"เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันในยามวิกาล ไม่เคยนำพาข่าวดีมาสู่บ้านหลังน้อยหลังนี้เลยสักครั้ง"
หลินฮวายืนนิ่งอยู่หน้าเตาไฟ กลิ่นหอมฉุนของพริกเสฉวนและเครื่องเทศต้มตุ๋นในหม้อดินกำลังเดือดปุดๆ ส่งควันสีขาวพวยพุ่งผสมกลิ่นอายสมุนไพรจีนลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ปรายตามองกุญแจทองเหลืองโบราณที่เพิ่งค้นพบในซอกลับของกล่องไม้เมื่อยามบ่าย กุญแจดอกเดียวกันนี้เองที่กำลังสร้างความปั่นป่วนในหัวใจของนางและสามีอย่างไม่มีวันสงบลงได้ง่ายๆ
จางเหว่ย ขยับกายยืนบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบดماดั่งเหยี่ยวจ้องเขม็งไปที่ประตูไม้เก่าๆ หน้าบ้าน ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงเคาะจะเปลี่ยนเป็นเสียงทุบหนักหน่วงด้วยความเกรี้ยวกราด
"จางเหว่ย! เจ้าลูกเนรคุณ แกคิดว่าจะซ่อนตัวอยู่หลังเขานี่ได้ตลอดชีวิตอย่างนั้นรึ เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนแหบพร่าแต่ทรงอำนาจแฝงด้วยความเย่อหยิ่งดังทะลุผ่านความมืดของค่ำคืนยุค 70 เข้ามา เป็นเสียงของใครไปไม่ได้นอกจาก "คุณชายรองโจว" บุรุษผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ผู้ซึ่งกุมความลับและอดีตอันดำมืดที่จางเหว่ยพยายามหลบหนีมาตลอดหลายปี
หลินฮวายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยдяیปรากฏบนใบหน้าเรียวสวย นางวางทัพพีไม้ลงอย่างเชื่องช้า ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยในแววตาคู่นั้น มีเพียงประกายความท้าทายที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิงใต้เตาถ่าน
"ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะ พี่เหว่ย" หลินฮวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเฉียบคม นางเอื้อมมือไปจับแขนแกร่งของสามีเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจ "ในเมื่อเขามาถึงถิ่นเราแล้ว ก็อย่าปล่อยให้เสียชื่อเชฟมือหนึ่งแห่งมิติลับเลยค่ะ"
จางเหว่ยหันมามองภรรยา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลยามเผชิญหน้ากับอดีต กลับอ่อนแสงลงเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เด็ดเดี่ยวและมั่นคงของหญิงสาว เขาพยักหน้าช้าๆ มือหนาบีบมือบางของนางกลับแน่น เป็นการยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องนางเด็ดขาด
ครืน!
ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างโปร่งในชุดสูทจีนสไตล์ตะวันตกตัดเย็บอย่างประณีต แต่กลับดูขัดหูขัดตากับบรรยากาศบ้านนอกคอกนาแห่งนี้ก้าวเข้ามา พร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองนายที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน
"กล้าดีนี่ ที่ปล่อยให้ฉันยืนรอข้างนอกตั้งนาน" โจวอี้เฉิน กวาดสายตาคมปลาบมองไปรอบห้องครัวที่อบอวลด้วยกลิ่นเครื่องเทศ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของจางเหว่ย และสะดุดลงที่ร่างระหงของหลินฮวา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไม่นึกเลยว่าหนีมาซุกหัวนอนในที่กันดารแบบนี้ แกจะมีภรรยาหน้าตารสชาติดีไม่เบา... แต่ก็นั่นแหละ ของมีค่ามักจะดึงดูดโจรเสมอ โดยเฉพาะกุญแจดอกนั้น ที่แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องมัน!"
หลินฮวาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางก้าวออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามี เงยหน้าสบตากับคุณชายรองตระกูลโจวอย่างไม่เกรงกลัว รัศมีของความเย่อหยิ่งและความฉลาดเฉลียวแผ่ออกมาจากตัวนาง จนโจวอี้เฉินต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความประหลาดใจ
"คุณชายรองโจวสินะคะ?" หลินฮวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแต่กังวาน ก้องกังวานไปทั่วห้อง "มากราบไ਼ร้บ้านคนอื่นถึงที่ในยามวิกาลอย่างไร้อมมารยาทเช่นนี้ บรรพบุรุษตระกูลโจวคงอบรมสั่งสอนมาดีมากสินะคะ ถึงได้ไม่รู้ว่าการมาเยือนบ้านผู้อื่นเขาต้องได้รับอนุญาตก่อน"
"นังผู้หญิงสามหาว! รู้ไหมว่าแกกำลังพูดอยู่กับใคร!" บอดี้การ์ดด้านหลังก้าวออกมาตะคอกเสียงดัง พร้อมจะพุ่งเข้ามาสั่งสอน
แต่จางเหว่ยไวกว่า เขาก้าวฉับเดียวมาขวางหน้า สาดสายตาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายใส่บอดี้การ์ดนายนั้น จนอีกฝ่ายชะงักกึกโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันอันน่ากลัวที่สะสมมาจากสนามรบและชีวิตในอดีตถูกปลดปล่อยออกมาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันที
โจวอี้เฉินยกมือห้ามลูกน้อง สายตายังคงจ้องมองหลินฮวาด้วยความสนใจแกมดูแคลน "ปากคอเราะร้ายสมกับที่เป็นภรรยาของไอ้คนอกตัญญูดีนี่ หวังว่าฝีปากของเธอจะคมเหมือนอาหารบนเตานะ... เอาล่ะ เลิกเล่นลิ้นกันได้แล้ว ส่งกุญแจดอกนั้นมาให้ฉัน แล้วฉันจะเมตตาไว้ชีวิตพวกแกสองคน ให้ใช้ชีวิตยากจนข้นแค้นอยู่ที่นี่ต่อไปได้"
หลินฮวายิ้มหวาน หยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ท่าทีราวกับกำลังต้อนรับลูกค้าชั้นดีในภัตตาคาร มากกว่าการเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ นางเดินตรงไปยังเตาไฟที่กำลังเดือดพล่าน ตักซุปหม้อตุ๋นเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าคราม กลิ่นหอมฟุ้งกระจายจนโจวอี้เฉินต้องสูดจมูกโดยไม่รู้ตัว
"คุณชายรองเดินทางมาไกล คงเหนื่อยมากสินะคะ" หลินฮวายกชามซุปขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าช่างงดงามจนน่าขนลุก "ก่อนจะคุยเรื่องกุญแจ... เชิญชิมซุป 'สี่ฤดูพิฆาต' ชามนี้ดูก่อนสิคะ รับรองว่ารสชาติดีจนคุณชายอาจจะลืมทางกลับเมืองหลวงไปเลยก็ได้... หรืออาจจะไม่มีวันได้กลับไปอีกเลย"
โจวอี้เฉินหรี่ตามองชามซุปตรงหน้า สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องระรัว แต่ทว่ากลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศหายากที่ลอยเข้าจมูก กลับปลุกเร้าความอยากรู้อยากเห็นจนยากจะต้านทาน เขายื่นมือออกไปหมายจะรับชามซุปนั้นมา
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของโจวอี้เฉินกำลังจะแตะโดนชามกระเบื้อง หลินฮวากลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแววเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก นางจงใจปล่อยมือให้ชามซุปตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง!
เพล้ง!
เศษกระเบื้องและน้ำซุปสีเข้มกระเด็นเปรอะเปื้อนรองเท้าหนังราคาแพงของคุณชายรองโจวทันที กลิ่นฉุนรุนแรงของเครื่องเทศพุ่งทะลวงเข้าจมูกจนเขาต้องสำลักออกมาเสียงดัง พร้อมๆ กับที่รอยยิ้มของหลินฮวาหุบลงอย่างฉับพลัน
"อุ๊ย... มือลื่นไปหน่อยค่ะ" หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสำนึกผิดแม้แต่น้อย นางก้มลงมองรองเท้าที่เปื้อนคราบซุป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับโจวอี้เฉินที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "แต่ดูท่าทางแล้ว... ของดีๆ แบบนี้ คงไม่เหมาะกับคนไร้มารยาทอย่างคุณชายหรอกค่ะ เพราะต่อให้เอาไป ก็ไม่มีปัญญาไขมันได้อยู่ดี!"
"นัง... นังสารเลว!" โจวอี้เฉินคำรามลั่นด้วยความแค้น ชักปืนพกสีเงินวาววับออกจากอกเสื้อ เล็งตรงมาที่กลางหน้าผากของหลินฮวาในเสี้ยววินาที!
ทว่า จางเหว่ยเร็วกว่าราวกับสายฟ้าแลบ เขาพุ่งเข้าประชิดตัวโจวอี้เฉินในพริบตา มือหนาบิดข้อมือของอีกฝ่ายจนปืนหลุดร่วงลงพื้น พร้อมกับใช้ปลายมีดสั้นที่ซ่อนไว้จ่อเข้าที่ลำคอของโจวอี้เฉินอย่างแม่นยำ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนบอดี้การ์ดทั้งสองนายชักปืนตามไม่ทัน
ห้องครัวกลับมาเงียบกริบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของโจวอี้เฉินที่สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของคมมีด
หลินฮวาก้าวเข้าไปใกล้สามี นางใช้ปลายนิ้วเรียวแตะปลายมีดคมกริบนั้นเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ากระซิบข้างหูโจวอี้เฉินด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่เยือกเย็นที่สุดในสามโลก
"คิดจะเล่นเกมนี้กับฉัน... คุณชายรองยังเร็วไปร้อยปีค่ะ" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยรอยยิ้มสะใจออกมาเต็มที่ "และจำใส่สมองเอาไว้ให้ดี... ว่าคนที่กำกุญแจดอกนั้นตัวจริง ไม่ใช่พวกฉัน... แต่เป็น 'คนคนนั้น' ที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังพวกคุณต่างหากล่ะคะ!"
สิ้นคำพูดของหลินฮวา แสงไฟตะเกียงในห้องครัวก็กะพริบไหววูบดับลงพร้อมกัน เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่จำนวนมากดังขึ้นล้อมรอบตัวบ้านไม้หลังน้อยจากทุกทิศทุกทาง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เงาร่างของใครบางคนที่มีรอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่ใบหน้า กำลังก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาในความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่แม้แต่โจวอี้เฉินยังต้องหน้าถอดสี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวามาโดยตลอดนะคะ
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 22
แรงกดดันจากตระกูลใหญ่
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!