กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันเครื่องผสมปูนซีเมนต์เก่า คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเน่าเสียอันเป็นเอกลักษณ์ของร่างไร้วิญญาณที่ล่วงลับไปแล้วเกินกว่าสี่สิบแปดชั่วโมง คือสิ่งที่ต้อนรับพาทิศทันทีที่เขา้าวสู่พื้นที่เกิดเหตุ ใจกลางโกดังร้างย่านชานเมือง
"มันไม่ได้ต้องการแค่ฆ่า... แต่มันต้องการประกาศสงคราม"
เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรธนาเอ่ยขึ้นท่ามกลางแสงไฟฉายที่สาดส่องตัดความมืดมิดของโกดัง นายตำรวจใหญ่ยืนอยู่เบื้องหน้าเสาปูนเปลือยขนาดใหญ่ ที่ซึ่งร่างของเหยื่อรายที่สองถูกตรึงไว้ด้วยตะปูคอนกรีตขนาดใหญ่เจาะทะลุกระดูกสะบักทั้งสองข้าง ดวงตาของเหยื่อเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า และบนหน้าอกถูกกรีดด้วยของมีคมเป็นรหัสตัวเลขชุดเดียวกับคดีแรก ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปและทำให้พาทิศต้องขมวดคิ้วมุ่น คือวัตถุชิ้นเล็กที่วางอยู่บนแท่นไม้เบื้องล่าง
มันคือนาฬิกาพกโบราณเรือนทอง ที่เข็มนาฬิกากลับเดินทวนเข็ม... และหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่เวลาเที่ยงคืนตรง
"สภาพศพภายนอกบ่งบอกถึงการขาดอากาศหายใจจากการกดทับบริเวณทรวงอกร่วมกับการเสียเลือดมากครับสารวัตร" พาทิศก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างระมัดระวัง สวมถุงมือยางสีขาวพร้อมกับเปิดกระเป๋าอุปกรณ์นิติเวช แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาประเมินรอยแผลทุกมิลลิเมตรด้วยความเยือกเย็น "แต่รอยแผลที่หน้าอกไม่ได้เกิดจากความโกรธเกรี้ยว... มันถูกกรีดด้วยความแม่นยำระดับศัลยแพทย์ หรือไม่ก็คนที่คุ้นเคยกับการใช้มีดผ่าตัดเป็นอย่างดี"
"ตรงกับสิ่งที่คุณญาณิศากำลังวิเคราะห์อยู่พอดีครับหมอ" สารวัตรธนาพยักเพยิดไปยังมุมมืดอีกด้านหนึ่งของโกดัง
ญาณิศากำลังยืนกอดอกพิจารณาร่องรอยการลากศพบนพื้นปูน สายตาอันแหลมคมของเธอกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เขียนด้วยร่องรอยแห่งความตาย เธอก้าวเข้ามาใกล้พาทิศ ชายผ้าโค้ทสีเข้มสะบัดตามจังหวะการเคลื่อน
"ไม่ใช่แค่ศัลยแพทย์หรอกค่ะพาทิศ" ญาณิศาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสความเครียดที่สัมผัสได้ "ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่มันกำลังเล่นเกมจิตวิทยา เขารู้ว่าตำรวจกำลังตามหาตัวตนของเขา และการทิ้งนาฬิกาที่เดินทวนเข็มเรือนนี้ไว้ คือการบอกเราว่า... เวลาของพวกเรากำลังจะหมดลง และเรากำลังเดินถอยหลังเข้าสู่หลุมพรางที่มันขุดไว้"
พาทิศเงยหน้าขึ้นจากร่างไร้1วิญญาณ สบตาเข้ากับนักจิตวิทยาหญิงผู้ยืนอยู่ห่างกันเพียงก้าวเดียว ระยะห่างที่มักสร้างสนามแม่เหล็กอันตึงเครียดระหว่างตรรกะอันเย็นชาของเขากับสัญชาตญาณอันร้อนแรงของเธอเสมอมา
"คุณกำลังใช้ความรู้สึกตัดสินสัญชาตญาณของฆาตกรอีกแล้วนะครับญาณิศา" พาทิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิท "วิทยาศาสตร์ไม่เชื่อเรื่องคำทำนายหรือการเล่นเกมจิตวิทยา เราเชื่อมั่นในหลักฐาน DNA รอยนิ้วมือ และวิถีของบาดแผล ฆาตกรก็เป็นเพียงมนุษย์ที่มีความผิดพลาดทางชีววิทยาและสังคม และความผิดพลาดนั้นจะทิ้งร่องรอยไว้เสมอ"
"และคุณก็ยังคงดื้อรั้นที่จะมองมนุษย์เป็นแค่ก้อนเนื้อและสารเคมีในห้องทดลองเหมือนเดิมนะคะพาทิศ" ญาณิศายิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อย แววตาไหววับด้วยความท้าทาย "คุณคิดว่ารอยแผลบนอกนั่นคือสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์เหรอคะ? เปล่าเลย... มันคือ 'ลายเซ็น' มันต้องการให้คุณเข้าไปตรวจศพ ควานหาความจริงตามตำราที่คุณร่ำเรียนมา เพื่อที่คุณจะได้ติดกับดักทางความคิดของมันอย่างไรล่ะ"
บทสนทนาอันเชือดเฉือนหยุดชะงักลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับเสียงรายงานจากสารวัตรธนาที่เดินกลับมาสมทบ
"หมอครับ... เราพบอะไรบางอย่างในกระเป๋าเสื้อกางเกงของเหยื่อ" สารวัตรธนายื่นถุงพลาสติกใสบรรจุแผ่นกระดาษโน้ตที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ ให้พาทิศ
พาทิศรับมาพิจารณา ภายใต้แสงไฟฉาย ลายมือที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทบนกระดาษแผ่นนั้นทำให้ลมหายใจของแพทย์นิติเวชผู้สุขุมถึงกับสะดุดกึก มันไม่ใช่ข้อความขู่ฆ่าทั่วไป แต่มันคือประโยคคำถามที่จี้ตรงมายังอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี
*‘หมอพาทิศ... ศพต่อไป จะเป็นคนใกล้ตัวคุณที่สุด หรือจะเป็นตัวคุณเอง?’*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ บรรยากาศภายในโกดังร้างเย็นเยียบขึ้นมาทันตาเห็น พาทิศนิ่งงิ่งไปชั่วอึดใจ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยตรรกะไหววูบลงชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาควบคุมความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว
"ฝากเก็บรวบรวมคราบ DNA ทั้งหมดบนตัวเหยื่อและบริเวณรอบๆ อย่างละเอียดที่สุดครับสารวัตร" พาทิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเช่นเดิม แม้ว่าภายในใจจะเริ่มก่อตัวระลอกคลื่นแห่งความกังวล "ฆาตกรไม่ได้ทิ้งแค่สัญลักษณ์ แต่มันกำลังบอกเราว่า มันอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด"
ญาณิศาก้าวเข้ามาใกล้พาทิศอีกนิด เธอโน้มตัวกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นแต่เต็มไปด้วยความจริงจังที่ปฏิเสธไม่ได้
"คราวนี้... คุณยังจะบอกฉันว่ามันเป็นแค่เรื่องของวิทยาศาสตร์อยู่อีกไหมคะ ดร.พาทิศ?"
พาทิศไม่ตอบคำถาม เขาหันกลับไปมองร่างไร้วิญญาณบนเสาปูนอีกครั้ง ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับเงาดำปริศนาที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่บริเวณช่องหน้าต่างชั้นสองของโกดังร้าง ฝั่งตรงข้ามกับจุดที่พวกเขายืนอยู่
"ใครอยู่ตรงนั้น!" พาทิศตะโกนลั่น พร้อมกับชักไฟฉายส่องขึ้นไปทันที
แสงไฟสาดกระทบเข้ากับร่างสวมฮู้ดสีดำที่กำลังก้าวถอยหลังหายลับไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่วิ่งกระแทกพื้นคอนกรีตอย่างเร่งรีบ และบนขอบหน้าต่างจุดที่เงาดำนั้นยืนอยู่ มีวัตถุบางอย่างถูกวางทิ้งไว้ มันคือกล่องดนตรีไขลานโบราณที่กำลังส่งเสียงบรรเลงเพลงกล่อมเด็กอันน่าขนลุกก้องกังวานไปทั่วโกดังที่เงียบสงัด... และเข็มนาฬิกาบนกล่องนั้น เพิ่งจะเคลื่อนตัวขยับไปข้างหน้าหนึ่งวินาทีเต็มๆ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 9
ศพที่สองปรากฏ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!