เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* เบา ๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงัดยามวิกาลของห้องครัวหลังเขา กุญแจทองคำลวดลายประณีตดอกนั้น—วัตถุแปลกปลอมที่หลินฮวาเพิ่งค้นพบบرนก้นหีบไม้เก่าคร่ำคร่าใต้พื้นกระดาน—กำลังนอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือของนาง
น้ำหนักของมันไม่ได้มากนัก ทว่ากลับถ่วงความรู้สึกของนางให้ดิ่งลึกราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้
ในความทรงจำของร่างเดิม หลินฮวาผู้นี้เป็นเพียงบุตรสาวชาวนาที่แต่งเข้ามาในตระกูลจางด้วยความยากจนข้นแค้น สามีของนางคือจางเหว่ย ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและเป็นใบ้ (ในสายตาของชาวบ้าน) ที่วัน ๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก ไร้ซึ่งปูมหลังที่น่าสนใจ ไร้ซึ่งทรัพย์สินเงินทอง นอกเหนือจากหนี้สินรุงรังที่แม่สามีตัวแสบสร้างไว้
แล้วกุญแจดอกนี้มาจากไหน?
"ฮวาเอ๋อร์..."
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง หลินฮวาสสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย นางรีบกำกุญแจไว้ในมือแน่นก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง จางเหว่ยยืนอยู่ตรงข้ามแสงตะเกียงที่ริบหรี่ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกเงาทอดยาวปกปิดไว้ ดวงตาคมกริบที่มักจะอ่อนโยนเวลาทอดมองนาง ยามนี้กลับฉายแววซับซ้อนบางอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือความหวาดระแวง ความเจ็บปวด และ... การยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ถูกเปิดโปง
"ท่านตื่นแล้วหรือคะ?" หลินฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังรัวเร่ง
จางเหว่ยไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ฝีเท้าเงียบเชียบราcatแมวป่า ร่างกายกำยำที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาในอดีตแผ่กลิ่นอายความกดดันออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มก้มลงมองมือของนางที่กำแน่น ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นประสานกับดวงตาของนาง
นี่ไม่ใช่สายตาของชายใบ้ชาวนาผู้ซื่อบื้อที่ยอมให้คนในหมู่บ้านรังแกอีกต่อไปแล้ว
"เจ้า... เจอคอมันแล้วสินะ" จางเหว่ยเปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงของเขาไม่ได้แหบแห้งเหมือนคนเป็นใบ้เรื้อรัง หากแต่ทุ้มนุ่มและมีพลังอำนาจบางอย่างที่ซ่อนเร้นมานานปี
หลินฮวาหรี่ตาลง นางเป็นเชฟอัจฉริยะที่ผ่านการแข่งขันระดับประเทศ ผ่านเล่ห์เหลี่ยมคนในวงการอาหารมานับไม่ถ้วน สัญชาตญาณบอกนางทันทีว่า สามีที่นางนอนร่วมเตียงเคียงหมอนมาหลายเดือนผู้นี้ ไม่ใช่คนธรรมดา และอดีตที่เขาปิดตายไว้ กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมาในคืนนี้
"ถ้าข้าไม่บังเอิญทำพื้นไม้หลุด ข้าก็คงไม่รู้ว่าสามีผู้ซื่อ
สัตย์ของข้า ซ่อนกุญแจที่อาจจะไขไปสู่อีกชีวิตหนึ่งเอาไว้" หลินฮวาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องตรงไปยังนัยน์ตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ท่านพี่... หรือควรจะเรียกว่าท่านอะไรดีคะ? คุณชายจาง... หรือว่านายทหารหนีราชการ?"
คำว่า 'นายทหารหนีราชการ' ทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของจางเหว่ยกระตุกวูบ เขาสูดหายใจเข้าลึก
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว, หลินฮวา" จางเหว่ยแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มขื่นขมปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ข้าไม่ได้หนีราชการ... แต่ข้าถูกหักหลัง"
บรรยากาศในห้องครัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียด จางเหว่ยทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ แสงไฟตะเกียงวับแวมสาดส่องใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาและบาดแผลเป็นจาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า
"เจ้ารู้จักค่ายทหารลับทางเหนือสุดของมณฑลจี๋หลินหรือไม่?" จางเหว่ยเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องราวที่เขาเก็บงำไว้เป็นความลับมาตลอดชีวิต "เมื่อห้าปีก่อน ข้าคือหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนพิเศษ... หน่วยรบที่ขึ้นตรงต่อเบื้องบนโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากขุนนางท้องถิ่น เรามีหน้าที่กวาดล้างกลุ่มค้าอาวุธและสายลับต่างชาติ กุญแจดอกนั้น... คือกุญแจเปิดตู้นิรภัยลับที่เก็บรายชื่อสายลับคู่ค้าของพวกมัน รวมถึงหลักฐานการทุจริตระดับชาติ"
หลินฮวานิ่งฟังหัวใจเต้นแรงขึ้น เรื่องราวมันก้าวล้ามิติของการทำไร่ทำนาและการตบตีกับญาติจอมสูบเลือดไปไกลโขแล้ว นี่มันนิยายแนวสายลับและการหักเหลี่ยมเฉือนคมชัด ๆ!
"แล้วทำไมท่านถึงกลายเป็นแบบนี้? กลายเป็นคนใบ้ที่ยอมให้แม่สามีและญาติ ๆ จอมปลอมโขกสับ?" หลินฮวาก้าวเข้าไปใกล้ วางมือลงบนบ่ากว้างที่เกร็งแน่นของเขา สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและไอร้อนจากร่างกายที่กำลังเดือดดาลด้วยไฟแค้นในอดีต
"เพราะข้าถูกคนในหักหลัง..." จางเหว่ยเงยหน้าขึ้นมองนาง แววตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมานานปี "คนที่สั่งฆ่าลูกน้องของข้า และวางยาพิษทำให้ข้ากลายเป็นคนใบ้เกือบตาย... คือพี่ชายร่วมสาบานของข้าเอง และมัน... ก็คือคนที่ตอนนี้กำลังก้าวขึ้นมามีอำนาจเป็น 'ท่านประธาน' ของบริษัทส่งออกรายใหญ่ในเมืองหลวงในยุคปฏิรูปนี้!"
หลินฮวายิ่งตกตะลึง สามีของนางไม่ได้เป็นเพียงแค่อดีตทหารผ่านศึก แต่เขามีบัญชีแค้นที่ต้องสะสางกับบุคคลระดับสูงในยุคเศรษฐกิจกำลังเติบโตนี้!
"แล้วท่านคิดจะทำอย่างไร?" หลินฮวาถามเสียงเข้ม แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับมีประกายความตื่นเต้นและท้าทายวับวาม "จะก้มหน้าปลูกผักทำเต้าหู้ไปวัน ๆ หรือจะทวงทุกอย่างที่เป็นของท่านคืนมา?"
จางเหว่ยจ้องมองภรรยาของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง หวงแหน และรักใคร่จนสุดหัวใจ ผู้หญิงตรงหน้านี้ไม่เพียงแต่ทำอาหารรสเลิศจนทำให้กิจการในตลาดมืดเติบโต แต่นางยังมีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญยิ่งกว่าบุรุษบางคนเสียอีก
"ข้าไม่อยากดึงเจ้าเข้ามาพัวพัน..." จางเหว่ยเอ่ยเสียงเบา มือหนาเอื้อมขึ้นมาจับมือเรียวที่วางอยู่บนบ่าของตนไว้แน่น
"ท่านพี่คะ..." หลินฮวาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงของนางเย้ายวน ทรงพลัง และเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิต "ท่านแต่งงานกับเชฟผู้พลิกโฉมหลังเขาคนนี้แล้ว ชีวิตของท่านและบัญชีแค้นนั้น... นับจากนี้ไป เราจะชำระมันไปด้วยกัน!"
ทว่า ในวินาทีที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยความลับและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างรุนแรง *ปัง! ปัง! ปัง!*
ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านที่คุ้นเคยดี พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องทะลุรอยแตกของประตูไม้เข้ามา
"จางเหว่ย! หลินฮวา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! มีคนแจ้งว่าบ้านพวกเจ้าซ่อนสิ่งผิดกฎหมายและกัก
ขังอาชญากรหลบหนี!"
จางเหว่ยผุดลุกขึ้นทันที ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความเหี้ยมเกรียมออกมาวับหนึ่ง เขาก้มลงหยิบมีดสั้นเล่มเก่าที่ซ่อนใต้ตั่งไม้ขึ้นมา ส่วนหลินฮวารีบเก็บกุญแจทองคำเข้ามิติลับของนางอย่างรวดเร็ว
ใครกันที่รู้เรื่องกุญแจนี้? หรือว่า... ศัตรูจากอดีตตามมาเจอพวกเขาก่อนที่เกมการแก้แค้นจะเริ่มต้นขึ้นเสียอีก?
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและการเติบโตของหลินฮวานะคะ!
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 21
ความจริงเริ่มถูกเปิดเผย
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!