เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 23

อาหารมื้อพิสูจน์ใจ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าคิดจะเอาชนะใจแม่สามีด้วยผักต้มกับน้ำแกงจืดชืดแบบนั้น ก็อย่าให้เสียเวลาเลยดีกว่าค่ะ สะใภ้หลิน" เสียงของท่านแม่สามีตระกูลใหญ่ 'คุณนายเฝิง' ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องครัว กลิ่นสมุนไพรจีนราคาแพงในห้องโถงใหญ่ยังไม่ชวนอึดอัดเท่ากับสายตาคมกริบที่จ้องมองมายังวัตถุดิบตรงหน้า หลินฮวาวางมีดลงบนเขียงไม้ช้าๆ กระทบเสียงดังกังวานเบาๆ แทนคำตอบ เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปโต้เถียง เพียงแค่หยิบพริกหอมเสฉวนสีแดงสดและเม็ดหมาล่าคุณภาพเยี่ยมออกมาจากตะกร้าสานที่ดูภายนอกแสนธรรมดา แต่ภายในนั้นคือเครื่องเทศหายากจากมิติลับ จางเหว่ยยืนนิ่งอยู่ข้างกายภรรยา มือหนาของเขาวางลงบนบ่าเล็กเพื่อส่งผ่านความอบอุ่น แม้เขาจะเป็นคนพูดน้อยจนใครต่อใครมองว่าเขาคือชายใบ้ไร้ค่า แต่แววตาที่เขามองหลินฮวานั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด—เขาพร้อมจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอ แม้จะต้องปะทะกับคนทั้งตระกูลก็ตาม "รสชาติของชีวิต ไม่ได้วัดกันที่ราคาของวัตถุดิบค่ะท่านแม่ แต่วัดกันที่ว่า... คนปรุง 'ใส่ใจ' ลงไปมากแค่ไหน" หลินฮวาเอ่ยเสียงเรียบพลางซอยขิงแก่ละเอียดเป็นเส้นด้าย ความมั่นใจในแววตาของเธอทำให้คุณนายเฝิงที่ตั้งท่าจะคัดค้านถึงกับชะงักไปชั่วครู่ บรรยากาศในครัวร้อนระอุขึ้นเมื่อหลินฮวาเริ่มกระบวนการ 'ผัด' เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังฉ่า—มันไม่ใช่เสียงทำอาหารทั่วไป แต่มันคือเสียงแห่งการประกาศศักดา กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศที่เธอคิดค้นขึ้นเป็นสูตรเฉพาะเริ่มซอกซอนไปตามร่องไม้ของตัวบ้าน กลิ่นที่ผสมผสานความเผ็ดร้อนของหมาล่าเข้ากับความกลมกล่อมของเครื่องตุ๋นยาจีนสมัยใหม่ มันหอมจนกระทั่งบรรดาคนรับใช้ที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบนอกต่างเริ่มกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว จางเหว่ยคอยช่วยคุมไฟอย่างรู้ใจ เขาเข้าใจจังหวะการหรี่และเร่งไฟของภรรยาได้ราวกับสื่อสารกันด้วยกระแสจิต ความเงียบระหว่างคนทั้งสองในขณะทำงานช่างดูงดงามและหนักแน่น ท่ามกลางสายตาดูแคลนของเหล่าญาติฝ่ายหญิงที่พยายามหาช่องจับผิดหลินฮวา แต่ทว่า... ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ กลิ่นหอมนั้นกลับยิ่งทวีความยั่วยวนจนยากจะต้านทาน "เสร็จแล้วค่ะ" หลินฮวาวางจาน 'ไก่ผัดพริกหอมสไตล์จักรพรรดิ' ลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาตัวกลาง เนื้อไก่ถูกเคี่ยวจนนุ่มแต่ยังคงความเด้งของเนื้อสัมผัส สีสันของมันเงางามราวกับอัญมณีล้ำค่าท่ามกลางกองพริกแห้งที่จัดวางไว้อย่างมีศิลปะ คุณนายเฝิงมองจานอาหารตรงหน้า แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบไปชั่วขณะ นางหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างลังเล ก่อนจะคีบเนื้อไก่ชิ้นเล็กเข้าปาก ทันทีที่รสสัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น ความเผ็ดร้อนที่ค่อยๆ แผ่ซ่านตามด้วยความหวานล้ำของน้ำซุปที่ซึมลึกเข้าสู่เนื้อไก่ก็ระเบิดออกในปาก ราวกับมีมวลพลังงานแห่งความทรงจำวัยเยาว์พุ่งพล่าน "นี่มัน... สูตรของใครกัน" เสียงของคุณนายเฝิงสั่นเครือเล็กน้อย สายตาที่จ้องมองหลินฮวากลับกลายเป็นความฉงนผสมความยอมรับ "สูตรที่ใช้ 'ความจริงใจ' ค่ะ" หลินฮวาตอบสั้นๆ นัยน์ตาคมกริบของเธอยังคงนิ่งสงบ ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน จางเหว่ยขมวดคิ้วแน่น มือของเขากำหมัดโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นเงาของชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบข้าราชการก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ "ท่านประธานจาง... ดูเหมือนความสงบสุขที่นี่จะถึงเวลาต้องจบลงแล้วนะ" ชายแปลกหน้าเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะวางเอกสารลงบนโต๊ะกลางจานอาหารที่ยังควันฉุย "ประกาศยึดคืนที่ดินหลังเขา... มีผลทันทีนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" จางเหว่ยชะงักไป เขามองหน้าหลินฮวาด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ ขณะที่หลินฮวายังคงถือตะเกียบในมือแน่น แววตาของเธอไม่ได้หวาดหวั่น แต่กลับมีความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่... เกมการเมืองหลังเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มตัวแล้ว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวามาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%