"สหายผู้กอง... ลมหนาวแถบหลังเขาช่างพัดพาเอาพวกเศษสวะรังแกชาวบ้านมาติดตาข่ายเสียจริงนะคะ"
น้ำเสียงของหลินฮวานุ่มนวลราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย แต่กลับแฝงไว้ด้วยกระแสลมกรดที่บาดลึกถึงกระดูกดำ นางไม่ได้ขยับถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว ปลายเท้ายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงอยู่เบื้องหน้าเตาฟืนที่คุกกรุ่น กลิ่นอายของเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะตัวที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จหอมฟุ้งกรุ่นไอความร้อน ขับเน้นบรรยากาศรอบตัวให้ดูราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ ท่ามกลางความมืดมิดของยุคแปดสิบที่เต็มไปด้วยความกด
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบตำรวจสีเขียวเข้มของนายตำรวจยศผู้กองชะงักกึก ดวงตาเรียวรีใต้กรอบหมวกแก๊ปเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามเมื่อสาดส่องแสงไฟฉายมากระทบใบหน้าของหญิงสาว ปลายนิ้วที่กุมด้ามปืนพกข้างเอวถึงกับเกร็งกระตุก
"หลิน... หลินฮวา? เธอมาทำอะไรที่นี่! ในยามวิกาลเช่นนี้ แถมยังมีพฤติกรรมน่าสงสัย..." เสียงทุ้มต่ำเจือความตกใจอย่างปิดไม่มิดดังลอดไรฟันของ "สหายผู้กองหลี่เจี้ยนกั๋ว" บุตรชายคนที่สองของตระกูลหลี่ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่หมายที่บิดามารดาของนางหมายมั่นปั้นมือจะให้แต่งงานด้วย เพื่อแลกกับสินสอดสิบหยวนและถังแป้งขาวสาลีครึ่งกระสอบ
ดวงตาของหลี่เจี้ยนกั๋วกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบกายอย่างรวดเร็ว บ้านดินทรุดโทรม กลิ่นเครื่องเทศฉุนกึกที่ลอยอบอวล และที่สำคัญที่สุด... ร่างของนักเลงท้องถิ่นหัวหน้าแก๊งอันธพาลอย่าง "เป่าซาน" ที่นอนร้องครวญครางกุมเป้ากางเกงอยู่กับพื้นดินหน้าบ้าน โดยมีจางเหว่ยสามีใบ้ยืนค้ำหัวถือท่อนไม้เนื้อแข็งสภาพโชกเลือดหยดติ๋ๆ อยู่ข้างกาย
ภาพตรงหน้าฟ้องชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น!
"อ๋อ... สหายผู้กองหลี่คงคิดว่าฉันกำลังลักลอบค้าขายของเถื่อน หรือไม่ก็กำลังร่วมมือกับพวกอันธพาลรีดไถชาวบ้านสินะคะ?" หลินฮวาหัวנסเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว นางก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้แสงไฟฉายทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าสง่างาม "น่าเสียดายจริงๆ ที่ท่านมาเร็วเกินไปหน่อย... ไม่อย่างนั้น ละครฉากใหญ่ที่พวกมันวางแผนจะปล้นบ้านและทำลายข้าวของของภรรยาชาวบ้านตาดำๆ คงจะสนุกกว่านี้เยอะ"
เป่าซานที่นอนโอวครวญอยู่บนพื้นรีบตะเกียกตะกาย ส่งเสียงโอดครวญฟ้องร้องทันทีเมื่อเห็นคนรู้จักมา "ผู้กองหลี่! ช่วยผมด้วยครับ! นังสารเลวคู่นี้มันทำร้ายประชาชน! มันใช้กำลังรุมทำร้ายผม ขาผมหักแล้ว! จับพวกมันไปเข้าคุกสิครับ!"
หลี่เจี้ยนกั๋วขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองเป่าซานด้วยความรังเกียจระคนแปลกใจ เขารู้จักเป่าซานดีว่าเป็นอันธพาลประจำถิ่นที่มักจะรับจ้างทำเรื่องสกปรกแลกกับเงินใต้โต๊ะ แต่วันนี้เหตุใดจึงมาสภาพนี้? และที่สำคัญยิ่งกว่า... ผู้หญิงที่เคยอ่อนแอ ก้มหน้ายอมจำนนต่อโชคชะตาและถูกตระกูลหลี่กดขี่มาตลอดอย่างหลินฮวา เหตุใดวันนี้ถึงมีแววตาดุดันและเยือกเย็นจนน่ากลัวเช่นนี้?
"หลินฮวา เธอรู้ไหมว่าการทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัส มีโทษหนักแค่ไหนในยุคนี้?" หลี่เจี้ยนกั๋วใช้ความเป็นตำรวจกดดัน น้ำเสียงเข้มขึ้นเพื่อเรียกอำนาจคืน "ไม่ว่าพวกมันจะทำอะไรเธอ แต่การใช้วิาลีเถื่อนจัดการปัญหาถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย! ส่งตัวสามีใบ้ของเธอมา แล้วตามฉันไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจเดี๋ยวนี้!"
คำว่า "สามีใบ้" หลี่เจี้ยนกั๋วจงใจเน้นเสียงหนักเพื่อเป็นการเหยียดหยามทางอ้อม เขายังคงเจ็บใจไม่หายที่หญิงสาวที่ตระกูลของตนหมายตา กลับเลือกที่จะหนีตามมาแต่งงานกับชายใบ้ยากจนข้นแค้นคนนี้ ถือเป็นการตบหน้าตระกูลหลี่อย่างฉ่าฉานในวันแต่งงาน
ทว่า... ในวินาทีที่หลี่เจี้ยนกั๋วเอื้อมมือจะคว้าข้อมือของหลินฮวาเพื่อใส่กุญแจมือ
หมัดหนาหนักดั่งค้อนเหล็กก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาขวางกั้นไว้ทันที!
*พลั่ก!*
จางเหว่ยขยับตัวเร็วยิ่งกว่าเสือดาว กล้ามเนื้อทุกมัดบนแผ่นหลังกว้างเกร็งแน่นจนเสื้อผ้าขาดวิ่น ดวงตาคมกริบสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองหลี่เจี้ยนกั๋วด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง ต่อให้เขาจะเป็นใบ้พูดไม่ได้ แต่สัญชาตญาณการปกป้อง "ดวงใจ" ของตนนั้นรุนแรงยิ่งกว่าสิ่งใด มือใหญ่ข้างหนึ่งปัดป้องข้อมือของนายตำรวจยศผู้กองออกไปอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีข้าราชการ
"บังอาจ! แกกล้าขัดขืนเจ้าหน้าที่รัฐรึไอ้ใบ้!" ตำรวจลูกน้องที่ติดตามมาอีกสองนายชักปืนขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของจางเหว่ยทันที บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยมีดเล่มเดียว เสียงจิ้งหรีดเรไรรอบป่าหลังเขาเงียบกริบลงทันพลัน
หลินฮวายกมือขึ้นแตะแขนของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม แต่นางไม่ได้ถอยหลัง นางก้าวออกมายืนบังร่างของจางเหว่ยไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตากลมโตจ้องตรงไปยังหลี่เจี้ยนกั๋วโดยไม่หลบสายตา
"เจ้าหน้าที่รัฐงั้นหรือคะ?" หลินฮวากล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ เย็นเยียบจนหลี่เจี้ยนกั๋วรู้สึกสันหลังวาบ "ท่านผู้กองหลี่เจี้ยนกั๋ว... ท่านแน่ใจแล้วหรือคะว่าท่านมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จริงๆ ไม่ใช่มาในฐานะ 'ลูกน้องรับใช้' ของใครบางคนที่ส่งท่านมาเก็บกวาดหลักฐาน?"
หลี่เจี้ยนกั๋วสะดุ้งสุดตัว สีหน้าเปลี่ยนสีไปวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว แต่ก็รีบปรับให้เป็นปกติด้วยความรวดเร็ว "เธอพูดเพ้อเจ้ออะไร หลินฮวา! อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่!"
"ฉันพูดเพ้อเจ้อ หรือท่านร้อนตัวกันแน่คะ?" หลินฮวาก้าวเข้าไปประชิดตัวนายตำรวจหนุ่มขึ้นอีกก้าว กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศพะโล้สูตรลับและกลิ่นอายความสะอาดเฉพาะตัวของหญิงสาวลอยเข้าจมูกของหลี่เจี้ยนกั๋ว นางกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "เอกสารลับเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินแปลงนี้ และสัญญากู้ยืมเงินนอกระบบที่เป่าซานถืออยู่... ตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในมือของพวกมันแล้วนะคะ... แต่มันอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านในของท่านต่างหากล่ะ สหายผู้กอง!"
สิ้นคำพูดนั้น ดวงตาของหลี่เจี้ยนกั๋วก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมเต็มขมับทั้งสองข้าง หัวใจของนายตำรวจหนุ่มร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่หน้าปีศาจสาวพราวเสน่ห์ นางรู้ได้อย่างไรว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มอันธพาลและเอกสารฉบับนั้น?!
ในขณะที่สถานการณ์กำลังมาถึงจุดแตกหัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินเท้าเชิงเขา พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาสว่างจ้าทั่วบริเวณบ้าน
"เกิดอะไรขึ้นที่นี่! ใครบังAญส่งเสียงเอะอะโวยวายในเขตกองกำลังรักษาดินแดนยามวิกาล!"
เสียงตะโกนทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของนายทหารยศสูงในชุดคอมбаต์สีเขียวเข้ม หมวกแก๊ปปักตราดาวแดงเด่นชัด ดวงตาคมดุราวกับเหยี่ยวหว่านมองกวาดไปทั่วบริเวณ ก่อนที่สายตาจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลินฮวาและจางเหว่ย
หลี่เจี้ยนกั๋วหน้าถอดสีทันทีเมื่อหันไปเห็นว่าใครเป็นผู้มาใหม่ เขารีบทำความเคารพอย่างลนลาน "ท่าน... ท่านสารวัตรทหารโจว! เหตุไฉนท่านถึง..."
โจวฉี... นายทหารมือขวาคนสนิทของผู้บัญชาการสูงสุดประจำมณฑล ไม่แยแสแม้แต่จะชายตามองหลี่เจี้ยนกั๋ว เขาก้าวเดินตรงดิ่งผ่านหน้าตำรวจหนุ่มไปอย่างไม่ไว้หน้า จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหลินฮวา
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้มีแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก โค้งศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพอย่างยิ่งยวด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง
"รายงานคุณหนูหลิน... สินค้าล็อตแรกของท่าน 'ซอสหม่าล่าสูตรสวรรค์' ที่ฝากรถบรรทุกทหารขนส่งผ่านด่านตรวจลับเมื่อหัวค่ำ... บัดนี้ ถูกกว้านซื้อเกลี้ยงเกลาจากตลาดมืดในเมืองหลวงด้วยราคาพุ่งสูงขึ้นสิบเท่าตัวแล้วครับ!"
หลินฮวายกยิ้มมุมปากอย่างงดงาม นางหันไปสบตากับจางเหว่ยที่ยืนนิ่งสงบข้างกาย ก่อนจะปรายตามองหลี่เจี้ยนกั๋วที่กำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
"ดูท่า... ค่ำคืนนี้พวกเราคงต้องฉลองกันใหญ่แล้วสินะคะ สหายจาง?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและร่วมเดินทางไปกับความสำเร็จของหลินฮวาในทุกๆ ก้าวค่ะ!
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 7
เหยื่อที่เดินเข้ามาหาเอง
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!