กลิ่นหอมฉุนของยี่หร่าคั่วและพริกเสฉวนที่ลอยอบอวลมาจากกระทะเหล็กใบใหญ่ในมิติลับ ไม่ได้ทำให้อารมณ์ของหลินฮวาสงบลงเลยแม้แต่น้อยค่ะ
นิ้วเรียวสวยที่เปื้อนคราบแป้งและผงเครื่องเทศตวัดตะหลิวผัดส่วนผสมในกระทะด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ทุกย่างก้าวของการเคลื่อนไหวแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความสำเร็จจากการระบายสินค้าล็อตแรกในตลาดมืดเมื่อวานนี้ ทำให้พวกญาติจอมสูบเลือดจากตระกูลจางเริ่มส่งเสียงฮือฮาและหาเรื่องมาป่วนหน้าประตูบ้านอีกครั้ง แต่มีหรือที่คนอย่างหลินฮวาจะใส่ใจ เสียงเคาะประตูรั้วที่ดังปังๆ พร้อมเสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตะโกนแว้ๆ แข่งกับเสียงไก่ขันนั้น เป็นเพียงดนตรีประกอบฉากชั้นต่ำที่นางเลือกจะเมินเฉยได้อย่างสิ้นเชิง
"ปล่อยให้เห่าไปเถอะค่ะพี่เห่าหอม..." หลินฮวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะตักพริกหม่าล่าสูตรลับเฉพาะลงใส่โหลแก้วสุญญากาศ
จางเหว่ยที่ยืนเงียบอยู่มุมห้องครัว ก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกั๊กสีซีดแต่สะอาดสะอ้านยื่นผ้าชุบน้ำอุ่นมาให้ภรรยาเช็ดมือ ดวงตาคมกริบที่มักจะนิ่งเฉยฉายแววความกังวลเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทุบประตูข้างนอกนั่น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าเนียนใสของภรรยา ความกังวลเหล่านั้นก็พลันมลายหายไปจนสิ้น
"ให้ผมออกไปจัดการไหม ฮวาฮวา" เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอก แต่จางเหว่ยกลับถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและมั่นคง เขายอมทิ้งศักดิ์ศรีและความอดทนทั้งหมดที่มีในอดีต ก็เพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้คนเดียวเท่านั้น
"ไม่ต้องหค่ะ ให้พวกเขากระโดดโลดเต้นไปก่อนเถอะ วันนี้เรามีภารกิจสำคัญกว่านั้นรออยู่" หลินฮวาหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เป้าหมายของเราวันนี้ไม่ใช่การต่อปากต่อคำกับคนไร้ค่าพวกนั้น แต่คือการก้าวเท้าเข้าไปเหยียบ 'ร้านสหกรณ์ประจำจังหวัด' และทำให้เถ้าแก่เหลียงต้องยอมสยบให้แก่ผงเครื่องเทศของเราต่างหากล่ะคะ"
การเดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอในยุค 80 เต็มไปด้วยความคึกคักของฝุ่นดินและเสียงจักรยานที่ปั่นแข่งกันท่ามกลางแดดจ้า หลินฮวานั่งซ้อนท้ายจักรยานของจางเหว่ย มือข้างหนึ่งถือตะกร้าไม้ไผ่ที่คลุมผ้าขาวอย่างมิดชิด ภายในนั้นบรรจุ "พริกหม่าล่าสูตรคั่วทราย" และ "เกลือสมุนไพรห้าสหาย" ที่ผ่านการหมักบ่มในมิติลับจนได้กลิ่นหอมเย้ายวนทะลุเนื้อผ้าออกมา
เป้าหมายของพวกเขาก็คือ "ร้านค้าสวัสดิการและอาหารแหุดประจำจังหวัด" ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้ เถ้าแก่เหลียง ผู้ควบคุมการจัดซื้อสินค้าเข้าร้าน เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ไว้หนวดเคราประปรายขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและตาถึง สินค้าที่จะวางขายในร้านของเขาต้องผ่านการคัดสรรอย่างเข้มงวด และที่สำคัญ... เขาเป็นคนหยิ่งผยองที่ไม่เคยชายตานักค้าปลีกรายย่อยเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่หลินฮวาก้าวเท้าเข้าไปในร้าน กลิ่นอับของกระสอบข้าวสารและน้ำตาลทรายแดงก็ลอยเข้าจมูก บรรยากาศภายในร้านกว้างขวางแต่เงียบเหงา ลูกค้ามีไม่มากนักเนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางวัน เถ้าแก่เหลียงกำลังนั่งจิบชาใหม่อยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้เนื้อแข็ง สายตาดุร้ายกวาดมองสำรวจสองสามีภรรยาด้วยความดูแคลนตั้งแต่หัวจรดเท้า
"พวกเจ้ามาจากไหน? ที่นี่ไม่ใช่ตลาดสดข้างทาง อยากขายของก็ไปหาที่อื่น ที่ร้านข้ารับแต่สินค้ามีโควตาถูกต้องตามกฎรัฐเท่านั้น" เถ้าแก่เหลียงพูดโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปากก็เป่าไอความร้อนจากถ้วยชาเซรามิกสีหม่น
หลินฮวาไม่โกรธ นางระบายยิ้มบางๆ ที่ดูทรงเสน่ห์และเยือกเย็น เดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์โดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต นางค่อยๆ วางตะกร้าไม้ไผ่ลงบนโต๊ะไม้ เสียงผ้าขาวที่ถูกเปิดออกเผยให้เห็นโหลแก้วใสแจ๋ว สะท้อนแสงแดดส่องกระทบผงเครื่องเทศสีแดงเข้มและสีทองอร่าม กลิ่นหอมล้ำลึกที่ผสานความเผ็ดร้อน ความชา และความหอมหวานของสมุนไพรจีนโบราณก็โชยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งร้านทันที
กลิ่นนั้นรุนแรงและเย้ายวนเสียจนเถ้าแก่เหลียงที่กำลังจะไล่ตะเพิด ชะงักค้างไปทันที จมูกโตๆ ของเขาฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมแปลกประหลาดแต่คุ้นลิ้นอย่างอดไม่ได้
"นี่คืออะไร..." เถ้าแก่เหลียงเงยหน้าขึ้น สีหน้าเปลี่ยนจากความดูแคลนกลายเป็นความสงสัยระคนประหลาดใจ
"สิ่งนี้เรียกว่า 'ผงวิเศษบรรמיเถื่อน' เอ๊ย... ผงเครื่องเทศหม่าล่าสูตรพิเศษค่ะเถ้าแก่เหลียง" หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ไพเราะน่าฟัง แต่นัยน์ตากลับคมกริบทอประกายการค้าอย่างเฉียบ
"ของแบบนี้ ร้านข้ามีเกลือ มีพริกไทยดำถมเถไป ทำไมข้าต้องรับของไร้ที่มาจากพวกชาวบ้านหลังเขาอย่างพวกเจ้าด้วย?" เถ้าแก่เหลียงพยายามตั้งกำแพง ปิดบังความสนใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นในแววตา
หลินฮวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ายวนแต่ทว่าเยือกเย็น ทำให้เถ้าแก่เหลียงถึงกับขนลุกชัน นางยื่นมือไปเปิดฝาโหลแก้วออกครึ่งหนึ่ง กลิ่นหอมเข้มข้นยิ่งทะลักทลายออกมาจนพนักงานในร้านที่อยู่ไกลออกไปถึงกับหันขวับมามอง
"เถ้าแก่เหลียงลองคิดดูสิคะ ช่วงนี้เศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่าน ผู้คนเริ่มมองหาความแปลกใหม่ อาหารการกินในโรงอาหารรัฐก็จืดชืดไร้รสชาติ หากร้านของท่านมีเครื่องเทศชุดนี้ไปวางขาย รับรองว่าแม่บ้านทั้งอำเภอจะต้องแย่งกันซื้อจนชั้นวางสินค้าพังอย่างแน่นอนค่ะ และที่สำคัญ..." หลินฮวาโน้มตัวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบแต่น่าฟังชัดเจน "ข้าไม่ได้มาขอร้องให้ท่านรับซื้อ... แต่ข้ามาเสนอ 'โอกาส' ที่จะทำให้ยอดขายของท่านแซงหน้าร้านค้าประจำอำเภอข้างเคียงต่างหากล่ะคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เถ้าแก่เหลียงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความอึ้งงอน เขาทำธุรกิจมาครึ่งชีวิต ไม่เคยเจอสะใภ้ชาวนาคนไหนที่มีแววตาเฉียบคมและวาจาเชือดเฉือนเช่นนี้มาก่อน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มืออ้วนท้วมสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะขอบโหลแก้ว
"ถ้าเจ้าพูดจริง... แล้วถ้ามันขายไม่ได้ล่ะ?" เถ้าแก่เหลียงถามเสียงแข็งเพื่อรักษาฟอร์ม
"ยินดีคืนเงินสองเท่าค่ะ!" หลินฮวาตอบสวนทันทีโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มมั่นใจฉายชัดบนใบหน้าสวย
ในจังหวะที่เถ้าแก่เหลียงกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตกลง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ยืนแอบมองอยู่หลังเสาหน้าร้าน—นั่นคือ "ป้าสะใภ้ใหญ่" และ "หลินโม่" น้องชายตัวแสบของนางที่แอบตามสะกดรอยมาถึงในตัวเมือง พร้อมกับถือท่อนไม้และป้ายประจานในมือเตรียมพังร้านเพื่อทำลายชื่อเสียงของนางให้ย่อยยับในพริบตา!
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนจากใจค่ะ
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 8
กลยุทธ์การค้าแบบยุค 80
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!