"ถ้าพวกท่านกล้าก้าวเท้าข้ามธรณีประตูบ้านฉันเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาลงบันทึกประจำวันข้อหาบุกรุกยามวิกาลและปล้นทรัพย์สิน!"
น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลกของหลินฮวาดังก้องขึ้น ทะลวงผ่านความเงียบสงบยามพลบค่ำของหมู่บ้านหงซิงได้อย่างชัดเจน มือเรียวบางที่เพิ่งวางตะหลิวเหล็กกระทบกับเตาฟืนเกิดเสียงดัง *เคร้ง* สะท้อนกังวาน บ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจล้อเล่นได้
ร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่หลิวซื่อชะงักกึก เท้าข้างหนึ่งที่กำลังจะก้าวข้ามธรณีไม้เก่าคร่ำคร่าค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ใบหน้าอวบอูมที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งยโสบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง ปนความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดขวาง เจ้าหล่อนหรี่ตามองหลินฮวาด้วยแววตาราวกับเห็นผีสาง ไม่คาดคิดมาก่อนว่าอดีตเด็กสาวในเมืองผู้เคยอ่อนแอและเจียมเนื้อเจียมตัวคนนั้น จะกล้าลุกขึ้นมาประกาศสงครามต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้
เบื้องหลังของหลิวซื่อคือจางต้าเฉียงผู้เป็นสามี และบรรดาญาติห่างๆ อีกสองสามคนที่ถือกระสอบป่านเปล่าและตะกร้าไม้ไผ่มาด้วยอย่างไร้ยางอาย เจตంటาของพวกมันชัดเจนเสียยิ่งกว่ากลางวัน—พวกมันกะจะมาขนย้ายข้าวสาร แป้งสาลี และเนื้อหมูชิ้นงามที่หลินฮวากับจางเหว่ยเพิ่งซื้อเข้ามาเก็บไว้เมื่อช่วงบ่าย ด้วยข้ออ้างทุเรศๆ ว่า "ของในบ้านคนพิการและคนไร้ประโยชน์อย่างพวกแก เก็บไว้ก็รังแต่จะเน่าเสีย สู้เอามาให้ญาติผู้ใหญ่ช่วยดูแลเสียยังดีกว่า"
จางเหว่ยนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวเก่า สีหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบใต้รกคิ้วหนาจับจ้องไปยังกลุ่มญาติผู้สูบเลือดสูบเนื้อด้วยประกายตาดุดัน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อย มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน หากหลินฮวาไม่เอ่ยปรามไว้ก่อนหน้านี้ด้วยสายตาเพียงนิดเดียว ป่านนี้ร่างของคนพวกนี้คงกระเด็นออกไปนอนกองกับพื้นดินนอกรั้วบ้านไปนานแล้ว
"หลินฮวา! นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แกกล้าพูดจาแบบนี้กับผู้หลักผู้ใหญ่ได้อย่างไร!" หลิวซื่อกรีดเสียงแหลมสูงด้วยความเหลืออด ดึงเท้ากลับมายืนจังก้าบนพื้นดินหน้าบ้านแล้วใช้มือเทสะเอว ชี้หน้าด่ากราด "ตระกูลจางส่งข้าวส่งน้ำเลี้ยงดูพวกแกมาตั้งเท่าไหร่ ยืมของแค่นี้ทำเป็นหวงแหน รังแกแม้กระทั่งญาติสนิทมิตรสหาย จิตใจแกทำด้วยอะไร! อกตัญญูยิ่งกว่าสุนัข!"
หลินฮวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับเย็นชาเสียจนหลิวซื่อเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ธรณีประตู กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสี่สุกรที่เคี่ยวตุ๋นไว้ในหม้อดินลอยโชยออกมาจากห้องครัว ผสมผสานกับกลิ่นอายความเด็ดเดี่ยวที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ทำให้บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นอย่างประหลาด
"ผู้หลักผู้ใหญ่เหรอคะ?" หลินฮวาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงกระดูก "ผู้ใหญ่ที่ไหนเขาบุกรุกเข้าบ้านคนอื่นยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใหญ่ที่ไหนเขาหน้าด้านหน้าทนมาปล้นข้าวของในบ้านคนอื่นไปกินฟรีๆ ทุกเดือน ถ้าตระกูลจางใจบุญสุนทานนัก ทำไมตอนที่สามีฉันบาดเจ็บปางตายและพวกท่านพากันรุมรังเกียจขับไล่ไสส่งพวกเรามาอยู่กระท่อมปลายนา ถึงไม่มีใครหน้าไหนเอาข้าวสารมาสักเมล็ดล่ะคะ!"
คำพูดประโยคเดียวพุ่งชนจุดเจ็บแสบของคนตระกูลจางเข้าอย่างจัง จนใบหน้าของจางต้าเฉียงและหลิวซื่อเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงก่ำ
"แก... นังสารเลว!" จางต้าเฉียงทนฟังต่อไปไม่ไหว ถลึงตาใส่แล้วก้าวพรวดเข้ามาหมายจะเงื้อมือตบสั่งสอนสะใภ้ไร้มารยาทสักฉาด
*หมับ!*
ฝ่ามือหนาราวกับคีมเหล็กพุ่งมารวบข้อมือของจางต้าเฉียงไว้กลางอากาศอย่างแม่นยำ แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือของจางต้าเฉียงลั่นกรอบ จางเหว่ยค่อยๆ ยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าเนื้อหยาบแผ่รังสีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างไม่ปิดบัง ดวงตาคมกริบมองจางต้าเฉียงราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังจ้องเหยื่อในกำมือ
"ถ้าแกกล้าแตะต้องปลายนิ้วภรรยาฉันแม้แต่นิดเดียว มือข้างนี้ของแก... คงไม่ต้องเก็บไว้ใช้เขียนหนังสือหรือถือจอบอีกต่อไปแล้วกระมัง" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของจางเหว่ยดังลอดไรฟัน มันไม่ได้ตะโกน แต่กลับทรงพลังและกดดันจนจางต้าเฉียงหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความเจ็บปวดที่ข้อมือแล่นพล่านไปถึงสมอง
หลิวซื่อเห็นสามีท่าทางจะเพลี่ยงพล้ำ ก็เริ่มส่งเสียงโวยวายร้องแรกแหกกระเชอ ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นดินหน้าบ้านแล้วตบเข่าฉาดใหญ่ "ฆ่าคน! ช่วยด้วย! คนพิการกับเมียใจยักษ์จะฆ่าญาติพี่น้องตัวเองแล้ว ชาวบ้านช่วยด้วย มาดูความเนรคุณของบ้านนี้เร็วเข้า!"
เสียงโวยวายแหลมแสบแก้วหูเริ่มดึงดูดสายตาของเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงที่ทยอยถือตะเกียงเดินออกมาดูเหตุการณ์ บ้างก็ซุบซิบกระซิบกระซาบ บ้างก็มองมาด้วยสายตาสมเพชเวทนาและอยากรู้อยากเห็น
หลินฮวาหาได้มีความสะดุ้งสะเทือนไม่ เธอกลับหันหลังเดินกลับเข้าไปในครัว ชั่วพริบตาเดียวก็เดินกลับออกมาพร้อมกับโถกระเบื้องเคลือบสีครามใบย่อม ในนั้นบรรจุน้ำมันพริกสูตรลับพิเศษที่เธอเพิ่งเคี่ยวขึ้นใหม่ๆ จากมิติลับ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนของพริกเสฉวนคั่วแห้งผสมผสานกับเครื่องเทศนาน种ชนิดกระจายฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณทันทีที่เปิดฝา
ความหอมอันรุนแรงและยั่วยวนน้ำลายนั้น ทำให้คนที่กำลังมุงดูอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอโดยไม่รู้ตัว แม้แต่หลิวซื่อที่กำลังนอนดิ้นพาดพิงอยู่กับพื้นก็ยังชะงัก ชำเลืองตามองโถกระเบื้องในมือหลินฮวาดด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
"อยากได้ของในบ้านฉันนักใช่ไหมคะ?" หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวนชวนฟัง รอยยิ้มการค้าผุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่กลับซ่อนความร้ายกาจไว้เต็มเปี่ยม "ได้สิคะ ในเมื่อพวกท่านอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาถึงที่ ย่อมต้องมีของต้อนรับกลับไปให้อิ่มหนำสำราญ..."
เธอตักน้ำมันพริกสีแดงฉานที่มีเมล็ดพริกและเครื่องเทศลอยฟ่องเต็มช้อนกระเบื้อง ก้าวเข้าไปใกล้หลิวซื่อที่เงยหน้ามองด้วยความงุนงงระคนระแวง
"น้ำมันพริกสูตรพิเศษนี้ หอมเผ็ดสะใจ รสชาติร้อนแรงถึงใจ ยิ่งกินยิ่งเจริญอาหาร... เหมาะมากที่จะเอาไปราดหัวคนหน้าด้านที่ชอบมาขอส่วนบุญชาวบ้าน"
หลินฮวาพูดจบ ก็สาดน้ำมันพริกหอมฉุยราดลงบนพื้นดินข้างตัวหลิวซื่ออย่างจงใจ กลิ่นพริกคั่วเตะจมูกฉุนกึกจนหลิวซื่อและคนอื่นๆ สำลักไอออกมาพร้อมกัน น้ำลายสอด้วยความอยากผสมกับความแสบร้อนที่ลอยมาปะทะผิว
จางต้าเฉียงและพรรคพวกหน้าเสียถอยร่นกรูดออกไปนอกรั้วบ้านทันทีเมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวราวกับนางพญาของหลินฮวา พวกมันตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ใช่หมูในอวยให้รังแกเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว
"ไสหัวไปให้พ้นบ้านฉัน! ถ้าพรุ่งนี้ยังกล้ามาเหยียบที่นี่อีก ฉันจะเอาน้ำมันพริกกระทะนี้ราดหัวพวกท่านทีละคน คอยดู!" หลินฮวาประกาศกร้าว เสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ในลำคอของเธอทำเอาคนตระกูลจางต้องพยุงกันลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต
ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา จางเหว่ยค่อยๆ ลดมือลงจากข้อมือของจางต้าเฉียงที่วิ่งหนีไปไกลแล้ว ชายหนุ่มหันมามองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและอบอุ่นจนแทบละลาย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจ
"ภรรยา... เจ้าเก่งกาจยิ่งนัก" จางเหว่ยเอ่ยเสียงนุ่ม
หลินฮวาวางโถน้ำมันพริก2ลงบนโต๊ะไม้ หันมาสบตากับสามีผู้เงียบขรึม ก่อนจะยื่นมือเรียวไปแตะที่แก้วตาดุของเขาเบาๆ ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและหวานชื่นนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นจากด้านนอกรั้ว—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*—ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้
"คุณหลินฮวา... ทางการจากอำเภอส่งคนมาตามหาท่านเรื่อง 'ใบอนุญาตค้าขายลับ' ที่ท่านยื่นเรื่องไว้แล้วครับ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มา ณ ที่นี้นะคะ
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 3
ฟาดคำพูดเข้าหน้าญาติจอมสูบเลือด
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!