ความเย็นเยียบของเหล็กกล้าไร้สนิมใต้ร่างของศพบนเตียงผ่าศพ ดูเหมือนจะแทรกซึมเข้ามาในกระดูกดำของห้องชันสูตรทันทีที่เสียงโลหะกระทบวงกบเมื่อครู่เงียบลง
พาทิศยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันคมและแว่นตากรอบบางของเขา ดวงตาหลังเลนส์คู่นั้นไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความฉุกคิดที่วับวามราวกับนักวิทยาศาสตร์ผู้กำลังจ้องมองปฏิกิริยาเคมีที่ผิดเพี้ยนจากสมการ
"คุณคิดว่ามันคือลมดูดจากท่อระบายอากาศ หรือความผิดพลาดทางกลไกของสปริงกลอนประตูครับ... สารวัตร"
น้ำเสียงของพาทิศเรียบสนิท ทว่ากังวานและทรงอำนาจในพื้นที่ของตนเอง เขาส่งสายตาไปยังสารวัตรธนาที่กำลังก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ มือขวาของนายตำรวจใหญ่เผลอแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างลืมตัว
"ในห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง และระบบปรับอากาศเป็นแบบปิดแรงดันบวก... คุณก็รู้ดีกว่าใคร พาทิศ" สารวัตรธนาขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดสลัวบริเวณมุมห้อง "ถ้าไม่ใช่ลม แล้วอะไรจะผลักบานประตูเหล็กหนักสองร้อยกิโลกรัมเปิดออกได้เองจากด้านใน ในเมื่อพวกเรายืนอยู่ตรงนี้กันครบหมด"
บรรยากาศในห้องอัดแน่นด้วยความกดดันที่จับต้องได้ ญาณิศาซึ่งยืนกอดอกอยู่ใกล้กับชั้นวางเครื่องมือแพทย์ไม่1ขยับเขยื้อน เธอไม่ได้หันไปมองประตูที่เปิดอ้าออกแม้แต่น้อย แต่สายตาคู่คมกลับจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของพาทิศ สัญชาตญาณนักจิตวิทยาอาชญากรของเธอกำลังประเมินทุกอณูการเคลื่อนไหวและการเต้นของชีพจรผ่านเส้นเลือดที่ขมับของแพทย์นิติเวช
"ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติหรอกค่ะ" ญาณิศาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "จิตวิทยาฝูงชนบอกเราว่า เมื่อมนุษย์เผชิญกับสถานการณ์ที่อธิบายไม่ได้ สมองจะเลือกสร้างเรื่องเล่าที่น่ากลัวที่สุดขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง... แต่ในความเป็นจริง มีใครบางคนกำลังเล่นตลกกับความคาดหวังของเราต่างหาก"
พาทิศหันมาสบตากับเธอ แววตาของทั้งคู่ปะทะกันในระยะประชิด เป็นความเงียบที่สื่อสารกันด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใด ความเป็นระเบียบและตรรกะของเขา ปะทะเข้ากับความลึกซึ้งและสัญชาตญาณดิบของเธออย่างลงตัวและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"คุณพูดถูก ญาณิศา" พาทิศหมุนตัวกลับไปหยิบกล่องตัวอย่างชิ้นเนื้อที่เพิ่งเก็บมาจากเล็บของเหยื่อรายล่าสุด "เพราะต่อให้ประตูจะเปิดเองได้ด้วยผีสางที่ไหน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บนโต๊ะทำงานของผมตัวนี้ ไม่มีวันโกหกและไม่มีวันหวาดกลัวอะไรทั้งสิ้น"
เขาก้าวไปยังโต๊ะทำงานที่มีกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (Scanning Electron Microscope - SEM) เครื่องมือราคาแพงที่เชื่อมต่อกับจอภาพความละเอียดสูงกำลังรอการทำงานอยู่ พาทิศสวมถุงมือยางคู่ใหม่อย่างบรรจง หยิบแผ่นสไลด์กระจกที่บรรจุเส้นใยปริศนาขึ้นมาวางไว้ใต้เลนส์ขยาย
สารวัตรธนาก้าวเข้ามาสมทบ ชะโงกหน้ามองจอภาพขนาดใหญ่ที่กำลังค่อยๆ ปรับโฟกัสภาพขึ้นทีละน้อย "นั่นคืออะไรที่คุณเจอกจากซอกเล็บของเหยื่อรายที่สี่... ผู้หญิงคนที่ถูกพบในโกดังร้างใช่ไหม"
"ถูกต้องครับ" พาทิศปรับปุ่มโฟกัสละเอียดบนแผงควบคุม ภาพบนจอภาพขยายใหญ่ขึ้นระดับพันเท่า จนเผยให้เห็นโครงสร้างระดับโมเลกุลของวัตถุที่ติดอยู่กับคราบเลือดแห้งกรัง "ตอนแรกมองด้วยตาเปล่า มันเป็นแค่ขุยผ้าสีดำธรรมดา แต่เมื่อผมนำมาวิเคราะห์ด้วยสเปกตรัมอินฟราเรดและการกระจายของรังสีเอกซ์ (EDX) ผลลัพธ์ที่ได้มันน่าสนใจมาก"
ภาพบนจอแสดงเส้นใยสังเคราะห์ที่มีลวดลายการถักทอแปลกประหลาด มันไม่ใช่ฝ้าย ขนสัตว์ หรือแม้แต่โพลีเอสเตอร์ทั่วไปตามท้องตลาด พื้นผิวของเส้นใยมีรอยหยักเป็นเกล็ดถี่และเคลือบด้วยสารเคมีบางชนิดที่สะท้อนแสงเรืองรองในย่านความถี่จำเพาะ
"เส้นใยโพลiamide ชนิดพิเศษผสมกราฟีน" ญาณิศาก้าวเข้ามาใกล้จนไหล่ของเธอเฉียดเข้าใกล้แขนเสื้อกาวน์สีขาวของพาทิศ เธอเพ่งมองหน้าจอด้วยแววตาที่หรี่ลง "ฉันเคยเห็นเอกสารงานวิจัยชิ้นหนึ่งในวารสารการแพทย์ทางทหาร... วัสดุแบบนี้ไม่ได้มีขายทั่วไปตามร้านตัดเสื้อผ้า มันถูกใช้ในชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยรบทางยุทธวิธี หรือไม่ก็... ห้องปฏิบัติการลับระดับความปลอดภัยสูงเท่านั้น"
"ไม่เพียงแค่นั้นครับ" พาทิศเสริมขึ้น น้ำเสียงของเขาเริ่มจริงจังและดุดันขึ้นตามสัญชาตญาณของแพทย์ผู้พบร่องรอยของฆาตกร "ถ้าคุณดูที่ปลายตัดของเส้นใยนี้ มันไม่ได้ขาดจากการเสียดสีทั่วไป แต่ถูกตัดด้วยลำแสงเลเซอร์ความเข้มสูง แสดงว่าฆาตกรไม่ได้แค่ลงมืออย่างอำมหิต แต่เขามีเครื่องมือระดับอุตสาหกรรมอยู่ในครอบครอง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานที่ที่มีเทคโนโลยีเหล่านี้"
สารวัตรธนาขบกรามแน่นจนสันนูน "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง วงจรผู้ต้องสงสัยของเราจะแคบลงอย่างมหาศาล หน่วยงานวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ถึงสี่กิโลเมตร... มีห้องแล็บที่ใช้เทคโนโลยีนี้อยู่!"
"ช้าก่อนครับ สารวัตร" พาทิศยกมือขึ้นห้ามปราม สีหน้าของเขาสุขุมเยือกเย็นดังเดิม "การด่วนสรุปคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของกระบวนการสืบสวน ในขณะที่คุณกำลังมองหาเครื่องมือทางกายภาพ ผมคิดว่าเราควรหันมามองที่ 'พฤติกรรม' ของเหยื่อรายสุดท้ายคนนี้ควบคู่ไปด้วย... เชิญครับ ญาณิศา อธิบายให้สารวัตรฟังหน่อยซิว่า จิตวิทยาของเหยื่อบอกอะไรเราบ้าง"
ญาณิศาผละสายจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หันมาเผชิญหน้ากับนายตำรวจทั้งสอง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก1เพื่อเรียบเรียงข้อมูลมหาศาลที่เธอวิเคราะห์มาจากพฤติกรรมของเหยื่อรายสุดท้าย—หญิงสาวผู้มีประวัติการทำงานเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลการเงินระดับสูง
"เหยื่อรายนี้มีชื่อว่า 'มินตรา' ครับ" ญาณิศาเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าสะกดทุกความสนใจในห้องได้ทันที "จากการแกะรอยประวัติการทำธุรกรรมและการใช้ชีวิตในช่วงสามสัปดาห์ก่อนเสียชีวิต ฉันพบรูปแบบพฤติกรรมที่ผิดปกติอย่างยิ่ง"
เธอเดินไปหยิบกระดานไวท์บอร์ดขนาดเล็กมาวางตั้ง ก่อนจะใช้ปากกาไวท์บอร์ดเขียนผังความสัมพันธ์สั้นๆ ลงไป
"มินตราเป็นคนระมัดระวังตัวสูง เธอมีตารางเวลาที่ตายตัว ล็อกประตูห้องพักสองชั้น ติดตั้งกล้องวงจรปิดส่วนตัว และที่สำคัญที่สุด... เธอกลัวการถูกสะกดรอยตามอย่างรุนแรง (Paranoia) จนถึงขั้นปฏิเสธที่จะใช้ลิฟต์สาธารณะในช่วงสัปดาห์สุดท้าย"
สารวัตรธนาขมวดคิ้ว "ถ้าเธอระวังตัวแจขนาดนั้น ทำไมเธอถึงยอมเปิดประตูต้อนรับฆาตกร หรือเดินเข้าไปในกับดักได้ล่ะ? รายงานชันสูตรบอกชัดเจนว่าไม่มีร่องรอยการต่อสู้ในจุดที่พบศพ"
"นั่นแหละคือประเด็นสำคัญที่สุดค่ะ สารวัตร" ญาณิศาหันไปสบตาพาทิศ แววตาของเธอลึกล้ำและเต็มไปด้วยการวิเคราะห์ที่เฉียบคม "ฆาตกรไม่ได้ใช้กำลังบังคับ... แต่มินตรา 'รู้จัก' ฆาตกรคนนั้น"
พาทิศพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง "สอดคล้องกับผลชันสูตรบาดแผลรอบลำคอและรอยฟกช้ำที่ข้อมือของเหยื่อ มีลักษณะของการถูกตรึงด้วยความคุ้นเคย มุมองศาของการกดทับแสดงถึงความสูงและน้ำหนักตัวที่สอดคล้องกับคนที่เหยื่อไว้วางใจ หรือเป็นคนที่มีสถานะทางสังคมเหนือกว่าเธอ"
"ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ" ญาณิศากล่าวต่อ น้ำเสียงของเธอเริ่มหนักแน่นขึ้น "จากการวิเคราะห์ข้อความแชทสุดท้ายที่ถูกลบไปในโทรศัพท์มือถือของมินตรา—แม้ว่าทีมไอทีจะกู้คืนมาได้ไม่ครบ แต่คำพูดสุดท้ายก่อนที่สัญญาณจะขาดหายไป เธอส่งข้อความหาใครบางคนว่า... *'คุณรู้ความจริงเรื่องนั้นได้ยังไง? ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเอาข้อมูลนั้นออกมา'* "
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องชันสูตรอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบจากความกลัว หากแต่เป็นความตึงเครียดของการเข้าใกล้ "ความจริง" ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าผีสาง
พาทิศถอดถุงมือยางออก วางมันลงบนถาดสแตนเลสอย่างเป็นระเบียบ เขาก้าวเข้าไปใกล้ญาณิศา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพและความดุดันทางปัญญาแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง
"ข้อมูลการเงินที่มินตราถืออยู่... มันคือบัญชีลับของโครงการวิจัยลับที่ใช้เส้นใยโพลiamide ตัวนี้ใช่ไหมครับ ญาณิศา" พาทิศกระซิบถามด้วยน้ำเสียงต่ำ ทว่าทรงพลัง
ญาณิศาแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของนักจิตวิทยาหญิงอย่างท้าทาย "ถูกต้องค่ะ, หมอพาทิศ... และคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ ก็คือบุคคลระดับสูงที่เราต่างก็รู้จักกันดีในฐานะ 'ผู้ทรงคุณวุฒิ' ของสถาบันเราเอง"
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ และก่อนที่สารวัตรธนาจะทันได้ขยับตัวไปเปิด ประตูเหล็กบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยมือของใครบางคน
ร่างสูงโปรดของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มเนี้ยบกริบ เส้นผมสีดอกเลาหวีเรียบร้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและแววตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ทว่าแฝงรังสีบางอย่างที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"ดูเหมือนพวกคุณกำลังสนุกกับการไขปริศนากันอยู่นะครับ... หมอพาทิศ, สารวัตร, และคุณญาณิศา"
ดร.กันต์ ก้าวเข้ามาในห้องชันสูตรอย่างเชื่องช้า ในมือถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ รอยยิ้มของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่ที่คมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
พาทิศหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาของแพทย์นิติเวชคมกริบขึ้นทันทีเมื่อตระหนักว่า... เหยื่อรายต่อไปที่ฆาตกรกำลังเล็งเป้าหมาย อาจไม่ได้อยู่ข้างนอกอีกต่อไปแล้ว แต่อยู่ร่วมห้องกับพวกเขา ณ วินาทีนี้เอง!
---
*(ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขคดีอันมืดหม่นนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ)*
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 4
ร่องรอยบนคราบเลือด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!