กลิ่นหอมฉุนของพริกเสฉวนคั่วแห้งผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของขิงแก่และกระเทียมดอง กำลังลอยคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวดินเหนียวหลังบ้านของตระกูลจาง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้หอมหวานน่ารับประทานเหมือนกลิ่นอาหารเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติดได้ด้วยปลายนิ้ว
“หลินฮวา! แกอย่าคิดนะว่าใช้วิธีสกปรกนี้แล้วจะตบตาพวกฉันได้!”
เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลจางดังแผดขึ้น พร้อมกับร่างท้วมที่พุ่งพรวดเข้ามาในครัวราวกับหมูป่าตกมัน มืออวบอูมปัดป้องตะหลิวเหล็กในมือของฉันจนเกือบหล่นร่วง เจตนาพยายามคว่ำหม้อตุ๋นเนื้อตุ๋นสูตรลับที่ฉันเคี่ยวมานานร่วมสามชั่วยามให้พังครืนลงกับพื้น
ฉันเพียงแค่ก้าวถอยหลังครึ่งก้าวอย่างใจเย็น ดวงตาหรี่ลงมองการกระทำน่าเกลียดนั้นด้วยรอยยิ้มบางเฉียบที่มุมปาก ไม่มีความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความหวาดกลัวเจือปนอยู่ในแววตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
“สะใภ้รอง... มือไม้ของท่านช่างเกะกะเสียจริงนะคะ ระวังหน่อยสิคะ หม้อนี้ไม่ใช่ของถูกๆ ถ้าทำเสียหายขึ้นมา เกรงว่าต่อให้ขายเครื่องประดับทองเหลืองปลอมๆ บนหัวท่านจนหมด ก็คงชดใช้ค่าเครื่องเทศล้ำค่าเหล่านี้ไม่ได้หรอกค่ะ” น้ำเสียงของฉันราบเรียบ แต่กลับทรงพลังและเชือดเฉือนจนอีกฝ่ายชะงักกึก ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนแดงก่ำ
นี่คือแผนการที่พวกเขาวางไว้ตั้งแต่เช้าตรู่
หลังจากที่ฉันแอบนำ "ผงหมาล่าสูตรพิเศษ" จากมิติลับออกมาปรุงขายส่งให้พ่อค้าคนกลางในตลาดมืดจนได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ญาติผู้พี่และบรรดาพี่สะใภ้จอมโลภเหล่านี้ก็เริ่มนั่งไม่ติด พวกเขาพยายามหาทางเข้ามาขโมยสูตรลับ หรือไม่ก็ทำลายข้าวของเพื่อขัดขวางไม่ให้ฉันส่งสินค้าได้ทันเวลา โดยมีแม่สามีใจร้ายคอยยืนกอดอกส่งเสียงเชียร์อยู่ตรงหน้าประตูเรือน
“นังตัวดี! แกกล้าด่าฉันเรอะ!” สะใภ้รองกรี๊ดลั่น ยกมือขึ้นหมายจะตบลงมาบนใบหน้าของฉัน
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วอวบๆ นั้นจะเข้าใกล้ ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยก็ก้าวเข้ามาบังหน้าฉันไว้ราวกับภูเขาผา เขานิ่งเงียบ ไม่เอ่ยคำใดสักแวบเดียว แต่แววตาดุดันคมกริบที่กวาดมองไปยังสะใภ้รองกลับทำให้หญิงสาวผู้กำลังเกรี้ยวกราดถึงกับผงถอยหลังด้วยความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ
จางเหว่ยไม่เคยพูดจาหยาบคายกับใคร แต่ความนิ่งขรึมและรัศมีกดดันรอบตัวในยามที่ภรรยาถูกรังแก กลับน่ากลัวยิ่งกว่าพายุหิมะในฤดูหนาวเสียอีก
“ออกไป”
คำพูดเพียงคำเดียวหลุดจากริมฝีปากหนา ทุ้มต่ำและทรงอำนาจจนสะใภ้รองสะดุ้งเฮือก หน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น นางอ้าปากพะงาบๆ จะเถียง แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ได้แต่หันไปฟ้องแม่สามีที่ยืนหน้าบูดบึ้งอยู่ด้านนอก
“ท่านแม่ดูสิคะ! ไอ้ใบ้นี่มันกล้าไล่ฉัน เจ้าสองคนผัวเมียนี่มันกระด้างกระเดื่องขึ้นทุกวันแล้วนะเจ้าคะ!”
แม่สามีเดินกระแทกเท้าเข้ามา ใบหน้าย่นยู่ด้วยความริษยา นางกวาดตามองหม้อตุ๋นเนื้อที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ยิ่งได้กลิ่นยั่วยวนชวนน้ำลายสอเท่าไหร่ ความโลภในใจก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น “หลินฮวา แกส่งสูตรอาหารนี่มาซะดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าแกแอบค้าขายผิดกฎหมาย!”
คำขู่เดิมๆ ที่ใช้มาร้อยแปดพันเก้า ช่างน่าขันสิ้นดี
ฉันแค่นجหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ วางตะหลิวลง เอื้อมมือไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมเยือกเย็นของฉันทำให้คนตระกูลจางถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
“ฟ้องหรือคะ? เชิญเลยค่ะท่านแม่” ฉันก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้แม่สามีทีละน้อย กลิ่นอายของความมั่นใจแผ่ซ่านออกมาจนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังหนี “ท่านคิดจริงๆ หรือคะว่า คนอย่าง ‘หลินฮวา’ ผู้นี้ จะไม่มีหลักฐานอะไรเลยในการปกป้องตัวเอง?”
ฉันหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากอกเสื้อ มันคือใบอนุญาตค้าขายเล็กๆ ที่ฉันแอบไปทำเรื่องถูกต้องผ่านเส้นสายของสหายในอำเภอมาเมื่อวานนี้ พร้อมกับบัญชีรายรับรายจ่ายที่ระบุส่วนแบ่งภาษีอย่างชัดเจน
เมื่อแม่สามีและสะใภ้รองก้มลงมองเห็นตัวอักษรบนกระดาษ สีหน้าของพวกเธอก็เปลี่ยนจากความมั่นอกมั่นใจ กลายเป็นซีดขาวราวกับกระดาษทิชชูทันที!
“เป็นไปได้ยังไง... แก... แกไปเอาใบอนุญาตนี้มาจากไหน!” สะใภ้รองอุทานเสียงหลง ร่างกายสั่นเทาด้วยความตก and
“โลกนี้ยังมีอะไรอีกมากที่พวกท่านไม่รู้ค่ะ” ฉันแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “และอีกอย่าง... เนื้อตุ๋นหม้อนี้ ไม่ใช่ของสำหรับคนตระกูลจางกินเล่นหรอกนะคะ เพราะมันคือสินค้าล็อตพิเศษที่ ‘ท่านประธาน’ แห่งสหกรณ์การค้าในเมืองใหญ่ สั่งจองไว้ล่วงหน้าเพื่อนำไปเลี้ยงรับรองแขกคนสำคัญต่างหากล่ะค่ะ!”
สิ้นคำพูดนั้น ทุกคนในครัวต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ท่านประธานคนนั้น... บุคคลระดับสูงที่แม้แต่หัวหน้าหมู่บ้านยังต้องก้มหัวให้ เหตุใดจึงมาเกี่ยวข้องกับนังสะใภ้บ้านนอกคนนี้ได้เล่า?!
จางเหว่ยที่ยืนเงียบอยู่ข้างกายฉันเหลือบมองมาที่ฉันแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน
บรรยากาศในห้องครัวเงียบงันลงชั่วขณะ ราวกับเข็มสักเล่มตกพื้นก็ยังได้ยิน ทว่าในวินาทีที่ทุกคนกำลังอึ้งงันกับชื่อของ ‘ท่านประธาน’ อยู่นั้นเอง...
เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นที่หน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ ของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ พร้อมกับลูกน้องนับสิบคนที่เดินเรียงแถวเข้ามาในเขตบ้านตระกูลจางอย่างอารักขา
“ขอโทษนะ... มีใครอยู่ไหมครับ? ผมมารับ ‘สินค้าล็อตพิเศษ’ ตามที่ภรรยาของคุณจางตกลงไว้”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่หันขวับไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว และเมื่อร่างนั้นก้าวพ้นขอบประตูเรือนเข้ามา...
ลมหายใจของทุกคนก็แทบจะหยุดกั้น เมื่อพบว่าชายผู้ทรงอิทธิพลที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลับไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นบุคคลที่พวกเขานึกไม่ถึงเลยแม้แต่วินาทีเดียว!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ หลินฮวายุคปฏิรูป
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 15
แผนซ้อนแผนของเชฟสาว
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!