"ส่งไอเทِمดรอปทั้งหมดของพวกแกมาซะ แล้วไสหัวออกไปจากเขตปาร์เก้ซะ เจ้าพวกสวะนอกกิลด์!"
เสียงตะקวาดก้องกังวานผ่านหน้าผาหินสีนิลของเขตดันเจี้ยนระดับกลาง เสียงนั้นเจือด้วยความเย่อหยิ่งและกระแสลมปราณเวทที่ถูกขับดันออกมาจนฝุ่นดินรอบบริเวณสั่นไหว สมาชิกของกิลด์ "ราชันย์โลหิต" กว่าห้าชีวิตยืนล้อมรอบร่างของเด็กหนุ่มผมสีเงินคนหนึ่งไว้ตรงกลาง รอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้าของพวกมันสะท้อนความสนุกสนานบนความเดือดร้อนของผู้อื่นอย่างชัดเจน
คานน์ไม่ได้ขยับเขยื้อน ดวงตาสีเข้มใต้ฮู้ดสีเข้มทอประกายเรียบนิ่ง แววตาของเขาไม่ได้ฉายแววความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สมองส่วนหน้าของเขาในตอนนี้กำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าชิปเซ็ตประมวลผลรุ่นท็อป ตัวเลขดาเมจ คูลดาวน์สกิล และระยะการโจมตีของคู่ต่อสู้ทั้งห้า ถูกฉายซ้อนทับขึ้นมาในวิสัยทัศน์เสมือนจริงเหมือนแผนผังยุทธวิธี
"หูหนวกหรือไงไอ้หนู?" หัวหน้าหน่วยล่าของกิลด์ราชันย์โลหิต นามว่า 'บลัดเดอร์' ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ค้อนเหล็กกล้าขนาดใหญ่ในมือของมันลากครูดไปกับพื้นหินจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาทุ่ง "พวกเราใช้เวลาสามชั่วโมงในการเคลียร์เส้นทางนี้เพื่อล่าบอสประจำเขต แกไม่มีสิทธิ์มาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์หน้าตาเฉยแบบนี้หรอกนะ"
"ผลประโยชน์?" คานน์ทวนคำ น้ำเสียงของเขาเรียบสนยจนเดาอารมณ์ไม่ออก มือเรียวยาวเอื้อมไปสัมผัสด้ามจับดาบสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอว "ถ้าผมจำไม่ผิด ดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นพื้นที่สาธารณะตามกฎของระบบเกม และพวกคุณต่างหากที่เข้ามาแย่งพื้นที่ฟาร์มของคนอื่นก่อน... แถมยังใช้วิธีสกปรกอย่างการรุมกินโต๊ะผู้เล่นเดี่ยว"
"สามหาวนัก!" บลัดเดอร์คำรามลั่น ยกค้อนขึ้นสูงเตรียมกระแทกลงมาด้วยทักษะ [ทุบปฐพี] สกิลระดับกลางที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและทำให้มึนงงได้ถึงสามวินาที
ในเสี้ยววินาทีที่ค้อนกำลังจะเหวี่ยงลงมา ร่างของลินที่ยืนพิงผนังหินอยู่ไม่ไกลก็ขยับ ลินไม่ได้ชักอาวุธ เธอยกมือขึ้นกอดอก ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรื่นรมย์ราวกับกำลังดูละครสัตว์ พร้อมกับส่งเสียงเตือนเบาๆ เข้ามาในระบบสนทนาส่วนตัว
*คานน์... ค่าความทนทานของเกราะไหล่ขวาของไอ้หัวหน้ากิลด์นั่นเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว จากการปะทะกับมอนสเตอร์เมื่อกี้... นายรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง?*
มุมปากของคานน์ยกยดขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจแบบที่เขาเคยมีในฐานะนักแข่งมืออาชีพ
*ครับ... ผมเห็นช่องว่างนั้นตั้งแต่แรกแล้ว*
พรึบ!
ร่างของคานน์หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่าปรกติถึงสองเท่า ทักษะ [ก้าวพริบตาเงา] ถูกใช้งานอย่างไร้รอยต่อ ตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่ถูกค้อนเหล็กกระแทกจนพื้นหินแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"เฮ้ย! มันหายไปไหนวะ!" หนึ่งในสมุนของกิลด์ราชันย์โลหิตตะโกนด้วยความตกใจ
"ข้างหลัง!"
ช้าไปเสียแล้ว คานน์ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังของบลัดเดอร์ราวกับภูตผี ดาบสั้นในมือไม่ได้พุ่งเป้าไปที่จุดตายที่ป้องกันแน่นหนา แต่ปลายคมดาบกลับสะกิดเข้าที่รอยร้าวบริเวณหัวไหล่ขวาของบลัดเดอร์อย่างแม่นยำราวกับผ่าตัดด้วยเลเซอร์
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบจุดอ่อนโครงสร้างไอเทม! ทำลายเกราะป้องกันสำเร็จ!]
เสียงโลหิตและเกราะเหล็กแตกกระจายดังเพล้ง บลัดเดอร์สะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวดและตกใจ การที่เกราะพังทลายลงกะทันหันทำให้ค่าสถานะป้องกันของเขาลดฮวบลงครึ่งหนึ่งทันที
"แก... ไอ้สารเลว!" บลัดเดอร์หันกลับมาหมายจะฟันสวนด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่คานน์กลับไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว เขากดใช้งานสกิล [ระเบิดคลื่นมานา] ที่กักเก็บไว้ในรองเท้าบูท ปล่อยแรงกระแทกผลักร่างใหญ่โตของบลัดเดอร์ให้เสียหลักเซถลาไปชนกับลูกน้องของตัวเองที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ความโกลาหลเกิดขึ้นในพริบตา สมาชิกกิลด์ราชันย์โลหิตที่เหลืออีกสี่คนพยายามจะเข้าไปช่วยหัวหน้า แต่พวกเขากลับพบว่าการเคลื่อนไหวของตัวเองช้าลงอย่างประหลาด
"เกิดอะไรขึ้นทำไมขาฉันมันขยับไม่ได้วะ!" ลูกน้องคนหนึ่งโวยวายขึ้น เมื่อก้มมองดูก็พบว่าพื้นดินบริเวณใต้เท้าของพวกเขากำลังถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันสีม่วงจางๆ ที่ปล่อยออกมาจากกับดักเวทมนตร์ที่คานน์แอบวางไว้ตั้งแต่ตอนที่เดินเข้ามาในเขตนี้
"นายพลาดตั้งแต่วินาทีแรกที่เลือกจะใช้วิธีข่มขู่ในพื้นที่แคบแบบนี้แล้วล่ะครับ" คานน์ก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าว ยืนเคียงข้างลินที่ส่งยิ้มบางๆ ให้ "พื้นที่หน้าผานี้มีลมพัดผ่านตลอดเวลา และธาตุที่เข้ากับมันได้ดีที่สุดคือธาตุพิษเจือจาง... การที่พวกคุณรวมกลุ่มกันแน่นเกินไป ทำให้ไอพิษจากกับดักซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของทุกคนพร้อมกัน"
สถานะ [อัมพาตชั่วคราว] และ [ลดความเร็วโจมตี 50%] ปรากฏขึ้นบนหัวของสมาชิกกิลด์ราชันย์โลหิตทั้งห้าคน ร่างของพวกเขากลายเป็นอัมพาต ขยับเขยื้อนได้เพียงแค่สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเคียดแค้น
บลัดเดอร์พยายามฝืนยกค้อนขึ้น แต่แขนขวาที่ไร้เกราะป้องกันกลับถูกพิษกัดกินจนขึ้นตัวเลขความเสียหายต่อเนื่อง -150, -150 ทุกๆ วินาที หลอดเลือดของเขาไหลรินลงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
"แกเป็นใครกันแน่... ผู้เล่นอิสระธรรมดาไม่มีทางวางแผนและคำนวณจังหวะได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้!" บลัดเดอร์กัดฟันกรอด เค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความเจ็บใจ
คานน์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเก็บดาบเข้าฝัก เสียงโลหิตกระทบฝักดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอดิบพอดีในบรรยากาศที่เงียบสงบลง เขาเดินเข้าไปใกล้บลัดเดอร์ที่ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ใช้ปลายเท้างัดไอเทมดรอปชิ้นสำคัญที่พวกมันแย่งมาจากผู้เล่นอื่นขึ้นมาถือไว้ในมือ
"ผมก็แค่คนธรรมดาที่เกลียดการเอาเปรียบคนอื่นก็เท่านั้นครับ" คานน์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบขาด "ส่วนไอเทมเหล่านี้... ผมขอรับคืนให้กับเจ้าของที่แท้จริงนะ ส่วนพวกคุณ... ก็นั่งพักทบทวนตัวเองอยู่ที่นี่สักสองชั่วโมงก็แล้วกัน"
สิ้นคำพูดของคานน์ ร่างของสมาชิกกิลด์ราชันย์โลหิตทั้งห้าคนก็ถูกสถานะพิษกัดกินจนหมดหลอดเลือด ร่างของพวกเขาสลายกลายเป็นแสงสีขาวกระจายหายไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงไอเทมจำนวนหนึ่งและพื้นดินที่กลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อย
ลินเดินเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมสีขาวของเธอพลิ้วไหวไปตามแรงลม เธอมองหน้าเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม "นายพัฒนากลยุทธ์ได้รวดเร็วกว่าที่ฉันคาดไว้อีกนะคานน์ การใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมผสมผสานกับกับดักจิตวิทยา... สมแล้วที่เป็นอดีตรุ่นพี่มืออาชีพ"
"ไม่ต้องมาชมผมเลยครับอาจารย์ ถ้าไม่ได้ข้อมูลเรื่องจุดอ่อนเกราะของลินเมื่อกี้ ผมคงไม่ชนะง่ายขนาดนี้หรอก" คานน์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ เป็นครั้งแรกที่ความรู้สึกตึงเครียดภายในใจคลายลง
แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก
ทันทีที่ไอเทมชิ้นสุดท้ายถูกเก็บเข้ากระเป๋าเสมือนจริง หน้าจอสีแดงฉานขนาดใหญ่ก็เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สัญญาณเตือน ท้องฟ้าเหนือหน้าผาที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกย้อมด้วยสีเลือด ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งรากฐานของเซิร์ฟเวอร์
[ระบบประกาศฉุกเฉินระดับโลก: ตรวจพบการตื่นขึ้นของบอสลับประจำทวีป "มังกรโลหิตโบราณ - วัลคูรอน"]
[ผู้เล่นทั้งหมดในเขตแดนนี้ถูกบังคับเข้าสู่สถานะสงครามเขตแดน... และเป้าหมายแรกของมันกำลังพุ่งตรงมายังพิกัดปัจจุบันของคุณ!]
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านลงมาจากฟากฟ้า ลินหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่เหนือกว่ามอนสเตอร์ตัวไหนๆ ที่พวกเขาเคยเจอมา ส่วนคานน์รีบกวาดสายตามองไปบนท้องฟ้า และที่นั่น... ดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมาคู่หนึ่งกำลังลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางกลุ่มเมฆหมอกสีดำทะมึน พร้อมกับเงาดำทึบที่พุ่งแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วสูงลิ่วตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของผมในตอนนี้นะครับ
เซียนเกมสายวิเคราะห์กับอาจารย์สาวในโลกเสมือนขนาน•ตอนที่ 6
ศัตรูเจ้าถิ่น
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายวิเคราะห์กับอาจารย์สาวในโลกเสมือนขนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!