เสียงฉีกกระดาษห่อหนังสือพิมพ์เก่าที่ดังแกรกกรากในห้องโถงบ้านตระกูลจาง ราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน บรรยากาศรอบโต๊ะไม้ตัวยาวอัดแน่นไปด้วยความเงียบงัน ชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจฟึดฟัดด้วยความริษยาของป้าสะใภ้ใหญ่ ที่จ้องมองกองธนบัตรใบละสิบหยวนและหนึ่งหยวนซึ่งกองพูนสูงขึ้นเรื่อยๆ บนโต๊ะ
"นี่... นี่มันเงินอะไรกันตั้งมากมายขนาดนี้!"
เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่หลุดอุทานออกมาด้วยความตกesตะลึง ดวงตาคู่เล็กหรี่มองกองเงินสดตรงหน้าสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของหลินฮวา มือที่กำผ้ากันเปื้อนเก่าๆ ของนางสั่นระริกด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อวานนี้พวกนางยังเป็นแค่ครอบครัวยากจนที่เกือบไม่มีแม้แต่แป้งข้าวโพดต้มประทังชีวิต เหตุใดวันนี้ถึงมีเงินสดจำนวนนับพันหยวนมากองอยู่ตรงหน้าได้
หลินฮวายกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องสีหม่นขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาสมุนไพรในมิติพิเศษลอยละล่องตัดกับกลิ่นอับชื้นของบ้านเก่า นางไม่ได้รีบร้อนเอ่ยปากแก้ข้อกล่าวหาใดๆ ปล่อยให้ความเงียบงันทาบทับลงบนความโลภที่กำลังแผดเผาคนตระกูลจางทีละน้อย สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของบรรดาญาติผู้พี่และแม่สามีที่เคยเหยียดหยามพวกนางสารพัด
"นับให้ดีๆ นะคะป้าสะใภ้ อย่าให้ตกหล่นแม้แต่เหมาเดียว เงินก้อนนี้คือผลกำไรจากการขาย 'ผงพะโล้สูตรลับและเครื่องเทศคั่วหอม' ล็อตแรกในตลาดมืดของอำเภอค่ะ" หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนคนที่ได้ยินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
จางเหว่ยยืนนิ่งสงอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีทึบแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันหลวมๆ คอยปกป้องคุ้มครองภรรยาตัวน้อยไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าเข้ามาประชิดตัว สายตาคมกราบกรานมองทุกคนที่เคยเหยียบย่ำเขาในยามที่เขายังเป็นใบ้และไร้ค่า ยามนี้เขากลับมายืนหยัดได้อย่างสง่างาม เคียงข้างหญิงสาวผู้พลิกชะตาชีวิตของพวกเขาด้วยสองมือ
"เหลวไหล! ค้าขายอะไรกันถึงได้เงินมากขนาดนี้ พวกเจ้าไปลักขโมยของหลวงมาใช่ไหม ถึงได้มีเงินทองมากมายขนาดนี้!" แม่สามีที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หัวโต๊ะตบโต๊ะเสียงดังลั่น นางทนเห็นความร่ำรวยที่กำลังจะตกเป็นของลูกชายคนรองไม่ได้ ในเมื่อตามธรรมเนียมโบราณ เงินทองทุกบาททุกสตางค์ของบุตรชายต้องส่งมอบให้มารดาเป็นผู้จัดการ
หลินฮวาส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"ลักขโมยหรือคะ? คุณแม่คะ พูดจาต้องมีหลักฐานนะคะ ถ้าการทำมาหากินด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและการใช้ปัญญาคิดค้นเครื่องเทศรสเลิศจนชาวบ้านแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมงเรียกว่าการลักขโมย เช่นนั้น ทางการคงต้องมาจับกุมพ่อค้าแม่ขายทั้งตลาดมืดแล้วกระมังคะ"
คำพูดตอกกลับที่เยือกเย็นและมีเหตุผล ทำให้แม่สามีหน้าชาดล หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางหันไปทางบุตรชายคนโตที่ยืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ข้างหลัง
"ไอ้ลูกอกตัญญู! เมียเจ้ามันหาเงินได้มากขนาดนี้แต่ไม่รู้จักกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดหรือไง! เอาเงินมานี่! นี่คือสมบัติของตระกูลจาง!"
จางเหว่ยขยับตัวก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว บดบังร่างเพรียวบางของภรรยาไว้มิดชิด เสียงทุ้มต่ำที่เคยเงียบงันมาตลอดหลายปีเอמהก้องกังวานขึ้นในห้องโถงจนทุกคนต้องสะดุ้ง
"เงินก้อนนี้... เป็นของภรรยาผม ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์แตะต้องทั้งนั้น"
น้ำเสียงที่ทรงพลังและเด็ดเดี่ยวของจางเหว่ยทำให้แม่สามีและป้าสะใภ้ถึงกับอ้าปากค้าง พวกรอบข้างไม่เคยคิดเลยว่าชายหนุ่มผู้เงียบขรึมและยอมให้คนอื่นเอาเปรียบมาตลอด จะกล้าเอמהวาจาแข็งกร้าวต่อหน้าญาติผู้ใหญ่เช่นนี้
หลินฮวายิ้มรับความอบอุ่นที่สามีมอบให้ นางเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง ก่อนจะก้มลงนับธนบัตรปึกสุดท้ายต่อหน้าต่อตาญาติจอมสูบเลือดอย่างช้าๆ ทีละใบ เสียงกระดาษกระทบกันดังกรอบแกรบในความเงียบ เปรียบเสมือนเสียงตบหน้าที่ฉาดใหญ่ใส่ความดูถูกเหยียดหยามที่พวกเขาสั่งสมมานานนับปี
"หนึ่งพันสองร้อยห้าสิบหยวนถ้วนค่ะ" หลินฮวาเอ่ยสรุปยอดเสียงใส กวาดสายตามองหน้าแต่ละคนที่มีสีหน้าซีดเผือดสลับกับความโลภที่ปิดไม่มิด
ในขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับตัวเลขมหาศาลที่เทียบเท่ากับเงินเดือนของคนงานในโรงงานถึงสองปีเต็ม กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศย่างไฟอ่อนๆ ก็โชยเข้ามาทางหน้าต่างห้องโถง เป็นกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่หลินฮวาเพิ่งหมักเตรียมไว้สำหรับทำเมนูเด็ดมื้อค่ำเพื่อฉลองความสำเร็จในวันนี้
ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนด้วยความตกใจของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
"เสี่ยวฮวา! แย่แล้ว! มีคนกลุ่มใหญ่แต่งชุดสีกากีท่าทางน่ากลัวกำลังตรงมาที่บ้านเธอ พวกเขาบอกว่าได้รับแจ้งว่าบ้านนี้ลักลอบค้าขายของเถื่อนผิดกฎหมาย!"
ใบหน้าของป้าสะใภ้และแม่สามีเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำทันที ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสะใจที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ หลินฮวายุคปฏิรูป
เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน•ตอนที่ 12
เมื่อกำไรคือการตบหน้าคนดูถูก
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศผู้พลิกโฉมหลังเขา กับสามีใบ้ที่กลายเป็นท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!