"ถ้าตระกูลเฉินยังกล้าส่งคนมายุ่มย่ามกับแผงลอยของพวกเราที่ตลาดมืดอำเภอซานหลี่อีกแม้แต่ครั้งเดียว ฉันเกรงว่าน้ำมันพริกสูตรพิเศษกระปุกนี้ จะไม่ได้แค่เปลี่ยนเป็นเงินหยวนเข้ากระเป๋า... แต่อาจจะเปลี่ยนเป็นค่ารักษาพยาบาลของพวกมันเองแทนค่ะ"
น้ำเสียงของหลินฮวาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนวาววับ นางก้มลงจัดเรียงขวดเครื่องเทศเซรามิกสีครามบนแผงไม้ไผ่ด้วยท่าทางสบายๆ สวนทางกับบรรยากาศตึงเครียดรอบกายอย่างสิ้นเชิง
กลิ่นหอมกรุ่นของพริกเสฉวนคั่วแห้งผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของขิงและกระเทียมดองน้ำผึ้งในมิติลับลอยอบอวลเตะจมูก ทว่าในยามค่ำคืนที่ลมหนาวพัดโชยกลิ่นนี้กลับไม่ได้เรียก
ลูกค้าผู้กระหายความอร่อยเข้ามาซื้อหาเหมือนเคย กลับดึงดูดสายตาคุกคามของกลุ่มชายฉกรรจ์สี่คนที่เดินเข้ามาล้อมกรอบแผงลอยของนางไว้โดยมิได้นัดหมาย
จางเหว่ยที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อบังภรรยาไว้ครึ่งตัว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหว่านมองไปยังหัวหน้ากลุ่มที่สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำเก่าๆ ท่าทางกร่างไม่เบา ชายคนนั้นมีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มซ้าย นามกรของมันคือ "พี่เฉียง" ผู้คุมวินมอเตอร์ไซค์และตลาดเถื่อนแถบนี้ที่ใครๆ ต่างก็เกรงกลัว
"แม่สาวน้อย ปากคอเราะร้ายไม่เบานี่" พี่เฉียงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าฟังดูน่ารังเกียจ มันกวาดตามองแผงสินค้าที่มีขวดเครื่องเทศเหลืออยู่เพียงไม่กี่ขวด ก่อนจะหยิบขวดหนึ่งขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่แยแส "ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนไม่เห็นหัวใครเลยนะช่วงนี้ รู้กฎของตลาดซานหลี่แห่งนี้ไหม? ของกินของใช้ทุกชิ้นที่เอามาวางขายในเขตนี้ ต้องผ่านการ 'ตรวจคุณภาพ' จากฉันเสียก่อน... และค่าธรรมเนียมที่ว่า มันไม่ได้จ่ายเป็นเงินหยวนธรรมดาหรอกนะ"
หลินฮวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้างดงามผุดผ่องภายใต้แสงตะเกียงพาราฟินดูเยือกเย็นยิ่งขึ้น
"ตรวจคุณภาพ?" นางทวนคำด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "ฉันนึกว่าพี่เฉียงเป็นอันธพาลรีดไถเงินชาวบ้านเสียอีก ที่แท้ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารหรอกหรือคะ? น่าเสียดายจริงๆ ที่เครื่องเทศของฉันผ่านการตรวจสอบจากกระเพาะของลูกค้ามาหมดแล้ว และพวกเขาก็ยินดีควักกระเป๋าจ่ายในราคาเต็ม โดยไม่ต้องให้ใครมาลดแลกแจกแถมหรือขอส่วนแบ่งแบบไม่มีมารยาท"
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที พ่อค้าแม่ขายแผงข้างเคียงต่างพากันเก็บข้าวของด้วยความหวาดกลัวและรีบถอยร่นออกไปไกล ไม่มีใครกล้าสบตากับกลุ่มของพี่เฉียง เพราะทุกคนรู้ดีว่าใครก็ตามที่กล้าขัดขวางการผูกขาดการค้าของกลุ่มอิทธิพลนี้จุดจบมักจะไม่สวยงาม
พี่เฉียงหน้าตึงขึ้นมาทันที รอยแผลเป็นบนหน้ากระตุกวูบ มันวางขวดเครื่องเทศกระแทกกับแผงไม้จนเกิดเสียงดังสนั่น
"นังนี่! ปากดีนักนะ!" มันตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนขวดเซรามิกสั่นสะเทือน "มึงคิดว่าทำของอร่อยแล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง? บอกไว้ตรงนี้เลยว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป มึงไม่มีสิทธิ์เอาของมาขายที่นี่อีก ถ้ายังดึงดันจะขาย พวกกูจะทำให้มึงไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินกลับบ้าน!"
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะปะทุถึงขีดสุด จางเหว่ยที่ยืนนิ่งมาตลอดก็ก้าวออกมายืนบังหน้าภรรยาเต็มตัว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่ต้องเปล่งเสียงสักแฮก มือหนาของเขาเอื้อมไปจับข้อมือของพี่เฉียงที่ยื่นมาหมายจะปัดสินค้าของภรรยาลงพื้น บีบไว้ด้วยแรงมหาศาลจนกระดูกลั่นกรอบ
พี่เฉียงหน้าซีดเผือด ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น "โอ๊ย! ปล่อยนะ! ไอ้นี่... แกกล้าดียังไง..."
"ภรรยาผม... ไม่ชอบให้ใครมาเสียงดังใส่"
จางเหว่ยเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำทุบและเย็นเยียบ ดวงตาคมกริบมองอีกฝ่ายราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นอีกนิดจนพี่เฉียงต้องเขย่งปลายเท้าด้วยความทรมาน ลูกน้องอีกสามคนที่เหลือเห็นหัวหน้าถูกเล่นงานก็ชักเหล็กแหลมออกมา หมายจะพุ่งเข้ามาทำร้าย
หลินฮวาถอนหายใจเบาๆ นางหยิบขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุผงเครื่องเทศสีแดงเข้มออก
มาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท ก่อนจะเปิดจุกออกแล้วสะบัดมันเบาๆ ไปในอากาศ
ฟุบ!
ละอองผงกลิ่นหอมฉุนกระจายตัวไปทั่วบริเวณ พริกหมาล่าสูตรลับผสมพริกไทยดำหมักพิเศษกระทบกับลมหนาว กลายเป็นควันจางๆ ที่ลอยเข้าจมูกของกลุ่มนักเลงทั้งสามคนอย่างจัง
"แควก! แค่กๆๆ!"
พวกมันทั้งหมดทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที มือทั้งสองข้างกุมลำคอ น้ำตาไหลพรากด้วยความเผ็ดร้อนแสบร้อนที่จู่โจมระบบทางเดินหายใจอย่างฉับพลัน ราวกับมีไฟแผดเผาอยู่ในหลอดลม พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
พี่เฉียงที่ถูกจางเหว่ย์จับอยู่ก็ไม่รอดเช่นกัน ผงนั้นลอยเข้าจมูกมันเต็มๆ จนสติแทบหลุดลอย ดวงตาเบิกโพ้างbกด้วยความทรมานขั้นสุด
หลินฮกเดินเข้าไปใกล้ ก้มมองหัวหน้าแก๊งอันธพาลที่ตอนนี้หมดสภาพคุกเข่าอยู่แทบเท้านาง นางยิ้มละมุนละไมราวกับพี่สาวใจดีที่กำลังอบรมเด็กดื้อ
"การผูกขาดการค้า... มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะคะพี่เฉียง วันนี้ฉันถือว่าเป็นการตักเตือน ถ้าพวกคุณยังกล้ามาลองดีกับแผงลอยของฉันอีก พรุ่งนี้ฉันอาจจะมีสูตรยาแก้เผ็ดที่ทำให้พวกคุณลิ้นชาไปตลอดชีวิตมาฝากด้วยเช่นกันค่ะ"
นางหันไปหยิบเงินหยวนจำนวนหนึ่งวางไว้บนโต๊ะ เป็นค่าเสียหายทิพย์ที่นางมอบให้ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้สามี
"กลับบ้านกันเถอะค่ะพี่เหว่ย อาหารมื้อดึกที่ฉันเตรียมไว้ในมิติลับ น่าจะกำลังเดือดได้ที่พอดี"
จางเหว่ยปล่อยมือจากข้อมือที่บวมเป่งของพี่เฉียงอย่างไร้เยื่อใย เขาโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น พาเดินผ่าความมืดของตลาดมืดออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้กลุ่มอันธพาลนอนดิ้นเร่าๆ อยู่เบื้องหลัง
ทว่า เดินพ้นมุมตึกมาได้ไม่ไกลนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากตรอกมืดเบื้องหน้า แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาตรงหน้าพวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแต่งกายสีกากีสะอาดตา ใบหน้าเรียบตึงไร้รอยยิ้ม และด้านหลังของเขา... คือคนที่หลินฮวาคาดไม่ถึงที่สุดในยามวิกาลเช่นนี้
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ หลินฮวายุคปฏิรูป
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 14
อันตรายท่ามกลางแสงสี
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!