มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง•ตอนที่ 3

แรงสั่นสะเทือนในห้องประชุม

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องบอล룸หรูระดับห้าดาวดังก้องกังวาน กลบเกลื่อนความระอุคุกรุ่นที่แผ่ซ่านอยู่กลางอากาศได้อย่างไม่แนบเนียนนัก รินรดาในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูปปักคริสตัลระยิบระยับ ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเวทีเปิดตัวคอลเลกชันจิวเวลรี่ชิ้นเอกของแบรนด์ *‘Aura de Lune’* ที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของเธอเอง รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มเคลือบลิดสติกสีแดงก่ำนั้นงดงาม ทว่าแววตาคู่คมกลับเรียบนิ่งดั่งผืนน้ำในคืนไร้จันทร์ นี่คือพื้นที่ของเธอ... อาณาจักรที่เธอสลัดคราบอดีตภรรยาผู้เคยถูกเหยียบย่ำทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างสง่างาม “ผลงานชิ้นนี้ของ ‘คุณริน’ ช่างงดงามราวกับมีชีวิตจริง ๆ ครับ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะเบาลงบนข้อศอกเปลือยเปล่า ธันวา... นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเป็นพันธมิตรคนสำคัญในโปรเจกต์นี้ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ เขายืนเคียงข้างเธอในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และสายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด รินรดาเพียงแค่เอียงตัวหลบอย่างนุ่มนวลโดยไม่เสียมารยาท เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ซ่อนความเย้ยหยันไว้ภายใน “ขอบคุณค่ะคุณธันวา แต่ดิฉันคิดว่าความงดงามที่แท้จริง ควรเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าในตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยเงาของใครมาทาบทับ” ธันวาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ “คุณรินนี่คมคายเสมอนะครับ ผมชักจะหลงใหลความพยศของคุณเข้าเสียแล้วสิ” ทว่า บทสนทนาระหว่างทั้งสองต้องสะดุดลง เมื่อจู่ ๆ บรรยากาศรอบกายพล An อุณหภูมิลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ราวกับสายลมหนาวจากขั้วโลกเหนือพัดผ่านกลางห้องจัดเลี้ยงที่อบอวลไปด้วยเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้คนเริ่มแข็งค้าง เสียงกระซิบกระซาบเงียบลงราวกับนัดหมาย เมื่อบานประตูไม้สักทองบานใหญ่ด้านหน้าห้องโถงถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอันหนักหน่วง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ทุกย่างก้าวที่เขื่อนขันธ์เข้ามาสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกของทุกคนในที่นั้น อคิน... ผู้ชายที่เธอจงใจลบชื่อออกจากทะเบียนสมองและหัวใจอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะปักหมุดมาที่ร่างของเธอ รัศมีเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนผู้คนรอบข้างต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ อคินในยามนี้ไม่ใช่สามีผู้เพิกเฉยคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก หากแต่เป็นพญาอินทรีผู้หิวกระหายและพร้อมจะขย้ำทุกสิ่งที่บังอาจท้าทายอำนาจของเขา รินรดากำก้านแก้วแชมเปญในมือแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง แต่ภายนอกเธอกลับเชิดคางขึ้นสูง ดวงตาสีเข้มจ้องตอบรับสายตานั้นอย่างไร้ความหวาดหวั่น “ไม่คิดเลยว่าคนงานยุ่งระดับคุณอคิน จะสละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์เล็ก ๆ ของผู้หญิงไร้ค่าคนนี้ด้วย” เสียงหวานใสกังวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เธอจงใจเน้นคำว่า ‘ไร้ค่า’ เพื่อตอกย้ำความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาเคยยัดเยียดให้เธอในอดีต อคินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นกายหอมเย็นผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูก ระยะห่างนี้มันใกล้เสียจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกของเขา ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามในทันที ดวงตาคมปลาบกวาดสำรวจเรือนร่างระหงในชุดราตรีสีมรกตด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะระคนความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากน้ำแข็ง “แบรนด์เล็ก ๆ งั้นหรือ...” อคินทวนคำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและทรงพลังจนบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท “รินรดา... เธอกล้าหาญมากนะที่หนีฉันมาซ่อนตัวอยู่หลังฉากความสำเร็จปลอม ๆ นี้ คิดจริง ๆ หรือว่าปีกที่เพิ่งงอกขึ้นมาใหม่ จะทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้” ธันวาขยับตัวเข้ามาบังรินรดาไว้เล็กน้อย ใบหน้าประดับรอยยิ้มกวนประสาท “ยินดีต้อนรับครับคุณอคิน ไม่นึกว่าคนระดับคุณจะสนใจงานศิลปะแฟชั่นแบบนี้ด้วย นึกว่าถนัดแต่เรื่อง... ผูกขาดตลาดซะอีก” อคินปรายตาคมกริบมองธันวาเพียงเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับจะแช่แข็งอีกฝ่ายให้กลายเป็นจุล “ถอยไป... ธันวา ถ้าไม่อยากให้ธุรกิจในมือของแกพินาศภายในชั่วข้ามคืน” “คุณอคิน!” รินรดาก้าวออกมาเผชิญหน้าด้วยตัวเอง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอก้าวเข้าประชิดจนหน้าอกแทบจะชนกับแผงอกกว้างของอดีตสามี “ที่นี่คือพื้นที่ของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มขู่ใครที่นี่ เชิญกลับไปซะ! สามีเก่า... อย่างคุณ ไม่มีค่าพอแม้แต่จะยืนหายใจร่วมอากาศเดียวกับฉันด้วยซ้ำ” คำพูดเชือดเฉือนและสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังพุ่งตรงเข้าปักอกอคินราวกับลูกธนูอาบยาพิษ แทนที่เขาจะโกรธเกรี้ยว แววตาของชายหนุ่มกลับไหววูบด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็น มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเด็ดขาดจนเธอสะบัดไม่หลุด “ปากเก่งขึ้นนี่ริน...” อคินก้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียนจนขนลุกชัน “แต่เธอก็รู้ดีว่า... เวลาที่เราอยู่ด้วยกันสองคน เธอมักจะใช้ปากพูดจาอวดดีแบบนี้ได้ไม่นานหรอก” “ปล่อยฉันนะ!” รินรดาตวัดสายตาคมกริบใส่ มืออีกข้างเงื้อง่าขึ้นเตรียมจะตบหน้าเขาให้สาสมกับความอวดดี แต่ทว่า... ฉับพลันนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายังคงใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือเดียวแล้วกดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ “มีอะไร... พูดมา” น้ำเสียงห้วนจัดเอ่ยกรอกลงไป ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงสั่นเครือของผู้ช่วยส่วนตัวลอดดังออกมาผ่านลำโพงท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุม “คุณอคินครับ... คือ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับที่คฤหาสน์... คือว่า... มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งแอบหนีออกจากห้องพัก... แล้วตอนนี้... ตอนนี้แกกำลังถือรูปถ่ายวัยเด็กของคุณยืนรอพบคุณอยู่ที่ห้องทำงานใหญ่ครับคุณอคิน!” ร่างสูงของอคินชะงักกึก ทั่วทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระดูกสันหลัง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในชีวิต และในวินาทีนั้นเอง... รินรดาที่สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของอดีตสามี รอยยิ้มเยือกเย็นและทรงพลังจึงค่อย ๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มอย่างผู้กำชัยชนะ เข็มฉายานิศขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและรสชาติความสะใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%