“เงียบไว้… อย่าเพิ่งขยับ”
เสียงของคิวเย็นเยียบ ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมห้องสตูดิโอจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว กลิ่นไหม้จางๆ ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่แผดร้องจนแก้วหูแทบแตก เรนรู้สึกได้ถึงแรงกระชากที่ข้อมือ ก่อนจะถูกดึงให้หลบไปอยู่หลังโต๊ะคอมพิวเตอร์ตัวหนา ลมหายใจของเขาที่หอบถี่รดอยู่ใกล้ใบหูทำให้เรนรู้ว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ
“คิว… ประตูมันล็อคจริงๆ ด้วย” เรนกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ ความขี้อายที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความหวาดระแวงต่อโลกภายนอกที่กำลังพยายามเล่นงานพวกเขา
“ฉันรู้” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมา แสงไฟสีฟ้าสลัวจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าที่เคร่งขรึมของชายหนุ่ม เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะตื่นตระหนก แต่สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้คือการกู้ระบบเครือข่ายภายในห้องให้กลับมาใช้งานได้เพียงชั่วคราว “ระบบรักษาความปลอดภัยถูกแฮ็กจากภายนอก ใครบางคนต้องการขังเราไว้ที่นี่ และนั่นหมายความว่าคนคนนั้นต้องรู้ตารางเวลาของฉันแม่นยำมาก”
เรนเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนจังหวะกลองในเกมที่กำลังเข้าสู่ช่วงบอสไฟท์ เธอหันไปมองคิวที่กำลังรัวนิ้วลงบนหน้าจอด้วยท่าทางที่คุ้นเคย ราวกับเขากำลังพยายาม ‘จูน’ บางอย่างที่มากกว่าแค่สัญญาณอินเทอร์เน็ต
“นายกำลังสงสัยใคร?” เธอถาม พยายามประคองเสียงไม่ให้สั่น
คิวหยุดชะงัก นิ้วของเขาค้างอยู่บนหน้าจอสัมผัส ก่อนจะหันมามองเรน สายตาของเขานิ่งสนิทจนน่ากลัว ในความมืดนั้น เธอมองเห็นเพียงนัยน์ตาคมกริบที่ดูเหมือนจะอ่านทะลุไปถึงความคิดของเธอได้ “ฉันไม่ได้สงสัยแค่เรื่องที่ใครขังเราไว้หรอกเรน... แต่ฉันกำลังสงสัย ‘ตัวตน’ ของเธอที่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์นั่นด้วย”
เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กั้นพื้นที่หนีของเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นความเครียดทำให้บรรยากาศในห้องดูบีบคั้นขึ้นไปอีกระดับ
“ในเกม... เวลาที่คนเราโกหก จังหวะการกดปุ่มมันจะเพี้ยนไปจากค่าเฉลี่ยปกติ 0.03 วินาทีเสมอ” คิวเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสอบสวนจำเลย “เธอจำแมตช์ที่เราดวลกันที่หุบเขาสายหมอกได้ไหม? จังหวะที่เธอใช้สกิลอัลติเมทตัดหน้าไทป์ตอนนั้น... มันเร็วเกินกว่าที่ผู้เล่นทั่วไปจะทำได้ และบังเอิญเหลือเกินที่มันตรงกับจังหวะที่เซิร์ฟเวอร์ของฉันถูกเจาะข้อมูล”
เรนกลั้นหายใจ นี่เขากำลังจะบอกว่าเขาสงสัยเธอเหรอ? ทั้งที่เธอคือคนที่ช่วยเขาสตรีมมาโดยตลอดเนี่ยนะ?
“นายกำลังจะบอกว่า ฉันเป็นไส้ศึกงั้นเหรอ?” เรนสวนกลับ ความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขี้อายถูกปลุกขึ้นมา “ถ้าฉันเป็นคนทำแบบนั้นจริงๆ นายคิดว่าฉันจะมานั่งติดอยู่ในห้องกับนายจนเกือบตายแบบนี้เพื่ออะไรคะ?”
คิวจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดนั้น “นั่นสิ... หรือเพราะเธอต้องการจะพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าเธอก็เป็นแค่ ‘เด็กสาวผู้โชคร้าย’ ที่บังเอิญถูกลากเข้ามาพัวพันกันแน่?”
เขากดหน้าจอแท็บเล็ตอีกครั้ง หน้าจอหลักของระบบเกมที่เขาสตรีมประจำปรากฏขึ้น มันโชว์ล็อกไฟล์กิจกรรมย้อนหลังที่แสดงค่าสถิติการล็อกอินของไอดี ‘Rainy_Days’
“อธิบายมาซิ... ทำไมไอดีของเธอถึงมีการล็อกอินจาก IP Address เดียวกับคนที่พยายามเจาะเข้าระบบของฉันในวินาทีที่สัญญาณไฟไหม้เริ่มดัง? อย่าบอกนะว่านั่นคือความบังเอิญอีกน่ะ”
เรนตัวแข็งทื่อ คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจเหมือนถูกลูกธนูพิษ ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากาก ‘เกมเมอร์ขี้อาย’ กำลังถูกเขากระชากออกมาทีละชั้น ความเงียบในห้องเริ่มหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก มีเพียงเสียงหวอที่แผ่วลงไปตามระยะเวลา แต่ความกดดันภายในกลับพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
“ฉันไม่ได้ทำ…” เรนยืนยัน เสียงของเธอแม้จะเบาแต่หนักแน่น “ฉันอาจจะเก่งเกมมากกว่าที่นายคิด แต่นายไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าทำไมฉันถึงต้องปกปิดตัวตนของตัวเอง... และยิ่งไปกว่านั้น คิว... นายเองก็มีความลับที่ซ่อนไว้ไม่ต่างจากฉันหรอก”
คิวชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่ดูเยาะหยันจางหายไปแทนที่ด้วยความประหลาดใจ “ความลับงั้นเหรอ? เธอคิดว่าฉันมีเรื่องอะไรต้องปิดบังงั้นสิ?”
“เรื่องที่นายไม่ได้อยากแค่ชนะไทป์ในเกม… แต่นายต้องการ ‘ทำลาย’ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา แม้กระทั่งคนที่ร่วมงานกับเขาด้วย”
ในจังหวะนั้นเอง ไฟสำรองในห้องก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะติดสว่างวาบขึ้นมาจนทั้งสองต้องหรี่ตาหนี เผยให้เห็นรอยกระสุนที่เจาะผ่านกระจกสตูดิโอเข้ามาเพียงไม่กี่เซนติเมตรจากจุดที่พวกเขาเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่! คิวรีบผลักเรนให้หมอบลงกับพื้นทันที ก่อนจะคว้าไมโครโฟนขึ้นมาตรวจเช็คสัญญาณ
ทว่าสิ่งที่น่าขนลุกกว่ารอยกระสุน คือเสียงหนึ่งที่ดังแทรกเข้ามาในหูฟังที่คิวสวมอยู่—เสียงของไทป์ที่หัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่งผ่านระบบแชทเสียงที่ถูกเจาะเข้ามาระบบห้องส่วนตัวของเขา
“ไง คิว... สนุกกับเกม ‘ไล่ล่าความจริง’ ที่ฉันจัดให้หรือยัง? อ้อ… แล้วบอกแม่สาวน้อยข้างๆ นายด้วยนะว่า ของขวัญที่ฉันส่งไปให้ที่บ้านน่ะ เธอชอบมันไหม?”
คิวหน้าถอดสีทันที เขาหันขวับไปมองเรนที่ใบหน้าซีดเผือดเหมือนคนไร้วิญญาณ เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดที่บ้านของเธอ... ประตูบ้านที่เธอล็อคไว้ถูกเปิดออกโดย ‘ใครบางคน’ ที่กำลังนั่งรอเธออยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น
ลูกกวาดสีรุ้งขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ตัวละครของเรามาถึงจุดนี้ด้วยนะคะ!
Mic Drop! รักนี้จูนติดที่หน้าจอ•ตอนที่ 37
ความสงสัยที่เพิ่มพูน
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Mic Drop! รักนี้จูนติดที่หน้าจอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!