คราบโลหิตบนสไลด์แก้วใต้กล้องจุลทรรศน์ไม่ได้บอกเล่าเพียงแค่กรุ๊ปเลือด แต่มันกำลังตะโกนชื่อของผู้มีอำนาจสูงสุดในอาคารหลังนี้ออกมาอย่างชัดเจน
"ระบบฐานข้อมูลยืนยันตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ..." สารวัตรธนาสูดหายใจเข้าลึก ความเย็นเฉียบของห้องสืบสวนกะทันหันราวกับอุณหภูมิลดลงหลายองศาเซลเซียส "มันคือ DNA ของ ดร.กันต์ ที่ปรึกษาอาวุโสของเรา... คนที่เพิ่งจะเซ็นแฟ้มอนุมัติงบประมาณสืบสวนให้พวกเราเมื่อช่วงบ่ายวันนี้เองครับ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ ราวกับอากาศถูกสูบออกจนหมดสิ้น เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางฮัมต่ำๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของทุกคน
พาทิศยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แว่นโลหะกรอบบางสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลน นิ้วเรียวยาวของแพทย์นิติเวชยังคงคีบฟอร์เซปต์ค้างไว้ เขารักษาความนิ่งสงบได้อย่างน่าทึ่ง ทว่าดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นกลับหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด
"รอยตัดกระดูกหน้าอกในศพรายล่าสุดมีความแม่นยำสูงถึงศูนย์จุดศูนย์หนึ่งมิลลิเมตร" พาทิศเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดالاใบมีดผ่าตัด "ไม่มีอาการลังเล ไม่มีการเลื่อยซ้ำ รอยเลื่อยโค้งรับกับองศาข้อต่อกระดูกซี่โครงมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือหัตถการของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ... หรือไม่ก็คนที่มีความรู้ลึกซึ้งระดับอาจารย์แพทย์ด้านกายวิภาค"
ญาณิศายืนกอดอกพิงผนังห้อง ดวงตาสีดำสนิทหรี่มองพาทิศอย่างไม่เห็นด้วย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ชายตามองสไลด์แก้วชิ้นนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
"คุณกำลังมองมันผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์และตำราแพทย์มากเกินไป หมอพาทิศ" ญาณิศาเอ่ย เสียงของเธอทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจทางจิตวิทยา "คุณเห็นแค่ความเนียนกริบของรอยตัด แต่คุณมองข้าม 'จังหวะ' และ 'อารมณ์' ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยมีดนั้น"
พาทิศหันขวับมามองเธอ ดวงตาสองคู่ปะทะกันราวกับกระแสไฟฟ แรงดึงดูดอันตรายระหว่างคนทั้งสองพุ่งพล่านขึ้นในบรรยากาศที่ตึงเครียด "รอยตัดที่แม่นยำไม่ได้เกิดจากอารมณ์ครับ ญาณิศา มันเกิดจากตรรกะ ทักษะ และความเข้าใจในโครงสร้างร่างกายมนุษย์อย่างถ่องแท้"
"แต่วิธีการจัดวางศพต่างหากที่ตะโกนบอกความจริง" ญาณิศาก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับความตึงเครียดลอยเข้ามาแตะจมูก "รอยกรีดซิกแซกบนหน้าอกห้าแผล รอยแผลที่จงใจเว้นระยะห่างเท่ากันทุกมิลลิเมตร... นั่นไม่ใช่การผ่าตัดรักษาโรค แต่มันคือพิธีกรรมทางจิตวิทยาของผู้ป่วยโรคจิตเภทขั้นรุนแรง (Schizophrenia) ที่ต้องการควบคุมความโกลาหลในหัวใจตัวเองผ่านการจัดระเบียบศพ"
สารวัตรธนามองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมาอย่างอึดอัด ตำรวจหนุ่มกระแอมเบาๆ เพื่อเบรกสงครามประสาทที่กำลังคุกรุ่น "เอ่อ... คือว่า ทั้งสองท่านครับ ตอนนี้เรากำลังพูดถึง ดร.กันต์ ผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศนะครับ ท่านไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่องสติหลุด... หรือต่อให้ท่านมีความรู้ด้านการแพทย์จริง มันก็ไม่ได้หมายความว่า..."
"มันหมายความว่าเรากำลังมองชิ้นส่วนเดียวกันด้วยสมองคนละซีกครับ สารวัตร" พาทิศตัดบท ดวงตาคมกราบกรานมองหน้าญาณิศานิ่ง "ทฤษฎีจิตวิทยาของคุณมันโรแมนติกเกินไป ญาณิศา อาชญากรไม่ได้ทำทุกอย่างเพราะปมวัยเด็กหรืออาการทางจิตเสมอไปหรอกครับ บางคนทำเพราะเขารู้จักกลไกทางวิทยาศาสตร์ดีพอที่จะอำพรางมัน และ ดร.กันต์... ก็มีคุณสมบัตินั้นครบถ้วน"
"คุณกำลังปฏิเสธสัญชาตญาณมนุษย์เพื่อแลกกับตัวเลขบนสไลด์แก้ว" ญาณิศาแค่น ริมฝีปากได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ความดื้อรั้นในแววตาของนักจิตวิทยาอาชญากรคู่นี้ไม่เคยยอมแพ้ใคร "ถ้ามันเป็นฝีมือของคนที่มีความเย็นชาและใช้ตรรกะแพทย์อย่างที่คุณว่า รอยแผลบนตัวเหยื่อจะต้องไม่ปรากฏความ 'ลังเลทางอารมณ์' ในแผลสุดท้าย แต่นี่... แผลที่ห้ามีความลึกเกินไปสองมิลลิเมตร นั่นคือจุดที่มือของฆาตกร 'สั่น' เพราะความตื่นเต้นเร้าใจทางจิตวิทยา คนที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาครึ่งชีวิตจะไม่มือสั่นขณะผ่าตัดเด็ดขาด เว้นแต่ว่า... เขาพ่ายแพ้ต่อความกระหายเลือดของตัวเอง"
ห้องสืบสวนตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทฤษฎีที่สวนทางระหว่าง 'กายวิภาคศาสตร์' ของพาทิศ และ 'จิตวิทยาอาชญากร' ของญาณิศา พุ่งชนกันอย่างจังจนเกิดเป็นประกายไฟแห่งความคิด
พาทิศนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาว เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกคำพูดของเธอมีน้ำหนักและสอดคล้องกับสภาพศพที่เขาผ่าตัดด้วยตัวเอง เพียงแต่เขาเลือกที่จะปัดมันตกไปเพราะมันอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เขาเชื่อมั่น
"ถ้าสมมติว่าคุณพูดถูก..." พาทิศลดเสียงลงเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่จริงจัง "ถ้า ดร.กันต์ มีอาการทางจิตและลงมือด้วยแรงขับเคลื่อนแบบนั้นจริง ทำไมเขาถึงทิ้งหลักฐานชิ้นนี้ไว้ให้เราตรวจเจอ? ระดับสมองอย่างท่านไม่มีทางทำผิดพลาดเรื่องการทิ้งคราบ DNA ไว้บนวัตถุพยานง่ายๆ แบบนี้แน่"
ญาณิศาหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้ง "เพราะเขาไม่ได้ทำผิดพลาด... แต่เขากำลัง 'ท้าทาย' เราต่างหาก"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ขัดจังหวะการสนทนาอันเข้มข้น สารวัตรธนาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปทางประตูห้อง
ประตูไม้บานหนาถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างสูงโปรสงของชายสูงวัยในชุดสูทเนี๊ยบกริบ เส้นผมสีดอกรักหวีเรียบร้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นใจดีและแววตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตาปรานี ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง
"คุยอะไรกันอยู่หรือครับ ดูท่าทางเคร่งเครียดกันเสียจริง"
เสียงทุ้มอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้น ดร.กันต์กวาดสายตามองหน้าพาทิศ ญาณิศา และสารวัตรธนาทีละคน ก่อนที่สายตาของที่ปรึกษาอาวุโสจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่แฟ้มคดีและสไลด์แก้วบนโต๊ะทำงาน
พาทิศรู้สึกได้ทันทีว่ากระแสเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ในขณะที่ญาณิศาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในหัวของนักจิตวิทยา
ดร.กันต์ยกมือขึ้นจัดเนกไทอย่างใจ ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอา 'รายงานผลการตรวจชิ้นเนื้อ' ฉบับจริงมาส่งให้... เผื่อว่าพวกคุณจะกำลังมองหาชิ้นส่วนที่ขาดหายไปจิ๊กซอว์ชุดนี้พอดีครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 6
ทฤษฎีที่สวนทาง
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!