อนข้อให้อีกต่อไป ปลายลิ้นร้อนชื้นไล้เล็มกลีบปากนุ่ม บังคับให้เธอจำยอมเผยอรับความวาบหวามที่เขาโหยหา รสชาติของความคะนึงหาผสมผสานกับความเจ็บปวดในอดีตทำให้จูบนี้ทั้งเร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจ มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าเนื้อดี ลูบต่ำลงมาจนถึงสะโพกกลมกลึง บีบขยำด้วยความรัญจวนใจจนหญิงสาวครางฮือในลำคอ ความคุ้นเคยในเรือนร่างของกันและกันปลุกเร้าเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่มอดไหม้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง รินรดาพยายามบอกตัวเองให้ผลักไส แต่มือที่เคยทุบตีกลับอ่อนแรงลงทีละน้อยเมื่อความซาบซ่านจากสัมผัสอันชำนาญการเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะ อคินผริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ชิดซ้ายซอกคอหอมกรุ่น เขาขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงจางบนผิวเนื้อนวลเนียน ทำให้หญิงสาวสะท้านเฮือก ขาสั่นระริกจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "อื้อ... หยุด... อคิน... พอได้แล้ว..." เสียงทักท้วงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ ไร้ซึ่งพลังที่จะต่อต้านอย่างสิ้นเชิง อคินเงยหน้าขึ้นจากซอกคอระหง ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย เขาจ้องมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบด้วยความลุ่มหลง "ผมไม่เคยลืมคุณเลยสักวินเดียว ริน..." เขาเอ่ยเสียงพร่ากระซิบข้างใบหู ก่อนจะประทับจูบซับน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยอย่างทะนุถนอม "ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมแค่ไหน แต่ร่างกายของคุณ... ก็ยังตอบสนองผมเหมือนเดิม" เพี๊ยะ! ฝ่ามือเรียวตวัดเข้าที่ข้างแก้มของอคินเต็มแรง จนใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงเหวี่ยง ความชาหนึบที่แก้มไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดเท่ากับแววตาเกลียดชังที่ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งในดวงตาของรินรดา เธอกระชากแขนตัวเองหลุดจากการเกาะกุม ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน หน้าอกกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์โกรธเกรี้ยวและหวาดหวั่นในความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของตัวเอง "ไสหัวไปซะ!" รินรดากรีดร้องเสียงสั่น มือชี้ไปที่ประตูห้องทำงาน "อย่ามาเหยียบที่นี่อีก! แล้วก็เก็บของขույขะเรนทราของคุณออกไปให้พ้นหน้าฉัน!" อคินยกมือขึ้นแตะรอยแดงที่แก้ม ชายหนุ่มยิ้มขมขื่นออกมาเล็กน้อย เขาก้มลงหยิบกล่องกำมะหยี่สีเลือดหมูขึ้นมาถือไว้ แต่ไม่ได้เดินออกจากห้องตามที่เธอต้องการ ทว่าในวินาทีที่ความเงียบกำลังจะเข้าปกคลุมบรรยากาศอันคุกรุ่นนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก๊อก ก๊อก ก๊อก "คุณรินรดาคะ มีพัสดุด่วนส่งตรงจากต่างประเทศค่ะ..." เสียงเลขาฯ หน้าห้องดังลอดเข้ามา พร้อมกับที่ประตูเปิดผางออกโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายอนุญาต ร่างของเลขาสาวก้าวเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งอคินและรินรดาต้องหยุดชะงักและหันขวับไปมอง คือร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบที่วิ่งตามหลังเลขาฯ เข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตเป็นประกายแก้วใส และจมูกรั้นเชิดรั้นที่ถอดแบบมาจากอคินอย่างไร้ที่ติ กำลังเอ่ยเรียกเสียงใสแจ๋ว "มัมมี่ฮะ! น้องไปป์ซื้อกุหลาบมาฝากมัมมี่ด้วยนะฮะ!" หัวใจของอคินกระตุกวูบ ดับดิ้นลงทันทีเมื่อสายตาคมกริบกวาดมองเด็กชายตัวน้อยตรงหน้า... เด็กที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ดำดิ่งไปกับความเจ็บปวด และลุ้นระทึกไปกับเกมรักเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%