“ถ้าจะร้องไห้ก็ปิดไมค์ก่อนสิครับ... เสียงสะอื้นของคุณมันทำเอาคนฟังอย่างผมเสียสมาธิไปหมดแล้วนะ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังลอดผ่านหูฟังเข้ามาในจังหวะที่เรนกำลังกดปิดหน้าต่างแชทด้วยมือที่สั่นเทา หญิงสาวรีบเช็ดน้ำตาที่ไหลพรากออกจากดวงตาคู่สวย ลมหายใจของเธอติดขัดราวกับมีก้อนสะอื้นอุดแน่นอยู่ที่ลำคอ เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เห็นคิวส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับใครบางคนในสตรีมของไทป์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับภาพหลอนที่ตอกย้ำว่า... เธอเป็นเพียง 'คนแปลกหน้า' ที่เขาหยิบมาเล่นด้วยเพียงเพราะความสนุกเท่านั้น
“ใครร้อง... ฉันไม่ได้ร้องสักหน่อย” เรนตอบกลับไป เสียงของเธอแหบพร่าจนปิดไมิด
“โกหกไม่เนียนเลยนะครับ ยัยตัวแสบ”
คิวพ่นลมหายใจเบาๆ ผ่านไมค์ แม้จะดูเหมือนประโยคกวนประสาทตามสไตล์ แต่คราวนี้เรนกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะเว้นวรรคที่แปลกไป คล้ายกับว่าเขากำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางที่จริงจังกว่าปกติ
“เมื่อกี้... เห็นฉันในสตรีมของไอ้ไทป์ใช่ไหม?”
คำถามนั้นทำให้หัวใจของเรนกระตุกวูบ เธอไม่ได้ตอบ แต่เลือกที่จะกดเลื่อนเมาส์ไปมาอย่างไร้จุดหมายบนหน้าจอเดสก์ท็อป เกมเมอร์สาวผู้ขึ้นชื่อว่า ‘โหดเหี้ยม’ ในโลกออนไลน์ บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนเด็กหลงทางที่ไม่มีแม้แต่คำแก้ตัวให้ตัวเอง
“ถ้าคุณคิดว่ารอยยิ้มนั้นมันหมายถึงการที่ผมมีใครใหม่ หรือกำลังหักหลังใคร... ผมว่าคุณกำลังดูถูกความอดทนของผมมากไปหน่อยนะเรน”
“นายก็แค่... คุยกับใครก็ได้ที่นายอยากคุย” เรนเค้นเสียงพูดออกไป พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น “ฉันเป็นใครกันล่ะ? ก็แค่เพื่อนร่วมทีมชั่วคราว ไม่ได้มีความสำคัญอะไรขนาดนั้นหรอก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแชทเสียงของทั้งคู่ไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดังหึ่งๆ ราวกับเครื่องจักรที่กำลังทำงานหนักพอๆ กับหัวใจของเรน คิวไม่ได้โต้ตอบด้วยคำประชดประชันเหมือนเช่นเคย แต่เขากลับถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับไมค์ให้ใกล้ปากมากขึ้น
“ฟังนะ...” น้ำเสียงของคิวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันนุ่มนวล ทรงพลัง และแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เรนต้องหยุดชะงัก “ที่ผมยิ้ม... เพราะผมเจอวิธีที่จะกำจัดไอ้ตัวน่ารำคาญนั่นออกจากชีวิตคุณแล้วต่างหาก ไม่ใช่เพราะผมมีคนอื่น”
เรนขมวดคิ้ว มือที่จับเมาส์แน่นค่อยๆ คลายออก “นายหมายความว่ายังไง?”
“ผมไม่ได้อยากเป็นแค่คนในหน้าจอของคุณเรน ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า... ในโลกของผม ต่อให้จะมีคนกี่ล้านคนกดเข้ามาดู แต่สายตาของผมมันมองหาแค่ชื่อไอดีของคุณคนเดียวเสมอ” คิวเว้นจังหวะ “เช็ดน้ำตาซะ วันนี้ผมไม่ได้เรียกคุณมาเพื่อแพ้เกม แต่ผมเรียกมาเพื่อสอนให้รู้ว่า... ต่อให้ใครจะเล่นตุกติกยังไง ถ้าผมถือไพ่เหนือกว่า เกมนี้ยังไงคุณก็ชนะ”
เรนรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า คำพูดของเขาไม่ได้หวานหยดเหมือนนิยายรักน้ำเน่า แต่กลับมีความจริงใจที่ทำให้น้ำตาของเธอเปลี่ยนจากความเสียใจเป็นความตื้นตัน ความรู้สึกสับสนที่รุมเร้าตลอดทั้งวันเริ่มคลี่คลายลงเพียงเพราะน้ำเสียงที่ปลอบประโลมผ่านไมค์ตัวนั้น
“แต่ไทป์บอกว่า...”
“ไทป์มันก็แค่คนขี้แพ้ที่ชอบปั่นหัวคนอื่น อย่าเอาค่าของคุณไปวางไว้กับคำพูดของคนไร้ค่าเลยครับ” คิวพูดแทรกขึ้นมาเบาๆ แต่หนักแน่น “หายใจเข้าลึกๆ นะ... แล้วบอกผมซิ ว่าด่านที่ติดอยู่เมื่อวาน อยากให้ผมช่วยผ่านหรืออยากจะลุยเดี่ยวไปพร้อมกับผม?”
เรนเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองหน้าจอที่แสดงสถานะออนไลน์ของคิว ความกลัวที่จะเปิดเผยตัวตนเริ่มลดน้อยลงแทนที่ด้วยความไว้ใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมามั่นใจอีกครั้ง
“ลุยไปพร้อมกันสิ... ถ้าแพ้ นายต้องเป็นคนเลี้ยงมื้อดึกนะ”
“หึ... จัดไปครับ คนสวย”
บรรยากาศในห้องของเรนเปลี่ยนไปราวกับถูกมนต์สะกด ความตึงเครียดจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่อบอวลผ่านสายเคเบิลอินเทอร์เน็ต ทั้งคู่เริ่มลุยดันเจี้ยนในเกมด้วยจังหวะที่ประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกเสียงกดคีย์บอร์ด ทุกการเคลื่อนไหวของตัวละคร ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกันอย่างแม่นยำ ราวกับพวกเขากำลังเต้นรำในโลกคู่ขนานที่ไม่มีใครเข้ามาแทรกแซงได้
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังสนุกกับการทำภารกิจอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความส่วนตัว (DM) จากบัญชีนิรนามก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอของเรน
*‘ดีใจจังนะที่ได้ยินเสียงคิว... แต่อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะในขณะที่คุณกำลังฟินกับการปลอบโยนของเขา คุณรู้หรือเปล่าว่าเขากำลังแชร์หน้าจอให้ฉันดูอยู่... ดูว่าคุณกำลังร้องไห้เหมือนคนโง่แค่ไหน’*
เรนตัวแข็งทื่อทันทีที่อ่านข้อความจบ นิ้วมือของเธอสั่นระริกจนกดปุ่มพลาดในเกม ตัวละครของเธอหยุดชะงักกลางสนามรบ ขณะที่เสียงของคิวผ่านไมค์ยังคงพูดไปตามปกติ แต่ในวินาทีถัดมา ประตูห้องของเรนก็ถูกเคาะอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงของมินนี่ที่ตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความตื่นตระหนก
“เรน! เปิดประตูเร็ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ในทวิตเตอร์กำลังแชร์คลิปเสียงการสนทนาของเธอกับคิวที่ถูกตัดต่อบิดเบือนไปหมดเลย!”
หัวใจของเรนแทบหยุดเต้น เธอหันกลับไปมองหน้าจอเกมสลับกับข้อความนิรนามที่ยังคงค้างอยู่ และในวินาทีนั้นเอง เสียงไมค์ของคิวที่เคยอบอุ่นกลับเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความแชทจากคิวที่เด้งขึ้นมาเพียงสั้นๆ ว่า...
‘อย่าเชื่อสิ่งที่เห็น... แล้วก็ห้ามออกจากห้องเด็ดขาด จนกว่าผมจะไปถึงที่นั่น’
ทุกอย่างที่สร้างมาพังทลายลงในพริบตา หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการ 'หักหลัง' ที่แท้จริงกันแน่?
ลูกกวาดสีรุ้งหวังว่าตอนที่ 28 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ใจเต้นแรงและติดตามความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต่อไปนะคะ!
Mic Drop! รักนี้จูนติดที่หน้าจอ•ตอนที่ 28
ความอ่อนโยนของสตรีมเมอร์ปากร้าย
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Mic Drop! รักนี้จูนติดที่หน้าจอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!