กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟีนอลผสมกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารคดีเก่า คือกลิ่นเดียวกับที่พาทิศใช้หายใจเข้าออกมากว่าครึ่งชีวิต นิติเวชไม่ใช่สถานที่สำหรับคนอ่อนแอ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่สถานที่สำหรับมื้อค่ำ
เสียงก๊องแก๊งของช้อนสเตนเลสกระทบกับถ้วยกระดาษดังสะท้อนก้องห้องทำงานที่เงียบสงัด เข็มนาฬิกาบนผนังสีขาวซีดล่วงเลยเข้าสู่เวลาตีหนึ่งสิบหนาที แสงไฟนีออนสีขาวโพลนส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมของนายแพทย์หนุ่มผู้เคร่งขรึม บนโต๊ะทำงานไม่ได้มีเพียงแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังกัดกินเวลาชีวิตของพวกเขา แต่ยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยโตสองถ้วยที่ส่งควันกรุ่นท่ามกลางความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศ
"คุณควรทานเส้นเสียบ้าง คุณหมอพาทิศ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากมุมห้อง ญาณิศายืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนเงาโครงหน้าคมคายของเธอภายใต้แสงไฟสลัวจากตึกเบื้องล่าง มือเรียวบางกำลังแกะตะเกียบไม้อย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตคู่คมที่มักจะวิเคราะห์จิตใจอาชญากรมานักต่อนัก บัดนี้กลับทอดมองชายหนุ่มด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก
"ผมไม่หิว... และผมเชื่อในพลังงานของสารอาหารที่มีโครงสร้างโมเลกุลชัดเจน มากกว่าเรื่องความอยากทางอารมณ์" พาทิศตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากรายงานผลชันสูตรชิ้นเนื้อเยื่อของเหยื่อรายล่าสุด ปลายปากกาในมือขีดเขียนข้อสังเกตลงบนกระดาษอย่างแม่นยำ
"นั่นแหละคือปัญหาของคุณ" ญาณิศาก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟเบื้องบนทอดเงาร่างเพรียวระหงลงบนพื้นห้อง เธอลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม วางถ้วยบะหมี่ควันฉุยลงตรงหน้าเขา "คุณมองมนุษย์เป็นแค่กลุ่มเซลล์ สารเคมี และร่องรอยทางกายภาพ แต่คุณลืมไปว่า... ก่อนที่พวกเขาจะตาย พวกเขาคือมนุษย์ที่มีความกลัว ความรัก และความลับที่ต่อให้คุณผ่าศพออกเป็นร้อยชิ้น คุณก็ไม่มีวันหาเจอด้วยมีดผ่าตัด"
พาทิศชะงักมือที่ถือปากกา เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่คมสีดำสนิทนั้นเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก แต่ลึก
ลงไปกลับมีความไหววูบที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ
"คุณกำลังจะบอกว่าจิตวิทยาของคุณเหนือกว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างนั้นหรือครับ
คุณญาณิศา" น้ำเสียงของพาทิศนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับคมมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดเฉือนทุกตรรกะ
"เปล่าเลย..." ญาณิศายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอยื่นตะเกียบไปคีบเส้นบะหมี่คำหนึ่งแล้วเลื่อนถ้วยมาตรงหน้าเขามากขึ้น "ฉันแค่กำลังจะบอกว่า... บางครั้ง ความลับที่มืดมนที่สุดไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้รอยแผล
แต่มันซ่อนอยู่หลังแววตาของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก... และตอนนี้ แววตาของคุณกำลังบอกฉันว่า คุณไม่ได้นอนติดต่อกันมาสามสิบหชม.แล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่คำรามเบาๆ ในความมืด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่มักจะติดตัวนักจิตวิทยาหญิงเสมอ มันเป็นกลิ่นที่ขัดแย้งกับกลิ่นฟีนอลในห้องนี้อย่างสิ้นเชิง และนั่นทำให้พาทิศรู้สึกหงุดหงิด—หงุดหงิดที่ประสาทสัมผัสของเขาถูกรบกวนโดยผู้หญิงคนนี้
"ผมจัดการตัวเองได้" พาทิศเอ่ยเสียงต่ำ หลบสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยการก้มลงมองบะหมี่ตรงหน้า เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างจำยอม "แล้วคุณล่ะ ทำไมยังไม่กลับบ้าน ดึกป่านนี้แล้ว"
"บ้านเหรอคะ?" ญาณิศาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันโชคชะตาจางๆ "สำหรับคนอย่างพวกเรา ห้องสี่เหลี่ยมที่มีเตียงนอนว่างเปล่า กับห้องสี่เหลี่ยมที่มีศพและแฟ้มคดี... มันต่างกันตรงไหนล่ะคะ คุณหมอ"
คำพูดนั้นทำให้พาทิศชะงักไป ดวงตาคมกริบเงยขึ้นมองเธออีกครั้ง คำว่า *'เตียงนอนว่างเปล่า'* สะท้อนเข้ากับรอยแผลเป็นในอดีตของเขาอย่างแม่นยำ ราวกับเธอมองทะลุเกราะป้องกันทุกชั้นที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความตึงเครียดเชิงวิชาชีพ กลายเป็นแรงดึงดูดทางจิตวิทยาที่อันตรายและเร่าร้อน พวกเขาต่างเป็นมืออาชีพที่ยืนอยู่คนละฝั่งของความจริง ฝั่งหนึ่งใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ อีกฝั่งใช้จิตใต้สำนึกและการคาดเดา แต่ในวินาทีนี้ ภายใต้ความเงียบสงัดยามวิกาล เส้น
แบ่งนั้นกลับพร่าเลือนลงเรื่อยๆ
"คุณอ่านคนอื่นได้ดีเสมอ..." พาทิศวางตะเกียบลงช้าๆ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบ แววตาของแพทย์นิติเวชเต็มไปด้วยความท้าทาย "...แล้วถ้าผมบอกว่า ตอนนี้ผมกำลังอ่านคุณอยู่ล่ะ คุณคิดว่าผมเห็นอะไรในตัวคุณ ญาณิศา"
ดวงตากลมโตของนักจิตวิทยาหรี่ลงเล็กน้อย หัวใจของเธอกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุมนั้น แต่เธอกลับไม่ถอยหลัง มีรอยยิ้มท้าทายปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"คุณอาจจะเห็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง..." เธอตอบเสียงกระซิบ แผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "...หรือคุณอาจจะเห็นใครบางคน ที่กำลังรอให้คุณทำลายกำแพงที่เธอก่อไว้... เหมือนที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้"
บทสนทนาหยุดชะงักลง อุณหภูมิในห้องราวกับสูงขึ้นผิดปกติ แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนเกือบจะหลอมรวมโลกตรรกะและโลกจิตวิทยาเข้าด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่พาทิศรู้สึกว่าศาสตร์แห่งความตายที่เขายึดถือ กำลังพ่ายแพ้ให้กับความมีชีวิตชีวาของผู้หญิงตรงหน้า
แต่ทว่า...
*กริ๊ก!*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดนอกประตูห้องทำงาน... เสียงฝีเท้าที่พยายามก้าวอย่างเงียบเชียบที่สุด แต่ไม่สามารถรอดพ้นประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของแพทย์นิติเวชผู้ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วนไปได้!
พาทิศผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ร่างกายเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณดิบ
มือแกร่งคว้าแขนญาณิศาให้หลบมาอยู่ด้านหลังทันที ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังบานประตูห้องที่ปิดสนิท
ไฟฉายขนาดเล็กบนโต๊ะทำงานส่องแสงวาบไปที่พื้นใต้ประตู... และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกัก
มันไม่ใช่เอกสารคดีที่ตกหล่น... แต่เป็น *'ซองจดหมายสีขาวสนิท'* ที่เพิ่งถูกสอดเข้ามาใหม่ๆ บนซองนั้นไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงรอยเปื้อนสีแดงฉานของสารบางอย่าง ที่ต่อให้ไม่ต้องตรวจด้วยสารเคมี พาทิศก็รู้ทันทีว่ามันคืออะไร...
*เลือดสดๆ ของมนุษย์*
และเมื่อพาทิศก้มลงหยิบซองจดหมายขึ้นมาเปิดออก แผ่นกระดาษโน้ตด้านในก็ทำให้เลือดในกายของแพทย์นิติเวชเย็นเฉียบลงทันที ข้อความลายมือหวัดๆ เขียนไว้ด้วยถ้อยคำสั้นๆ ที่สั่นประสาท:
*"ศพรายต่อไป... อยู่บนเตียงผ่าตัดของคุณแล้ว ดร.พาทิศ"*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 8
อาหารมื้อดึกและข้อตกลง
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!