บานประตูไม้สักทองถูกผลักปิดลงด้วยแรงที่มากพอจะสะท้อนความกรุ่นโกรธในอกของอคิน ทว่าเสียงล็อกกลอนกลับเบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจ—เบาจนรินรดาที่ยืนหันหลังให้อยู่ริมกระจกเงาบานใหญ่สะดุ้งเฮือก
ความเงียบงันภายในห้องชุดเพนต์เฮوسต์หรูหรากลางกรุงไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบ ตรงกันข้าม มันกลับอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุเป็นเปลวเพลิงได้ทุกเมื่อ อากาศรอบตัวดูจะเบาบางลงจนน่าใจหาย เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของอคินทาบทับลงบนแผ่นหลังบางของเธออย่างอุกอาจ ไหล่กว้างกดดันเข้ามาใกล้เสียจนรินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขาที่แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้า
“คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงน้ำแข็งบัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งเป็นสันคมเฉียดผ่านเส้นผมหอมกรุ่นกลิ่นมะลิอ่อนๆ ที่เธอมักใช้ ราวกับคนอดอยากที่โหยหาหยาดน้ำค้างกลางทะเลทราย
รินรดาไม่หันกลับไปมอง เธอแค่น1เสียงหัวเราะเยาะในลำคอ เรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบแย้มยิ้มหยันให้กับเงาของตัวเองในกระจกเงา
“เกมอะไรคะ? ฉันไม่ได้ว่างพอจะมาเล่นขายของกับคุณหรอกนะคะคุณอคิน... ฉันแค่มาทำงาน ในฐานะนักออกแบบจิวเวลรี่ที่ทางโครงการของคุณว่าจ้างมาก็เท่านั้น”
“ทำงานงั้นหรือ?” อคินแค่นหัวเราะบ้าง มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มือหนายื่นออกไปคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอ รั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังนุ่มหยุ่นแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่กระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้เธอพยายามขัดขืนและบิดตัวหนี แต่ทว่าอ้อมแขนที่โอบรัดเธอนั้นแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก
“ปล่อยนะคะอคิน! เราหย่ากันขาดแล้ว สิทธิ์ที่คุณจะมาแตะเนื้อต้องตัวฉันมันหมดไปตั้งแต่สามปีก่อนโน่นแล้วค่ะ!”
“แต่หัวใจของฉันมันไม่เคยหย่าให้คุณเลยสักวินาทีเดียว!” อคินคำรามลั่น ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานและแรงปรารถนาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน เขาก้มลงซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างไร้การควบคุม สัมผัสจากริมฝีปากร้อนผ่าวที่แนบลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขนลุกเกรียวขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
ความเกลียดชัง ความโกรธแค้น และความน้อยเนื้อต่ำใจที่สะสมมานานนับปีตีรวนขึ้นมาจุกอก รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่ร่างกายทรยศความตั้งใจ ปฏิกิริยาตอบสนองของผิวเนื้อที่ร้อนผ่าวตามสัมผัสของเขามันฟ้องชัดเจนว่า เธอยังคงจดจำรสชาติและสัมผัสจากเขาได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
“คุณมันเห็นแก่ตัว... อื้อ...”
คำต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่ออคินพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า บดริมฝีปากลงมาครอบครองกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี จุมพิตแรกที่กระแทกกระทั้นเข้ามาไม่ใช่ความนุ่มนวล แต่เป็นความหิวกระหาย ความเว้าวอน และความโหยหาที่ระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก รินรดาพยายามเม้มปากแน่นและเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับตรึงคางเธอมั่น บังคับให้รับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้อย่างไม่มีทางเลือก
รสจูบที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกล้ำ เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือข้างหนึ่งโอบอุ้มแผ่นหลังเธอให้แนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน อคินพรมจูบซับน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยของเธออย่างแผ่วเบา ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเว้าวอนที่เปราะบางจนน่าใจหาย
“ริน... ผมขอโทษ... ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ชดใช้” เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมฝีปาก ขณะที่มือใหญ่เริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานราคาแพง
รินรดาสะท้านเฮือก ลมหายใจหอบกระชั้น ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันชำนาญและเร่าร้อนของอดีตสามีอย่างน่าละอาย ความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับมาซัดกระหน่ำ ค่ำคืนอันเร่าร้อนใต้เรือนร่างของเขาในอดีตไม่เคยจางหายไปไหน แรงอารมณ์ที่ถูกจุดชนวนขึ้นในใจเริ่มลุกลามแผดเผาเหตุผลจนหมดสิ้น
เมื่ออคินอุ้มร่างบางขึ้นลอยเหนือพื้นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า รินรดาไม่ได้กรีดร้องขัดขืนอีกต่อไป เรียวขาเรียวยาวเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาโดยสัญชาตญาณ มือบางสחเข้าที่เส้นผมหยักศกของเขา บดเบียดริมฝีปากตอบรับรสจูบที่ดุดันและวาบหวามนั้นอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานกันในความเงียบ ร่างทั้งสองร่างทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังแท้ตัวกว้างกลางห้อง ความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศรอบตัวถูกละลายหายไปจนหมดสิ้นด้วยอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อคินพรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียนนุ่มที่ถูกร่นเสื้อผ้าลงมาเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ สร้างความเสียวซ่านจนรินรดาต้องแอ่นอกรับด้วยความสั่นสะท้าน มือเรียวขยำเสื้อเชิ้ตของเขาจนยับยู่ยี่เพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว
“คุณมันร้าย... อคิน... คุณมันใจร้ายที่สุด...” เธอกระซิบเสียงพร่าขาดห้วง ขณะที่นิ้วเรียวขยุ้มกลุ่มผมเขาแน่นด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความสุขสมและหยาดน้ำตาแห่งความชอกช้ำ
“ผมยอมร้าย... ถ้านั่นทำให้คุณกลับมาอยู่ในอ้อมแขนผมอีกครั้ง” อคินกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาสีเข้มฉายแววปรารถนาล้นปรี่ที่พร้อมจะกลืนกินเธอบนความยินยอมพร้อมใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
สัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนดำเนินไปท่ามกลางเงาจันทร์ที่ทอแสงลอดผ่านกระจกใส ความสัมพันธ์ที่เคยแตกสลายและเต็มไปด้วยรอยร้าว กำลังถูกหลอมรวมเข้าหากันด้วยไฟแห่งเสน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าใครจะต้านทานไหว...
ทว่า ในขณะที่ลมหายใจของทั้งคู่กำลังประสานกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางห้วงอารมณ์อันลึกล้ำ เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นรัวเร็วด้านนอก สลับกับเสียงกริ่งที่แผดเสียงเตือนอย่างไม่มีมารยาท
รินรดาสะดุ้งสุดตัว สติที่หลุดลอยกลับคืนมาในพริบตา เธอผลักอกแกร่งของอคินออกสุดแรงด้วยความตกใจ ขณะที่อคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากำลังจะโน้มตัวลงมาหาเธออีกครั้ง แต่เสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนลอดเข้ามาจากหน้าประตูกลับทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบลงฉับพลัน
“คุณรินรดาครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ? คือว่า... น้องแทนคุณ ลูกชายของคุณ... ร้องไห้งอแงหาคุณใหญ่เลย บอกว่าคุณแม่ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่รถครับ!”
สิ้นเสียงนั้น รินรดาร1เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าถอดสีลงในทันที ดวงตาคู่วันกวาดมองหน้าอคินที่นิ่งค้างดั่งถูกสาปเป็นหินไปชั่วขณะ
(จากใจ... เข็มฉายานิศ ค่ะ: หวังว่าจะถูกใจความดุเดือดและลุ้นระทึกในตอนนี้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง•ตอนที่ 16
กับดักของอารมณ์
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มลทินรักใต้หน้ากากน้ำแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!