“คุณหญิงพวงเพ็ญคะ... แหวนเพชรเม็ดนี้ ทางเราคัดสรรน้ำงามที่สุดเพื่อคุณหญิงโดยเฉพาะค่ะ”
เสียงหวานใสแต่หนักแน่นของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของห้องรับรองวีไอพีในสตูดิโอดیزายน์จิวเวลรี่ใจกลางเมือง หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีครีมตัดเย็บอย่างประณีต เผยให้เห็นทรวดทรงอ้อนแอ้นแต่มั่นคงในทุกย่างก้าว เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ปล่อยให้ใบหน้าเรียวรูปไข่ได้รูปฉายแววเด็ดเดี่ยวและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างที่ใครหน้าไหนก็ไม่อาจมาเหยียบย่ำได้อีกต่อไป
ชีวิตใหม่ในฐานะ ‘โสดสนิท’ ของรินรดาเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อสามสัปดาห์ก่อน หลังจากการเซ็นใบหย่าที่ตัดขาดเธอออกจากพันธะอันหนาวเหน็บกับอคิน สามีผู้เคยใช้น้ำแข็งหล่อเลี้ยงหัวใจของเธอตลอดสามปีที่ผ่านมา
กระนั้น เสียงซุบซิบนินทาในแวดวงไฮโซก็ไม่ได้เงียบลงตามสถานะทางกฎหมายที่เปลี่ยนไป...
*“นั่นน่ะเหรอ รินรดา อดีตภรรยาของคุณอคิน... น่าสงสารนะ ถูกเขี่ยทิ้งแบบไม่ใยดี ทั้งที่พยายามประคับประคองหน้าตาทางสังคมให้อยู่แท้ๆ”*
*“อุ๊ย ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าหล่อนมีดีแค่นอกกายหรือเปล่า ถึงได้รั้งผู้ชายระดับคุณอคินไว้ไม่ได้ ถึงขั้นต้องหย่าขาดกันกลางงานสังคมแบบนั้น”*
ถ้อยคำพิษสงเหล่านั้นลอยวนอยู่ในอากาศราวกับฝุ่นละอองที่มองไม่เห็น แต่สำหรับรินรดาแล้ว มันกลับเป็นเพียงลมปากไร้ค่าที่เธอเลือกจะปัดตกไปเสียตั้งแต่ก้าวออกจากบ้านหลังนั้น บ้านที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงเธอที่กอดความว่างเปล่าไว้จนมือไม้ชาดิ่ง
แต่ความว่างเปล่าในวันนั้น ได้ถูกแทนที่ด้วยความสำเร็จอันหอมหวานและอิสรภาพที่เธอเป็นผู้กำหนดเองในวันนี้
“ฝีมือการออกแบบของคุณรินนี่ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลยจริงๆ ค่ะ” คุณหญิงพวงเพ็ญเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ พร้อมกับจรดปากกาเซ็นสั่งซื้อจิวเวลรี่คอลเลกชันใหม่มูลค่าหลายล้านบาท “ว่าแต่... หย่าขาดจากสามีเนื้อหอมอย่างคุณอคินมาแบบนี้ ไม่คิดจะหาใครมาดามใจหน่อยเหรอคะ เห็นพวกผู้ชายในแวดวงต่างพากันส่งสายตาให้คุณรินกันเป็นแถว”
รินรดายิ้มรับบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเย็นชาและไร้ซึ่งช่องโหว่ “หัวใจของดิฉันตอนนี้ มีไว้เพื่อความสุขของตัวเองและผลงานสร้างสรรค์เท่านั้นค่ะคุณหญิง เรื่องอื่น... ไม่ได้อยู่ในความสนใจเลยค่ะ”
คำตอบที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยความถือดีทำให้คุณหญิงพวงเพ็ญพยักหน้ารับอย่างนึกทึ่ง ก่อนจะขอตัวลาลับไป ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ตามลำพังหน้ากระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวผู้สง่างาม ทว่าลึกเข้าไปในดวงตากลับซ่อนร่องรอยความอ่อนล้าจากการต่อสู้กับโชคชะตาไว้มิดชิด
ครั้นพอก้าวพ้นจากประตูสตูดิโอในช่วงยามเย็นที่แสงอาทิตย์เริ่มอาบไล้ตึกระฟ้า รถยนต์หรูสีดำสนิทคันคุ้นตาคันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทอย่างนิ่มนวล กระจกสีชาเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายของ ‘ธันวา’ ศัตรูทางธุรกิจตัวฉกาจของอคิน
“ว่างไหมครับ คุณรินรดา... คนสวยผู้เพิ่งทวงคืนอิสรภาพ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาให้ เผยให้เห็นความตั้งใจบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแววตานั้น
รินรดายืนนิ่ง ขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง เธอย่อมรู้ดีว่าธันวาคือใคร และการที่เขาเข้ามาพัวพันกับเธอย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เขากำลังใช้เธอเป็นหมากตัวหนึ่งเพื่อเหยียบย่ำอคิน ศัตรูคู่อาฆาตที่กำลังคลุ้มคลั่งเพราะการสูญเสียเธอไป
“ถ้าคุณธันวามาเพื่อชวนดิฉันไปทานข้าวฆ่าเวลาเพื่อความบันเทิงส่วนตัว คงต้องขอปฏิเสธค่ะ ดิฉันไม่มีเวลาว่างพอจะไปเป็นเครื่องมือให้ใครเกมการเมืองทางธุรกิจหรอกนะคะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ไม่หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมา
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก ชายหนุ่มเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมายืนประชิดร่างบาง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระรวยปะปนกับกลิ่นกายบุรุษเพศแผ่ซ่านความกดดันอันเร่าร้อนออกมาอย่างจงใจ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดปะข้างแก้มเนียน
“คุณฉลาดมากจริงๆ รินรดา... สมแล้วที่เป็นอดีตภรรยาของอคิน” ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่า “แต่คุณแน่ใจเหรอครับว่า... การปฏิเสธผม จะทำให้คุณรอดพ้นจากเงื้อมมือของอดีตสามีผู้คลั่งแค้นคนนั้นได้จริงๆ? คุณคิดเหรอว่าเขาจะยอมปล่อยให้เพชรเม็ดงามอย่างคุณหลุดมือไปตลอดกาล?”
คำพูดของธันวาทำเอารินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบ ภาพจำของอคินในคืนวันก่อนที่จะหย่าขาดจากกันผุดขึ้นมาในห้วงความคิด—แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ความโกรธเกรี้ยว และความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย ที่อคินพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็งอันเย็นชา
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอτοะใจหรือถอยหนี สัมผัสอุ่นจัดจากมือหนาของใครอีกคนก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้ด้วยแรงบีบที่หนักหน่วงจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ปล่อยเธอ...”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนน่ากลัวดังขึ้นจากความมืดสลัวริมฟุตบาท พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอคินที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอและธันวา ดวงตาคมกริบของอคินแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย รังสีความหึงหวงและอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงราวกับติดลบ
อคินจ้องมองธันวาด้วยสายตาดั่งนักล่าที่พร้อมจะฉีกศัตรูให้เป็นชิ้นๆ ก่อนจะหันมามองหน้าอดีตภรรยาที่เขายังคงรักและโหยหาจนแทบคลั่ง รินรดาสัมผัสได้ถึงสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากฝ่ามือที่กุมข้อมือเธอไว้—มันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างเคย แต่มันคือความสิ้นหวังและร้อนรุ่มที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาต้องสะดุดกึก และดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ คือร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยประมาณสองขวบเศษ ที่ซุกตัวอยู่ด้านหลังขาของอคิน ดวงตากลมโตคู่โตที่มองมายังเธอช่างถอดแบบมาจากเธอกับอคินราวกับพิมพ์เดียวกัน และเสียงเล็กๆ นั้นก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงั้น
“คุณแม่คะ... ทำไมคุณแม่ถึงไม่ยอมกลับบ้านกับคุณพ่อล่ะคะ?”
รินรดาร่างกายชาดิ่งไปทั่วสรรพางค์ ความลับที่เธอพยายามปกปิดและฝังกลบไว้ก้นบึ้งของหัวใจ บัดนี้กลับถูกเปิดเผยออกมาต่อหน้าอดีตสามีผู้กุมชะตากรรมของเธอไว้ทั้งหมดแล้ว!
เข็มฉายานิศขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและรสชาติความสะใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง•ตอนที่ 2
อิสระที่แลกมาด้วยความว่างเปล่า
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!