"กลิ่นนี้... มันกลิ่นบ้าอะไรกันวะ!"
เสียงสบถหยาบคายของจางเฉียงดังแว่วมาจากลานดินหน้าบ้าน
หลินฮวาชะงักมือที่กำลังตักผงพะโล้สีอำพันเข้มลงในโถกระเบื้องเคลือบ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยอย่างรู้ทัน นังสะใภ้ใหญ่บ้านตระกูลจางและพวกปากหอยปากปูคงจะเดินผ่านมาเจอคลื่นกลิ่นเกรด S เข้าพอดิบพอดี
ในเสี้ยววินาทีที่กลิ่นหอมลึกล้ำของอบเชย โป๊ยกั๊ก และพริกเสฉวนคั่วไฟอ่อนทะลุกรอบหน้าต่างไม้ผุๆ ออกไป มันไม่ได้เป็นเพียงแค่อานุภาพของเครื่องเทศธรรมดา แต่มันคือ ‘กลิ่นอายแห่งความมั่งคั่ง’ ที่สะกดทุกชีวิตให้หยุดนิ่ง
หลินฮวากวาดสายตามองไปรอบห้องครัวแคบๆ สภาพบ้านดินเก่าๆ ยุค 70 ที่ฝาผนังผุกร่อนจนแทบจะพังมิพังแหล่ แต่ในใจของเธอกลับพะว้าพะวังอยู่กับความเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่—พื้นที่สีขาวขุ่นในห้วงความคิดที่จู่ๆ ก็ขยายตัวกลายเป็น ‘คลังแสงสมุนไพรและมิติลับ’ ขนาดมหึมา!
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงทุบประตูไม้สนดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ที่แผדแผดลั่นจนนกบนหลังคาแตกตื่น
"หลินฮวา! นังตัวดี! แกแอบซ่อนอะไรไว้ในบ้าน อาหารหอมจนไส้ฉันขาดแบบนี้ แกไปขโมยของบ้านไหนมาต้มกินฮะ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
หลินฮวาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะอย่างเยือกเย็น
ในชาติก่อน เธอคือเชฟระดับปรมาจารย์ผู้ครอบครองอาณาจักรอาหารมูลค่าหลายหมื่นล้าน
มาชาตินี้ แม้จะทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวนาผู้ถูกรังแกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แถมสามียังเป็นใบ้และกตัญญูจนเกือบพาครอบครัวล่มจม แต่ใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะมาพังครัวของเธอได้!
หลินฮวายังคงก้าวเดินอย่างมั่นคงไปเปิดประตู ทว่าก่อนจะถึงหน้าบ้าน สายตาของเธอเหลือบไปเห็นจางเหว่ย สามีใบ้ร่างสูงใหญ่ที่ยืนก้มหน้ากำหมัดแน่นอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกริบของเขาฉายแวววิตกกังวลและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด—กลัวว่าภรรยาจะสร้างเรื่องจนทำให้บ้านวุ่นวายอีก
"เหว่ยเกอ..." หลินฮวาเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม มือเรียวเอื้อมไปแตะท่อนแขนแข็งแกร่งของสามีเบาๆ
จางเหว่ยสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองภรรยา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยระคนสับสน เขาอ้าปากพยายามจะเปล่งเสียงเตือนอะไรบางอย่าง แต่ก็ทำได้เพียงส่งเสียงอืออาในลำคอตามความพิการที่ติดตัวมา
"เชื่อฉัน..." หลินฮวาสบตาเขาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวและมั่นคง "วันนี้... ฉันจะทำให้พวกเขาไม่กล้าเหยียบมาบ้านเราอีกเลย"
ประตูกถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างอ้วนท้วนของสะใภ้ใหญ่พุ่งเข้ามาหมายจะชะโงกหน้ามองหาหม้อต้มอาหาร แต่ต้องชะงักกึกเมื่อปะทะเข้ากับสายตานิ่งสนิทแต่เยียบเย็นราวกับคมมีดของหลินฮวา
"อุ๊ย! จะเข้ามาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต มารยาทของตระกูลจางอบรมมาแบบนี้หรอกหรือคะ สะใภ้ใหญ่"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนทำเอาสะใภ้ใหญ่ชะงักถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าอวบอูมขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธ
"นัง... นังสะใภ้รอง! แกกล้าดียังไงมาว่าฉัน! แกทำอะไรกิน กลิ่นมันฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านแบบนี้ แกเอาข้าวสารและเนื้อของบ้านใหญ่ไปซ่อนไว้ใช่ไหม! ส่งมาให้หมดนะ! ของพวกนั้นควรเป็นของแม่สามี ไม่ใช่ให้พวกแกสองคนผัวเมียขี้เกียจกินกันเอง!"
หลินฮวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความเกรงกลัวทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงถนัดตา
"ข้าวสาร? เนื้อ? สะใภ้ใหญ่ตาบอดหรือว่าสมองเสื่อมกันแน่คะ ถึงได้ไม่รู้ว่าพวกเราถูกขับไล่ให้มาอยู่บ้านร้างหลังนี้ตัวเปล่ามาสามเดือนแล้ว ข้าวสักเมล็ด น้ำมันสักหยด พวกท่านเคยแบ่งให้เราไหม? อย่าว่าแต่ขโมยเลยค่ะ ต่อให้ฉันจะต้มหินกิน มันก็เป็นสิทธิของฉัน!"
"แก!" สะใภ้ใหญ่โกรจนตัวสั่น งื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าหลินฮวาให้หายแค้น
ทว่า—
*หมับ!*
ข้อมืออวบถูกมือใหญ่หนาราวกับคีมเหล็กคว้าเอาไว้แน่นหนาจนกระดูกแทบร้าว สะใภ้ใหญ่กรีดร้องลั่นเมื่อหันไปพบกับใบหน้าคมเข้มถมึงทึงของจางเหว่ย
ดวงตาของจางเหว่ยในยามนี้ไม่ได้ไร้พิษสงเหมือนเคย มันดุดัน น่ากลัว และแผ่รังสีสังหารออกมาจนผู้เป็นพี่สะใภ้หน้าถอดสี ขาอ่อนแรงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินทันที
"ไสหัวไป."
เสียงทุบต่ำแหบพร่าแต่ทรงพลังจนน่าตกใจหลุดออกมาจากลำคอของจางเหว่ย แม้จะเป็นคำพูดสั้นๆ แต่มันกลับก้องกังวานจนสะใภ้ใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รีบคลานหนีอุลลุกลนออกไปจากรั้วบ้านพร้อมกับส่งเสียงโวยวายลั่นทุ่ง
หลินฮวามองภาพนั้นด้วยความทึ่ง เธอไม่คิดว่าสามีใบ้คนนี้จะมีมุมดุเดือดและปกป้องเธอได้ดีเยี่ยมถึงเพียงนี้
เมื่อความวุ่นวายสงบลง หลินฮวาก็ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา เธอหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้จางเหว่ยที่ยืนหายใจหอบอยู่กลางห้อง
"เกอทำได้ดีมากค่ะ... หิวหรือยังคะ? วันนี้ภรรยาคนนี้จะทำให้คุณได้ลิ้มรสอาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิต"
พูดจบ หลินฮวาก็หลับตาลงสติพุ่งดิ่งเข้าสู่ ‘มิติลับในจินตภาพ’ ทันที
เบื้องหน้าของเธอในห้วงความคิดเวลานี้ ปรากฏชั้นวางไม้ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยขวดโหลสมุนไพรหายาก แป้งสาลีคุณภาพสูง น้ำมันงาบริสุทธิ์ และวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่น่าจะมีอยู่จริงในยุค 70 นี้ มือเรียวเอื้อมหยิบ ‘โสมป่าพันปี’ และ ‘พริกหอมเสฉวนเกรดพรีเมียม’ ออกมาอย่างคล่องแคล่ว พลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือเข้าสู่โลกความเป็นจริง
เพียงพริบตาเดียว—บนโต๊ะไม้เก่าๆ ก็ปรากฏถุงเครื่องเทศและวัตถุดิบสดใหม่วางเรียงรายอยู่จริง!
จางเหว่ยเบิกตากว้างจนแทบถลน เขาผงะถอยหลังไปชนผนังบ้าน ดวงตาคู่นคมองสลับระหว่างภรรยาและวัตถุดิบตรงหน้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ของพวกนี้... มันโผล่มาจากไหนในพริบตาเดียว?! หลินฮวาภรรยาของเขา... กลายเป็นปีศาจหรือเซียนจำแลงมากันแน่?!
หลินฮวาหันมาสบตากับสามีที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึง เธอยิ้มละมุน ก้าวเข้าไปใกล้ ช้อนตามองเขาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แต่จริงใจ
"ไม่ต้องตกใจไปนะคะ สามี... ฉันไม่ใช่ปีศาจ แต่คือภรรยาที่จะพาคุณรวยจนคนทั้งมณฑลต้องกราบไหว้ต่างหากล่ะคะ"
ทว่าในวินาทีที่จางเหว่ยอ้าปากจะเอ่ยถามอะไรบางอย่างออกด้วยความสั่นเครือ—
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของผู้ใหญ่บ้านและร่างเงาทะมึนของชายแปลกหน้าหลายคนในชุดเครื่องแบบสารวัตรทหาร ที่พังประตูรั้วเข้ามาล้อมบ้านไม้หลังน้อยไว้จนมิดชิด!
"หลินฮวา! จางเหว่ย! พวกแกถูกกล่าวหาว่าลักลอบค้าของเถื่อนและกักตุนสินค้าผิดกฎหมาย... เปิดประตูให้หมด! เดี๋ยวนี้!"
หลินฮวาหรี่ตาลง รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยประกายตาดุดัน—ดูท่าว่าเรื่องราวในค่ำคืนนี้ จะไม่ได้จบลงแค่การตบหน้าสะใภ้จอมปลอมเสียแล้วกระมัง
***
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ!
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 2
มิติลับกับกลิ่นเครื่องเทศ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!