แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 7

เบาะแสจากอดีต

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
รอยกรีดบนผิวหนังมนุษย์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกเล่าเรื่องราวความตาย แต่มันยังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาย้อนเวลาที่ซื่อตรงที่สุด... หากผู้ทำลายสถิติไม่อยากให้มันเดินหน้า แต่มันก็ยังคงฟ้องร้องความจริงด้วยตัวของมันเองเสมอ กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บศพใต้ดินในยามวิกาลให้ความรู้สึกสงบอย่างประหลาด ทว่าความเงียบงันในคืนนี้กลับถูกบั่นทอนลงด้วยเสียงกระดาษเอกสารเก่าๆ ที่พลิกเปิดสลับกับเสียงถอนหายใจแผ่วเบาของนายแพทย์พาทิศ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกราบจดจ้องอยู่บนภาพถ่ายรอยแผลในสำนวนคดีเก่าที่ถูกดึงออกมาจากแฟ้มลับสีน้ำตาลเข้ม สภาพของกระดาษเหลืองกรอบตามกาลเวลา แต่ร่องรอยการฆาตกรรมที่ปรากฏอยู่บนภาพถ่ายนั้นกลับสดใหม่ราวกับเพิ่งถูกประทับลงบนเนื้อหนังเมื่อวานนี้ "คุณกำลังจมดิ่งลงไปในหลุมศพที่ขุดไว้เมื่อสิบปีก่อนอีกแล้วนะครับ คุณพาทิศ" เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบพร้อมกับน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความนัยคมกริบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องผ่าศพ ญาณิศาก้าวออกมาจากเงาสลัวของตู้แวคคั่มเก็บรักษาเนื้อเยื่อ แววตาคู่คมของนักจิตวิทยาอาชญากรจดจ้องมองแผ่นหลังกว้างของนายแพทย์หนุ่มด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะชันสูตรเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าระยะห่างนั้นกลับเต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่ดึงดูดและผลักไสในคราวเดียวกัน พาทิศไม่ได้หันกลับไปมองทันที เขาค่อยๆ วางภาพถ่ายใบสุดท้ายลงบนกองเอกสาร ขยับตัวหันเผชิญหน้ากับเธออย่างช้าๆ สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงลม "บางครั้ง... ความตายก็ไม่ได้อุบัติขึ้นเพื่อรอให้เราไปค้นหาคำตอบใหม่ครับคุณญาณิศา แต่มันกลับมาเพื่อทวงถามคำตอบที่เราเคยละเลยต่างหาก" พาทิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด "คุณก็เห็นรายงานการชันสูตรศพของเหยื่อรายล่าสุด รอยแผลฉีกขาดที่มุมปากซ้าย องศาการแทงทะลุผ่านซี่โครงซี่ที่สี่เข้าสู่ขั้วหัวใจ และรอยขูดขีดรูปตัวอักษร 'X' ขนาดเล็กที่ถูกซ่อนไว้ใต้ร่มผ้า... สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความบังเอิญ" ญาณิศาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะชันสูตรอีกนิด เธอกวาดสายตาคมกริบมองเอกสารในแฟ้มลับที่เปิดค้างไว้ สลับกับใบหน้าด้านข้างที่สะท้อนภายใต้แสงไฟสีขาวนวลของห้องชันสูตร ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเยርยันจางๆ แต่ดวงตากลับจริงจังอย่างยิ่งยวด "คุณกำลังหวาดกลัว... พาทิศ" เธอกล่าวโดยจงใจละคำนำหน้าเพื่อดึงสติของเขาให้ออกมาจากภวังค์แห่งอดีต "คุณกลัวว่าคนๆ นั้นจะกลับมา หรือคุณกำลังกลัวว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ความพยายามทั้งหมดของคุณในการเยียวยาตัวเองจากคดี 'ฆาตกรเงาจันทร์' เมื่อสิบปีก่อน มันเป็นเพียงแค่การหลอกตัวเองว่าปิศาจตนนั้นถูกฝังกลบไปแล้วกันแน่?" คำพูดของเธอราวกับคมมีดที่กรีดลงตรงกลางแผลเป็นที่พาทิศพยายามปกปิดไว้ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวและท่าทีสุขุมเยือกเย็น เขาชะงักไปชั่วขณะ กล้ามเนื้อบริเวณกรามขยับเล็กน้อยยามที่เขาขบกรามเข้าหากันแน่น คดีเมื่อสิบปีก่อน... คดีที่พรากชีวิตของนักเรียนแพทย์ฝึกหัดผู้เป็นทั้งน้องสาวและคนสนิทที่สุดในชีวิตของเขาไปอย่างไร้ร่องรอย คดีที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ไปในทางเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่ากลับไม่สามารถจับกุมฆาตกรตัวจริงได้ เพราะสุดท้ายแล้วหลักฐานทั้งหมดถูกบิดเบือนด้วยอำนาจและเงาปริศนา และศพของเธอก็ทิ้งรอยแผลรูปตัว 'X' ไว้เช่นเดียวกับเหยื่อรายล่าสุดนี้ไม่มีผิดเพี้ยน "วิทยาศาสตร์ไม่มีที่ให้สำหรับความกลัวครับคุณญาณิศา มีแต่หลักฐานและข้อเท็จจริง" พาทิศตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาลงกว่าเดิมเพื่อสร้างกำแพงกั้น "และข้อเท็จจริงในตอนนี้ก็คือ ฆาตกรคนที่เรากำลังไล่ล่าอยู่ ไม่ใช่เด็กฝึกหัดหัดเลียนแบบ แต่มันคือคนคนเดียวกันกับเมื่อสิบปีก่อน... คนที่ควรจะอยู่ในคุก หรือไม่ก็... ตายไปแล้ว" "ถ้าเขาตายไปแล้วจริงๆ ใครล่ะที่เป็นคนส่งจดหมายและรอยแผลพวกนี้กลับมาหาคุณ?" เสียงของญาณิศาอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเฉียบคมในการเจาะทะลุจิตใจ เธอเอื้อมมือเรียวไปแตะที่มุมกระดาษเอกสารในแฟ้มเก่า ปลายนิ้วของเธอเฉียดผ่านปลายนิ้วของเขาบนโต๊ะโลหะเย็นเฉียบ "อาชญากรประเภทนี้มีความซับซ้อนทางจิตวิทยาสูงมาก พวกเขาไม่ได้ฆ่าเพราะความโกรธแค้น แต่มันคือการ 'สื่อสาร'... และสารที่มันส่งมาในคดีนี้ ก็มีเพียงคุณคนเดียวเท่านั้นที่มันต้องการให้ถอดรหัส" ก่อนที่พาทิศจะได้ตอบโต้อะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นของสารวัตรธนาก็ดังก้องขึ้นทางทางเดินด้านนอก ก่อนที่บานประตูห้องชันสูตรจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง สีหน้าของนายตำรวจรุ่นใหญ่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม "หมอพาทิศ! คุณญาณิศา! พวกคุณต้องออกไปดูนี่ด่วนเลยครับ" สารวัตรธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย มือหนาดึงโทรศัพท์มือถือออกมารemotes ภาพถ่ายหน้าจอจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าสถาบันนิติเวชยื่นให้ทั้งสองคนดู "เราเพิ่งได้รับรายงานจากการรักษาความปลอดภัย... เมื่อสิบนาทีที่แล้ว มีคนส่งพัสดุกล่องหนึ่งมาวางไว้ที่ล็อบบี้หน้าตึก" พาทิศขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเท้าผละออกจากโต๊ะชันสูตรเพื่อเดินเข้าไปรับโทรศัพท์มือถือจากมือของสารวัตรธนา บนหน้าจอแสดงภาพกล้องวงจรปิดที่จับภาพชายสวมฮู้ดสีดำสนิท ก้มลงวางกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดเท่าฝ่ามือไว้บนเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตรงๆ มองกล้องวงจรปิดด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่ากลัว แม้ความละเอียดของกล้องจะไม่คมชัดพอจะเห็นใบหน้าส่วนใหญ่ แต่ดวงตาทั้งสองข้างที่สะท้อนผ่านเลนส์กล้องนั้น... พาทิศจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตัวเอง มันคือดวงตาคู่เดียวกับที่เคยจ้องมองเขาในห้องพิจารณาคดีเมื่อสิบปีก่อน "มันไม่ได้แค่กลับมาทวงถามอดีตหรอกครับสารวัตร..." พาทิศพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่สายตาคมกวาดมองภาพในจอโทรศัพท์สลับกับแฟ้มคดีเก่าบนโต๊ะ ญาณิศาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา ดวงตาสีเข้มหรี่ลงด้วยความสังเกต เธอยื่นมือไปหยิบกล่องพัสดุดังกล่าวที่สารวัตรธนานำติดมือเข้ามาวางไว้บนโต๊ะทำงานของพาทิศ กล่องพัสดุถูกปิดผนึกด้วยเทปกาวสีดำสนิทอย่างไร้ร่องรอยการจ่าหน้าซอง "ในกล่องนั้นมีอะไร?" ญาณิศาถามเสียงเรียบ ทว่าลมหายใจของเธอกลับสะดุดไปเล็กน้อยยามที่เห็นพาทิศใช้มือที่สวมถุงมือยางค่อยๆ ใช้ปลายมีดผ่าตัดกรีดเทปกาวบนกล่องออกช้าๆ ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก กลิ่นฉุนแปลกประหลาดบางอย่างก็โชยออกมาเตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นสารเคมี ไม่ใช่กลิ่นเลือด แต่เป็นกลิ่นหอมหวานของดอกไม้แห้งที่ผสมผสานกับความเน่าเฟะของกาลเวลา ภายในกล่องนั้นไม่มีระเบิด ไม่มีข้อความขู่ฆ่า แต่มีสิ่งของชิ้นหนึ่งวางอยู่บนแผ่นกระดาษหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าเมื่อสิบปีก่อน พาทิศนิ่งงันไปทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองเห็นวัตถุชิ้นนั้นอย่างชัดเจน ลมหายใจของแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อซากศพใดๆ กลับสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ชะงักค้าง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยค้อนที่ทุบลงกลางหน้าอกอย่างแรง สิ่งของที่อยู่เบื้องหน้า... คือเข็มกลัดรูปกางเขนเงินชิ้นเล็กๆ ที่เปื้อนคราบสนิมสีแดงคล้ำ ซึ่งเป็นเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายที่น้องสาวของเขาเคยสวมใส่ในวันสุดท้ายที่เธอยังมีชีวิตอยู่ และมันควรจะถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกเจ็ดฟุตในสุสานส่วน ภายใต้การดูแลที่แน่นหนามาตลอดทศวรรษ! "นี่มัน..." สารวัตรธนาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อุทานออกมาเสียงดัง "เข็มกลัดอันนี้... มันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีเก่าที่สูญหายไปจากห้องเก็บของกลางเมื่อสิบปีก่อนไม่ใช่หรือครับหมอ?!" พาทิศไม่ได้เอ่ยตอบคำถามใดๆ ออกมาอีก ร่างกายของเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัวทำอะไร แสงไฟนีออนเหนือเพดานห้องทำงานของพาทิศก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ ส,องสามครั้ง ก่อนจะดับวูบลงสนิท ปล่อยให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาสาดส่อง และในความเงียบสงบอันวังเวعนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบด้านนอก ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องของเขาเรื่อยๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง *ตึก... ตึก... ตึก...* ทุกย่างก้าวที่ดังใกล้เข้ามา ราวกับกำลังนับถอยหลังลมหายใจของทุกคนในห้องให้หยุดนิ่ง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%