"ความจริงไม่ได้ซ่อนอยู่ในรอยแผลครับคุณญาณิศา... แต่อยู่ในจังหวะก้าวที่มนุษย์ปกติเขาไม่เดินกันต่างหาก"
เสียงทุ้มต่ำของพาทิศดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สืบสวน แสงไฟสีฟ้าจากจอแสดงผลความละเอียดสูงนับสิบจอสะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะของเขา บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและกลิ่นอายของกาแฟดำที่เย็นชืด บนโต๊ะทำงานตรงหน้าคือไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดในรัศมีห้าร้อยเมตรจากจุดเกิดเหตุฆาตกรรมอำพรางในคดีล่าสุด ซึ่งกำลังถูกเล่นวนซ้ำไปซ้ำมาที่ความเร็วเพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์
ญาณิศากอดอกยืนพิงชั้นวางเอกสาร ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังหน้าจอโดยไม่กะพริบ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด เธอกำลังอ่านภาษาท่าทางและทิศทางจิตวิทยาของเป้าหมาย มากกว่าจะมองแค่ภาพเคลื่อนไหวทางกายภาพ
"คุณกำลังใช้ตรรกะของศพมาตัดสินคนเป็นอีกแล้วนะคะ... อ้อ ขออภัยครับ ผมติดปาก" ญาณิศาแก้คำพูดทันทีพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยความท้าทาย "แต่ถ้าคุณมองให้ลึกกว่าพิกัดทางกายภาพ คุณจะเห็นว่าไอ้เงาภายใต้หน้ากากอนามัยชิ้นนั้น มันไม่ได้กำลังเดินหนีความผิด... มันกำลังควบคุมเวลาต่างหาก"
สารวัตรธนาที่นั่งอยู่หน้าจอควบคุมหลักถอนหายใจยาว พลางยกมือขึ้นขยี้ผมจนยุ่งเหิง "ไม่ว่ามันจะเดินควบคุมเวลาหรือเดินแบบไหน สิ่งที่ผมต้องการจากพวกคุณตอนนี้คือ 'หน้า' ของมันครับ ดร.พาทิศ คุณญาณิศา ภาพจากกล้องตัวที่สี่หน้าปากซอยมันมุมอับเกินไป เห็นแค่เงาสลัวๆ แต่ทิศทางการเคลื่อนไหวของมันแปลกประหลาดจนผมขนลุก... คนบ้าอะไรเดินเลาะริมกำแพงด้วยความเร็วสม่ำเสมอโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาหรือหันซ้ายหันขวาเลยสักนิด"
พาทิศหันกลับมามองหน้าจอหลัก นิ้วเรียวยาวกดปุ่มสเปซบาร์หยุดภาพเคลื่อนไหวไว้ที่เฟรมหนึ่ง ซึ่งเผยให้เห็นเงาร่างสวมฮู้ดสีดำสนิทและสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้ามิดชิดจนแทบไม่เห็นเนื้อหนัง
"มนุษย์เรามีความลังเลโดยสัญชาตญาณครับสารวัตร" พาทิศก้าวเข้ามาใกล้หน้าจอมากขึ้น น้ำเสียงของเขาจริงจังจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง "เมื่อเราเดินผ่านจุดมืดหรือทางแยก สมองส่วนอะมิกดาลาร์ (Amygdala) จะสั่งการให้กล้ามเนื้อชะลอตัวเพื่อประเมินภัยคุกคามโดยอัตโนมัติ แต่เงาในกล้องตัวนี้... อัตราเร่งของฝีเท้าคงที่อยู่ที่ 1.2 เมตรต่อวินาทีตลอดระยะทางสามร้อยเมตร ไม่มีแม้แต่จังหวะสะดุด ไร้ซึ่งความกลัว ไร้ซึ่งความลังเล ราวกับว่าเส้นทางนี้ถูกบันทึกไว้ในสมองของมันมาแล้วเป็นร้อยๆ รอบ"
ญาณิศาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างพาทิศ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสาร เธอเพ่งสายตาไปที่หน้าจอแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
"ไม่ใช่แค่ความคุ้นเคยหรอกค่ะพาทิศ... สังเกตมือซ้ายของมันสิ" ญาณิศายกนิ้วขึ้นชี้ไปที่มุมล่างของจอภาพ "ต่อให้มันใส่เสื้อฮู้ดตัวโคร่งเพื่ออำพรางรูปร่าง แต่สังเกตองศาการแกว่งของแขนสิครับ มันทิ้งน้ำหนักลงที่ข้อศอกข้างขวามากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด นั่นหมายความว่าใต้เสื้อคลุมตัวนั้น มันกำลังแบกน้ำหนักบางอย่างที่มีมวลหนาแน่น... และถ้าประเมินจากขนาดกล่องเครื่องมือที่หายไปจากที่เกิดเหตุ..."
"อุปกรณ์ผ่าตัดสนามชุดใหญ่" พาทิศต่อประโยคให้ทันที ดวงตาคมใต้กรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสมองของเขาลำดับภาพความเชื่อมโยงทางนิติวิทยาศาสตร์เข้ากับพฤติกรรมศาสตร์ "มันไม่ได้แค่เดินผ่านทางนั้น แต่มันกำลังขนย้ายเครื่องมือชิ้นเอกกลับไปยัง 'รัง' ของมันหลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรม"
สารวัตรธนาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นปูนดังสนั่น "ถ้าอย่างนั้นเราก็รู้พิกัดคร่าวๆ แล้วสิ! รัศมีสามร้อยเมตรจากจุดนี้มีโกดังร้างอยู่สามแห่งกับแฟลตเก่าอีกสองตึก ผมจะสั่งชุดจู่โจมเข้าตรวจค้นเดี๋ยวนี้..."
"ใจเย็นก่อนครับสารวัตร" พาทิศยกมือขึ้นปรามด้วยท่าทีสุขุม นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเยือกเย็น "การบุกเข้าไปอย่างไร้ทิศทางในเขตพื้นที่ของนักล่าที่วางแผนมาอย่างสมบูรณ์แบบ เท่ากับการเดินเข้าไปติดกับดักที่มันขุดรอไว้ การที่เราเห็นมันในกล้องวงจรปิด อาจไม่ใช่ความผิดพลาดของมัน... แต่อาจเป็น 'ความตั้งใจ' ที่จะให้เราเห็นต่างหาก"
คำพูดของพาทิศทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ญาณิศาหันมาสบตาเขา แววตาของนักจิตวิทยาอาชญากรคู่นั้นสะท้อนความเห็นพ้องต้องกันอย่างเงียบเชียบ
"ถูกต้องค่ะ" ญาณิศากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลัง "มนุษย์ที่ควบคุมทุกย่างก้าวได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองหลุดเข้ามาในรัศมีกล้องวงจรปิดตัวหลักโดยบังเอิญหรอกค่ะ มันจงใจเดินผ่านมุมกล้องนั้น เพื่อส่งสารบางอย่างมาท้าทายพวกเรา... มันรู้ว่าเรากำลังดูอยู่ และมันกำลังสนุกกับการเห็นเราวิ่งไล่จับเงาของมันในเขาวงกต"
พาทิศไม่ตอบคำแต่หันไปที่แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ นิ้วมือรัวพิมพ์คำสั่งเพื่อดึงภาพจากกล้องวงจรปิดอีกตัวที่อยู่ถัดออกไป ซึ่งเป็นมุมสูงจากดาดฟ้าตึกพาณิชย์ ภาพบนจอเปลี่ยนเป็นมุมมองแบบมุมกว้างที่แสดงให้เห็นตรอกซอกซอยอันซับซ้อนยามค่ำคืน
"ถ้ามันตั้งใจจะให้เราเห็น..." พาทิศพึมพำกับตัวเองขณะไล่สายตาตามเส้นทางสีขาวที่โปรแกรมจำลองขึ้น "งั้นเรามาลองถอดรหัสทิศทางที่มันอยากให้เรามองกันจริงๆ ดีกว่า"
หน้าจอแสดงผลแสดงเส้นทางการเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยที่ไม่ได้มุ่งหน้าไปยังโกดังร้างตามที่สารวัตรธนาคาดการณ์ไว้ แต่เส้นสีแดงกลับลากยาวตัดผ่านตรอกแคบๆ เลี้ยวโค้งหักศอกสามครั้ง ก่อนจะไปหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่จุดอับสัญญาณหน้าอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานนิติเวชของพาทิศเองไม่ถึงสองร้อยเมตร!
สารวัตรธนาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างขณะมองพิกัดบนจอ "เฮ้ย... มันไม่ได้หนีไปไหนไกลเลยนี่หว่า มันมาวนเวียนอยู่ใกล้บ้านเราเนี่ยนะ!"
ญาณิศาไม่ได้อุทานออกมา แต่ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ สัญชาตญาณเตือนภัยในตัวกรีดร้องเสียงดัง เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องไปที่ภาพหน้าต่างชั้นสองของอาคารเป้าหมายในจอภาพ ซึ่งเปิดแง้มไว้รับลมยามค่ำคืน
พาทิศนิ่งเงียบ แววตาสوขุมของแพทย์นิติเวชฉายประกายคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด เขาเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลการเข้า-ออกอาคารดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นิ้วของเขาจะหยุดชะงักลงเมื่อหน้าจอแสดงรายชื่อผู้เช่าห้องพักชั้นสอง
ไม่มีชื่อ... สถานะถูกปิดผนึกด้วยรหัสผ่านระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือของสารวัตรธนาก็ดังก้องขึ้นทำลายความเงียบ สารวัตรหนุ่มหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน ใบหน้าที่เคร่งเครียดอยู่แล้วกลับซีดเผือดลงทันตาเห็นในชั่วพริบตา
"สารวัตร มีอะไรครับ?" ญาณิศาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเป็นครั้งแรก
สารวัตรธนาเงยหน้าขึ้นมองพาทิศและญาณิศาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย
"กองพิสูจน์หลักฐานเพิ่งส่งรายงานด่วนเข้ามา... จากการตรวจสอบคราบ DNA ที่ตกค้างอยู่บนหน้ากากอนามัยสำรองในจุดเกิดเหตุรายล่าสุด เจ้าหน้าที่พบว่า..." สารวัตรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มันไม่ใช่ DNA ของฆาตกรหน้าใหม่ที่ไหนเลยครับ"
พาทิศขมวดคิ้วแน่น "แล้วเป็นของใคร?"
"ระบบฐานข้อมูลยืนยันตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ..." สารวัตรธนาสูดหายใจเข้าลึก, "มันคือ DNA ของ ดร.กันต์ ที่ปรึกษาอาวุโสของเรา... คนที่เพิ่งจะเซ็นแฟ้มอนุมัติงบประมาณสืบสวนให้พวกเราเมื่อช่วงบ่ายวันนี้เองครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 5
เงาในกล้องวงจรปิด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!