เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 20

รางวัลแห่งความดี

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“กล้าดียังไงถึงมาขวางทางสุนัขรับใช้ของทางการ... หรือว่าพวกเจ้าอยากติดคุกหัวโตข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับพวกเก็งกำไรสินค้าเถื่อนกันแน่!” เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ ‘สือเป่า’ รองหัวหน้าฝ่ายกวาดล้างตลาดมืดประจำอำเภอ ดังแทรกความเงียบยามวิกาลขึ้นมาทันที ร่างท้วมในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเทาเข้มก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ ใบหน้าอูมบวมเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ดวงตาหรี่เล็กจ้องมองมายังหลินฮวาและจางเหว่ยด้วยแววตาราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อในกรง ทว่า... บรรยากาศรอบตัวไม่ได้ระส่ำระส่ายอย่างที่สือเป่าคาดการณ์ไว้เลยแม้แต่น้อย หลินฮวายังคงยืนนิ่งสงบ มือเรียวบางที่ถือตะเกียงน้ำมันก๊าดไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย แสงสีส้มอุ่นสาดกระทบใบหน้างามที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ราวกับนางกำลังยืนชมดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิ มิใช่กำลังเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีอำนาจชี้เป็นชี้ตาย “สือเป่า... เจ้าค่ะ” หลินฮวาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะ แต่กลับสร้างความหนาวเยือกให้แล่นริ้วขึ้นมาสันหลังของอีกฝ่ายได้อย่างประหลาด “ข้าก็นึกว่าสุนัขตัวไหนหลุดออกมาเห่าหอนยามวิกาล ที่แท้ก็เป็นใต้เท้าสือผู้มีเกียรติ พกหมายค้นมาหรือยัง ถึงได้กล้ากล่าวหาชาวบ้านตาดำๆ เช่นพวกเราปานนี้” “สามหาว!” สือเป่าหน้าดำคร่ำเครียด ตบฉาดลงบนต้นขาตัวเองด้วยความโกรธเกรี้ยว “นังสารเลวหลินฮวา เจ้ายังกล้าปากกล้าขาสั่นต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ! เอกสารลับจากส่วนกลางระบุชัดเจนว่าบ้านหลังนี้ลักลอบผลิตและจำหน่ายเครื่องเทศต้องห้าม ลักลอบค้าขายร่ำรวยผิดกฎหมายยุคปฏิรูป! วันนี้ข้าได้รับคำสั่งตรงจากท่านนายอำเภอให้นำกำลังมาตรวจสอบและยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าหลวง!” สิ้นคำพูดของสือเป่า ลูกน้องมือขวาอีกสามคนที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ก็ก้าวพรวดพราดออกมาพร้อมกับกระสอบป่านและเชือกเส้นหนา ในมือถือกระบองไม้ไผ่เตรียมพร้อมเข้าทุบทำลายข้าวของ ท่าทางฮึกเหิมราวกับฝูงหมาป่าได้กลิ่นเลือด จางเหว่ยที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอด ก้าวเท้าขนาบข้างภรรยาอย่างมั่น and ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีทึบแผ่รังสีความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดหิมะจ้องเขม็งไปที่สือเป่าจนชายร่างท้วมถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำอันน่าหวาดกลัวเมื่อครั้งจางเหว่ยยังเป็นทหารรับจ้างในแนวหน้าผุดวาบขึ้นมาในหัว ทำให้สือเป่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ทว่า... เมื่อนึกถึงสัญญาและสินบนก้อนโตที่ตระกูลใหญ่ในอำเภอมอบให้เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามอย่างหลินฮวา สือเป่าก็กัดฟันกรวด ฝืนใจเชิดหน้าขึ้นแล้วตะโกนลั่น “ไอ้ใบ้! อย่าคิดว่ามีแรงแล้วจะขู่ข้าได้นะเว้ย! นี่คือคำสั่งจากเบื้องบน ขัดขืนเจ้าหน้าที่ มีโทษประหารสถานเดียว! เข้าไป! รื้อค้นให้หมด! เอาเครื่องเทศและเงินสดในบ้านมันออกมาให้เกลี้ยง!” เหล่าลูกน้องรับคำสั่งเตรียมพุ่งตัวเข้าไปพังประตูรั้วไม้ *เอี๊ยด... ปัง!* เสียงประตูรั้วไม้เปิดออกเองจากด้านในอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางความตกตะลึงของสือเป่าและสมุน กลิ่นหอมกรุ่นของ ‘เครื่องเทศห้าพฤกษา’ ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานละมุนของน้ำตาลเคี่ยวและพริกเสฉวนคั่วเกลือ ลอยอบอวลพวยพุ่งออกมาจากมิติลับในบ้าน ทะลักทลายความมืดมิดยามราตรีจนหอมฟุ้งไปทั่วทั้งตรอกซอกซอย ไม่ใช่แค่กลิ่นธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมที่ปลุกประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ตื่นตัว ราวกับทิพย์อาหารจากสรวงสวรรค์ “ช้าก่อน!” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลังสุดของกลุ่มคน ชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนสีน้ำเงินเข้ม ร่างกายผึ่งผาย ใบคมสันเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยบารมี ก้าวผ่านความมืดเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามในเครื่องแบบทหารยศสูงอีกสองนาย สือเป่าหันไปมองตามเสียง ใบหน้าที่กำลังเหิมเกดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษชำระ ขาสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เมื่อเพ่งมองชัดๆ ว่าผู้มาใหม่คือใคร “ทะ... ท่าน... ท่านเลขาธิการหลี่!?” สือเป่าละล่ำละลักคุกเข่าลงกับพื้นทันที เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง “ตะ... ใต้เท้าหลี่ เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ดึกดื่นป่านนี้ขอรับ ข้า... ข้ากำลังปฏิบัติหน้าที่...” เลขาธิการหลี่ จากส่วนกลางเมืองหลวง ผู้ซึ่งเดินทางมาตรวจราชการลับในอำเภอชนบทแห่งนี้ ปรายตามองสือเป่าด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างที่กำลังตัวสั่นเทาของสือเป่าไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหลินฮวาและจางเหว่ย บรรยากาศรอบบริเวณพลันเงียบสงบลงทันที แม้แต่เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน หลินฮวายังคงรักษาท่าทีสง่างาม นางย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างนิ่มนวล ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย “ยินดีต้อนรับท่านเลขาธิการหลี่สู่บ้านตระกูลจางเจ้าค่ะ ดึกดื่นป่านนี้ลมอะไรหอบท่านมาถึงเรือนหลังเล็กๆ เช่นนี้ หรือว่าอาหารว่างยามดึกที่ภรรยาของท่านสั่งให้คนมาซื้อเมื่อวาน... ถูกปากท่านเลขาธิการหรือเจ้าค่ะ?” เลขาธิการหลี่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเคร่งขรึม “ฮ่าๆๆ! นังหนูหลิน เจ้าช่างกล้าหาญและปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ! อาหารว่างยามดึกอันใดเล่า? ฝีมือการปรุงเครื่องเทศของเจ้าเมื่อวาน ทำให้ท่านผู้ว่าการถึงกับออกปากชมในที่ประชุมลับเมื่อเช้านี้ ว่านี่คือ ‘สมบัติล้ำค่าทางรสชาติ’ ที่ช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตให้แก่ราษฎรในยุคปฏิรูปเศรษฐกิจเช่นนี้!” สือเป่าที่คุกเข่าอยู่ด้านหลัง ถึงกับสมองอื้ออึง หูอื้อตาลาย ข้อมูลนี้มันคืออะไรกัน? นังบ้านนอกคนนี้ไปเกี่ยวพันกับระดับสูงตั้งแต่เมื่อไหร่!? “ท่านเลขาธิการหลี่โปรดให้ความเป็นธรรมด้วยนะเจ้าค่ะ!” หลินฮวาเปลี่ยนน้ำเสียงให้เจือแววตัดพ้อเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมปลาบ นางผายมือไปยังสือเป่าที่ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า “สุนัขรับใช้ของทางการผู้นี้ นำกำลังมาบุกรุกยามวิกาล กล่าวหาว่าพวกเราลักลอบค้าขายสินค้าเถื่อน และพยายามจะยึดทรัพย์สินของครอบครัวเรา... ไม่ทราบว่า ทางการมีนโยบายส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย หรือมีนโยบายสนับสนุนให้คนกังฉินรีดไถชาวบ้านกันแน่เจ้าค่ะ?” คำพูดของหลินฮวาเฉียบคมราวกับมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทุกคำตอกย้ำลงไปบนจุดตายของสือเป่าอย่างแม่นยำ เลขาธิการหลี่หันขวับกลับไปมองสือเป่าด้วยแววตาดุจใบมีด ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นทันที “สือเป่า! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ มารังแกบุคคลสำคัญผู้สร้างคุณประโยชน์แก่เศรษฐกิจของอำเภอเรา!” “ใต้เท้าโปรดไว้ชีวิต! ใต้เท้าโปรดไว้ชีวิตด้วยขอรับ! ข้า... ข้าแค่ทำตามคำสั่ง...” สือเป่าโขกหัวลงกับพื้นจนฝุ่นตลบ ร้องคร่ำครวญขอความเมตตาอย่างน่าสมเพช “จับตัวมันไปสอบสวนให้หนัก!” เลขาธิการหลี่ออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด ทหารติดตามสองนายพุ่งเข้าไปล็อกตัวสือเป่าและสมุนลากถอยออกไปทันทีท่ามกลางเสียงโหยหวนขอความช่วยเหลือ เมื่อความวุ่นวายสงบลง เลขาธิการหลี่ก็หันกลับมาแย้มยิ้มให้หลินฮวาและจางเหว่ยด้วยท่าทีที่เป็นกันเองมากขึ้น ควักม้วนกระดาษประทับตราสีแดงชาดออกมาจากอกเสื้อ ยื่นส่งให้ด้วยสองมือ “คุณหนูหลิน... นี่คือ ‘ใบประกาศเกียรติคุณและหนังสืออนุญาตการค้าเสรีระดับพิเศษ’ ที่ทางส่วนกลางอนุมัติให้แก่เจ้าโดยตรง จากผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเทศท้องถิ่นจนสร้างชื่อเสียงให้แก่ภูมิภาค ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กิจการของเจ้าจะได้รับการคุ้มครองจากทางการอย่างเต็มรูปแบบ และไม่มีผู้ใดหน้าไหนกล้าเข้ามารังแกอีก” หลินฮวารับม้วนกระดาษนั้นมาด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นางหันไปสบตากับจางเหว่ย สามีผู้ยืนเคียงข้างมาตลอด เส้นทางแห่งความมั่งคั่งและอำนาจที่นางไขว่คว้า บัดนี้ได้เปิดประตูต้อนรับพวก1เขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เลขาธิการหลี่กลับลดเสียงลงกระซิบเบาๆ เฉพาะคนทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “อย่างไรก็ตาม... ข้าต้องเตือนพวกเจ้าไว้ก่อนว่า สินค้าเครื่องเทศสูตรลับของเจ้าในมิติลับนั้น ได้ไปสะดุดตากลุ่มอิทธิพลมืดระดับมณฑลเข้าแล้ว พวกมันส่งสายลับปลอมตัวเข้ามาในหมู่บ้านเราตั้งแต่สามวันก่อน และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน... ไม่ใช่แค่สูตรเครื่องเทศ แต่เป็น ‘กุญแจทองคำ’ ที่ซ่อนอยู่ในเรือนหลังนี้...” หลินฮวาหุบยิ้มลงทันที หัวใจกระตุกวูบ กุญแจทองคำ? กุญแจอะไรกันที่นางไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลยในความทรงจำของร่างนี้! ________________________________________ (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ!)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%