เซียนเกมสายวิเคราะห์กับอาจารย์สาวในโลกเสมือนขนาน•ตอนที่ 5

เควสต์แรกที่เปลี่ยนชีวิต

ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
"แย่แล้ว... มันมาเร็วกว่าที่ฉันคำนวณไว้สามวัน..." เสียงพึมพำของลินดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องโถงกิลด์ร้างระดับล่าง หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าตรงหน้าเธอกำลังกะพริบถี่รัวด้วยข้อความเตือนภัยสีแดงฉาน บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ตัวอักษรวิ่งพล่านด้วยความเร็วสูงจนสะท้อนเข้ากับแววตาคู่คมที่มักจะสงบนิ่งอยู่เสมอ ผมก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะประเมินเควสต์ สายตากวาดมองชุดข้อมูลตัวเลขที่ไหลทะลักอย่างรวดเร็ว สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลสถานการณ์ในเสี้ยววินาที ข้อมูลสถิติของมอนสเตอร์ระดับบอสที่ควรจะปรากฏตัวในสัปดาห์หน้า กลับถูกเร่งเวลาให้เร็วขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล "สามวัน... หมายความว่าอัลกอริทึมการสุ่มของดันเจี้ยนนี้ถูกบิดเบือนด้วยปัจจัยภายนอกสินะครับ" ผมหันไปมองหน้าลิน น้ำเสียงของผมราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความจริงจังที่กดดันบรรยากาศรอบข้างให้เงียบงัน ลินพยักหน้ารับช้าๆ นิ้วเรียวยาวกดลงบนแป้นพิมพ์เวทมนตร์เพื่อดึงกราฟิกแสดงผลกระทบออกมา "ถูกต้องค่ะ... ไม่สิ ถูกต้องครับ ตัวแปรหลักไม่ได้มาจากระบบของเกม แต่เป็นเพราะ 'การกระทำ' ของผู้เล่นกลุ่มอื่นที่ไปกระตุ้นกลไกซ่อนเร้นเข้า ทำให้เควสต์ระดับตำนานที่ถูกผนึกไว้ถูกบังคับให้ปลดล็อกก่อนกำหนด" นี่คือโลกแห่ง VRMMO ที่ทุกการตัดสินใจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การเป็นอดีตนักแข่งอีสปอร์ตสอนผมไว้ว่า ในสถานการณ์ที่ข้อมูลไม่สมบูรณ์ สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การถอยหนี แต่เป็นการหาจุดคุ้มทุนและความเสี่ยงที่คำนวณได้ "ถ้าอย่างนั้น ทางเลือกของเรามีแค่สองทาง" ผมย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับหน้าจอ "หนึ่ง ถอยออกไปแล้วปล่อยให้ดันเจี้ยนล่มสลาย ซึ่งจะทำให้เราเสียโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรระดับสูง และสอง..." "สอง... เข้าไปรับเควสต์ร่วมกันตอนนี้ เพื่อควบคุมความเสียหายและชิงความได้เปรียบมากที่สุด" ลินพูดต่อประโยคของผมจนจบ มุมปากของเธอแย้มยิ้มบางเบar เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทาย "ฉันรู้ว่าคุณเลือกข้อสองอยู่แล้ว คานน์" ผมแค่น้ำเสียงในลำคอเบาๆ "คุณนี่รู้ใจผมดีเสียจริงครับ อาจารย์" เราทั้งคู่ไม่มีเวลามาเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง ลินกดปุ่มยืนยันการรับเควสต์ร่วมกัน (Party Quest) เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาท *'ท่านและปาร์ตี้ได้ยอมรับเควสต์ระดับตำนาน: เสียงคำรามแห่งปฐพีที่ถูกลืม'* ทันใดนั้น พื้นห้องโถงใต้ดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากเพดานราวกับหิมะโปรยปราย แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นจากแท่นบูชาตรงกลางห้อง มันไม่ใช่แสงธรรมดา แต่เป็นอณูมานาที่อัดแน่นจนเกิดเป็นแรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับร่างของเราให้แทบทรุดลงไปกองกับพื้น ลินกัด ริมฝีปากแน่น มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้เพื่อทรงตัว เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของเธอ บ่งบอกว่าแรงกดดันนี้ส่งผลต่อจิตและกายไม่น้อย "ระวังตัวด้วยครับ แรงดันมานานี้เกินกว่าระดับมาตรฐานของเควสต์เริ่มต้นถึงสเท่าตัว" ผมเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ดึงเธอให้หลบพ้นจากเศษหินก้อนใหญ่ที่ร่วงหล่นลงมาเฉียดศีรษะไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร สัมผัสผ่านเนื้อผ้าทำให้ผมรู้ว่าร่างของเธอกำลังสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะการปะทะกันของพลังงานมหาศาล ลินเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาของเธอไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่ลุกโชน "ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณครับ" เธอกล่าวแก้ไขสรรพนามทันทีเมื่อเห็นผมเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ "ความเคยชินมันน่ากลัวจริงๆ นะคะเนี่ย" เธอหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความเขินอายในสถานการณ์คับขัน ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ใจกลางแสงสีทองที่เจิดจ้า ไอเทมชิ้นหนึ่งก็ลอยเด่นขึ้นมา มันส่งเสียงร้องก้องกังวานคล้ายเสียงดาบกระทบกัน แสงออร่ารอบตัวมันแปรเปลี่ยนจากสีทองเป็นสีรุ้งบริสุทธิ์ สีสันที่บ่งบอกถึงสถานะสูงสุดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้พบเจอในช่วงเริ่มต้นเกมแบบนี้ ไอเทมระดับตำนาน... ลอยอยู่ตรงหน้าเราทั้งคู่แล้ว "นั่นมัน..." ลินเบิกตากว้างอย่างลืมตัว มือของเธอยื่นออกไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว "ตำราผนึกจิตแห่งปราชญ์โบราณ... ไอเทมที่ถูกบันทึกไว้แค่ในหน้าประวัติศาสตร์ของเซิร์ฟเวอร์เบต้า!" ผมใช้สายตาซูมมองรายละเอียดของไอเทมชิ้นนั้นผ่านหน้าต่างสเตตัส ข้อมูลเชิงลึกหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองของผมราวกับสายน้ำ ตัวเลขค่าสถานะ อัตราการเติบโต และเงื่อนไขการใช้งานถูกประเมินเสร็จสรรพภายในพริบตา แต่น่าแปลกที่ช่องว่างของระบบระบุไว้ว่า มันไม่ใช่ไอเทมที่จะดรอปได้ง่ายๆ มันต้องการ "การยอมรับ" จากผู้ถือครอง "อย่าเพิ่งสุ่มสี่สุ่มห้าจับมันนะครับ ลิน" ผมเอ่ยเตือนเมื่อเห็นเธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นบูชาอีกก้าว "พลังงานความมืดที่ซ่อนอยู่ข้างในยังไม่ถูกชำระล้าง ถ้าคุณคว้ามันตอนนี้ แขนข้างนั้นของคุณอาจจะติดสถานะคำสาปถาวร" ลินชะงักเท้า เธอหันมามองผมด้วยความประหลาดใจระคนชื่นชม "คุณมองเห็นโครงสร้างคำสาปข้างในนั้นด้วยเหรอ? ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้เปิดใช้งานสกิลตรวจสอบระดับสูงเลยนะ" "ผมแค่อ่านรูปแบบการไหลเวียนของมานาและพฤติกรรมของระบบคอมพิวเตอร์เบื้องหลังครับ เกมนี้ก็เหมือนกับกระดานหมากรุก ทุกการเคลื่อนไหวมีรูปแบบของมันเสมอ" ผมตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างเธอที่หน้าแท่นบูชา เราทั้งคู่ประสานสายตากันอีกครั้ง ความไว้วางใจที่สะสมมาจากการร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคในช่วงสั้นๆ ทำให้ไม่ต้องมีคำพูดใดๆ เพิ่มเติม ลินยกมือขวาขึ้น ส่วนผมวางมือทับลงบนหลังมือของเธอ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและแรงกดดันจากคำสาปที่ซ่อนอยู่ภายในไอเทมระดับตำนานชิ้นนั้น ทันทีที่เราสัมผัสด้ามจับของตำราพร้อมกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางก็ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนปกติ แต่เป็นเสียงประกาศก้องที่สะท้อนไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์เสมือนจริง *[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่น 'คานน์' และผู้เล่น 'ลิน' ได้รับไอเทมระดับตำนาน 'บันทึกแห่งจุดจบและจุดเริ่มต้น' สำเร็จ]* *[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: ดินแดนลับแล 'หุบเขาแห่งกาลเวลา' กำลังจะเปิดประตู...] * ทว่า... ก่อนที่เสียงประกาศจะสิ้นสุดลง แสงสีรุ้งรอบตัวก็ดับวูบลงอย่างกะทันหัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวเราในพริบตา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังขึ้นจากความมืดเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นจากการหลับใหลยาวนาน และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก ก็คือเงาร่างมหึมาที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานที่จ้องมองมาที่เราทั้งคู่ด้วยความกระหายเลือด... มันไม่ใช่บอนสเตอร์ตามเควสต์ที่ควรจะเป็น ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของผมในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายวิเคราะห์กับอาจารย์สาวในโลกเสมือนขนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%