มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง•ตอนที่ 18

เงาจากอดีต

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
แก้วคริスタルทรงสูงในมือของรินรดาแทบจะแหลกคามือเรียวระหงที่กำมันไว้แน่น เมื่อเงาร่างคุ้นตาในชุดเดรสผ้าไหมสีเพิร์ลเกรย์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของงานกาล่าการกุศลประจำปี กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันที่เธอยังคงจำได้ดีแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปหลายปีโชยปะทะนาสิก ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบไม่ใช่ความทรงจำเก่าๆ หากแต่เป็นรอยยิ้มเยเย้ยที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำคู่นั้นต่างหาก "ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เจอคุณที่นี่... รินรดา" เสียงทุ้มหวานที่เคยดังก้องอยู่ในความทรงจำอันมืดมนของอดีตเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาคู่คมที่กวาดมองร่างเพรียวในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาสมเพชแกมเยาะหยัน 'พิมพิลา' อดีตคนรักเก่าผู้เป็นต้นเหตุแห่งรอยร้าวฉานในอดีตระหว่างเธอกับอคิน กลับมาปรากฏกายอีกครั้งอย่างอุกอาจ และดูเหมือนว่าเป้าหมายของการกลับมาครั้งนี้จะไม่ได้มีแค่การทักทายอย่างมิตร รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก เธอยืดกายขึ้นตรงอย่างสง่างาม เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสร้างเกราะกำบังอันแข็งแกร่ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนี้ปลุกเร้าเศษซากปรักหักพังในอกให้กลับมาปวดร้าวอีกครั้ง แต่นั่นคือรินรดาคนเก่า... คนที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ฟูมฟายอยู่หลังบานประตูห้องนอนที่เย็นเฉียบ "โลกนี้ช่างแคบเสียจริงนะคะคุณพิมพิลา หวังว่าการปรากฏตัวของคุณคงไม่ใช่เพราะคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่คุณเคยพยายามแย่งชิงหรอกกระมังคะ" รินรดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเหนือกว่า พิมพิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ กิริยาท่าทางยังคงความเย่อหยิ่งและพยายามแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของบางสิ่งบางอย่างเหมือนเช่นเคย ดวงตาสีเข้มชำเลืองมองไปด้านหลังของรินรดา ก่อนที่ริมฝีปากคู่นั้นจะคลี่ยิ้มกว้างขึ้นเมื่อร่างสูงสง่าของอคินก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับแก้วแชมเปญในมือ "อคินคะ..." เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่ออดีตสามีของเธอด้วยความสนิทสนมเกินกว่าเหตุ พิมพิลาขยับกายเข้าไปประชิดร่างสูงของชายหนุ่มโดยไม่เกรงใจสายตาผู้คนรอบข้าง มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อสูทเนื้อดีของเขาอย่างคุ้นเคย "พิมดีใจจังค่ะที่คุณยังจำรสชาติน้ำหอมที่พิมชอบได้" อคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งน้ำแข็งกวาดมองพิมพิลาด้วยความเรียบเฉย ไร้ซึ่งประกายความยินดีหรือแม้แต่ความประหลาดใจ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนผู้คนที่ยืนอยู่ใกล้เคียงยังต้องถอยห่าง แต่พิมพิลากลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หล่อนจงใจเบียดกายเข้าหาอคินมากขึ้น พร้อมกับปรายตามองรินรดาด้วยความท้าทาย รินรดากำมือแน่นขึ้นอีกนิด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เธอจะหย่าขาดจากชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจคนนี้มานานแล้ว และประกาศกรวดกับตัวเองว่าจะไม่มีวันหวนกลับไป องคาพยพทุกส่วนในร่างกายกลับยังคงจดจำสัมผัสและความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้ได้เป็นอย่างดี ภาพอดีตที่เธอต้องทนเห็นเขากับผู้หญิงคนนี้วนเวียนอยู่ในชีวิตแต่งงานผุดขึ้นมาซ้ำเติม ยิ่งตอกย้ำว่าบางแผลเป็นต่อให้จางหายแค่ไหน ก็ยังคงทิ้งร่องรอยความชาหนึบเอาไว้เสมอ "คุณพิมพิลา กรุณารักษามารยาทด้วยครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ อคินปัดมือของหญิงสาวออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังพิมพิลาด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "ผมคิดว่าเราคุยกันชัดเจนแล้วตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน ว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไรเหลืออยู่อีกแล้ว" พิมพิลาหน้าเสียไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มเสแสร้งก็ถูกดึงกลับมาสวมใส่ได้อย่างรวดเร็ว หล่อนหัวเราะกลบเกลื่อนความอับอายก่อนจะหันมามองรินรดาและอคินสลับกันด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "อุ๊ย ดูเหมือนว่าพิมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของคุณสองคนสินะคะเนี่ย แต่ว่า... แหม คุณอคินคะ อย่าใจร้ายกับพิมนักเลยค่ะ ยังไงเราก็เคย..." "พอได้แล้วพิมพิลา!" อคินตวาดกร้าวด้วยความเหลืออด เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำลงจนน่ากลัวทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงทันที เขาไม่ได้สนใจสายตาของแขกเหรื่อในงานที่เริ่มหันมามอง เขาสลัดตัวออกจากอพิมพิลาแล้วก้าวเข้ามาคว้าข้อมือของรินรดาเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหญิงสาวจะหลุดลอยหายไปต่อหน้าต่อตา "ริน..." อคินเรียกชื่อภรรยาเก่าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาสั่นระริกด้วยความร้อนรนที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด "อย่าไปฟังเธอ รินก็รู้ว่าผมกับเธอ... มันจบไปนานแล้ว" รินรดากระตุกข้อมือของตนเองกลับอย่างแรง แรงดึงอันเด็ดเดี่ยวทำให้รินรดาหลุดพ้นจากการเกาะกุมของอคินได้อย่างง่ายดาย เธอมองหน้าอดีตสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหยเหยียดและสมเพช "ปล่อยค่ะคุณอคิน... และกรุณาอย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือคู่นั้นของคุณ" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่ถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้ง "คุณสองคนจะเคลียร์กันยังไงก็เรื่องของคุณเถอะค่ะ เพราะมันไม่ได้มีค่าอะไรกับชีวิตใหม่ของฉันเลยแม้แต่น้อย" พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวหมายจะเดินหนีจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ทันที ทว่าก้าวได้เพียงสองก้าว เสียงทุ้มของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ ในงาน "อ้าว รินรดา อยู่นี่เองหรือครับ ผมตามหาคุณเสียทั่วงานเลย" ธันวาปรากฏกายขึ้นพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างถือวิสาสะ มือหนาวางลงบนเอวคอดกิ่วของเธออย่างสนิทสนมเกินกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไป รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ผลักไส เพราะในเวลานี้ การมีธันวาอยู่ข้างกายคือโล่กำบังที่ดีที่สุดในการหนีให้พ้นจากสายตาและพันธนาการของอคิน อคินเห็นภาพนั้น ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะที่พุ่งพล่านจนแทบระเบิด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ดีว่าธันวาคือใคร และศัตรูทางธุรกิจคนนี้กำลังเล่นเกมสกปรกอะไรอยู่ การที่ธันวาเข้ามาแตะต้องภรรยาเก่าของเขา—ต่อให้จะหย่ากันแล้วก็ตาม—มันคือการหยามเกียรติที่เขาไม่มีวันยอมรับ "เอาตัวออกไปจากเธอนะ ธันวา!" อคินคำรามเสียงต่ำ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวทั้งสองคนด้วยท่าทีคุกคาม รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนพิมพิลาที่ยืนอยู่ข้างๆ ต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ธันวากลับยิ้มเยาะอย่างไร้ความเกรงกลัว เขากระชับวงแขนที่โอบเอวรินรดาแน่นขึ้น พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่จงใจยั่วโมโหอคินให้คลั่ง "ทำไมล่ะครับคุณอคิน? ในเมื่อคุณรินรดากลายเป็นผู้หญิงโสด และเธอก็เปิดโอกาสให้ผมได้ดูแล... หรือว่าคุณยังตัดใจจากอดีตภรรยาที่ตัวเองเคยผลักไสไล่ส่งไม่ได้เสียล่ะครับ?" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด ผู้คนในงานเริ่มหันมาซุบซิบมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกลางงานกาล่า อคินกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูด เขี้ยวคมขบเข้าหากันจนกรามขึ้นสันนูน ความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวตีรวนอยู่ในอกจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ รินรดาหันไปมองหน้าธันวาก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ เป็นเชิงอนุญาตให้เขาพูดต่อได้ แม้เธอจะไม่ชอบใจนักที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือประลองอำนาจระหว่างผู้ชายสองคนนี้ แต่อย่างน้อย การอยู่ข้างธันดาก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยจากการถูกอคินดึงกลับไปสู่วังวนเดิมๆ "ใช่ค่ะ..." รินรดาตัดสินใจเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว เธอสบตากับอคินตรงๆ โดยไม่มีความหวั่นเกรงหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "ฉันกับคุณธันวาเรากำลังเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ และฉันก็หวังว่าคุณอคินกับ... คุณพิมพิลา จะกรุณาให้เกียรติชีวิตส่วนตัวของฉันด้วยนะคะ" คำว่า 'ความสัมพันธ์ใหม่' ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของอคิน ร่างสูงเซถอยหลังไปเล็กน้อยราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความเจ็บปวดร้าวรานที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสจากผู้หญิงคนนี้ กลับถาโถมเข้ามาทุบทำลายหัวใจของเขาจนแหลกเหลวในพริบตา อคินอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธหรืออ้อนวอนบางอย่าง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เปล่งเสียงใดออกมา พิมพิลาที่เงียบอยู่นานก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นจนทุกคนต้องหันไปมอง "เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่เหรอคะรินรดา? ฮ่าๆๆ น่าขันเสียจริงนะคะคุณอคิน คุณรู้หรือเปล่าล่ะคะว่าผู้หญิงที่คุณพยายามตามง้อตื้ออยู่ทุกวันนี้... ลับหลังเธอแอบไปทำอะไรมาบ้าง!" รินรดาหน้าถอดสีทันที หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายเดือนถูกพิมพิลางัดขึ้นมาเล่นงานกลางวงสังคม ธันวาเองก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ อคินหันขวับไปมองพิมพิลาด้วยแววตาดุดั่งซาตาน "เธอหมายความว่ายังไง พิมพิลา!" พิมพิลายกยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ หล่อนก้าวเข้าไปใกล้รินรดาแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ดังพอจะให้คนรอบข้างได้ยินกันทั่ว "ก็หมายความว่า... เด็กผู้ชายหน้าตาเหมือนคุณตาสีฟ้าคนนั้น ที่คุณรินรดายอมเหนื่อยยากอุ้มท้องหนีไปคลอดที่ต่างประเทศไงคะคุณอคิน... ลูกชายลับๆ ของคุณกับรินรดา... ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่แล้วค่ะ!" รินรดาแทบหยุดหายใจ โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว่ำลงตรงหน้าทันทีที่ความลับอันดำมืดถูกเปิดเผย จากใจ... เข็มฉายานิศ ค่ะ: ตื่นเต้นกับปมปริศนาที่ถูกกระชากหน้ากากออกมาในตอนนี้กันไหมคะ รับรองว่าตอนหน้าเดือดระอุยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%