กลิ่นไอของน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลินและโลหะสแตนเลสเย็นเฉียบในห้องชันสูตรพลิกศพ ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร และในค่ำคืนนี้ มันยิ่งทำหน้าที่เป็นห้องกักขังทางจิตวิทยาที่ไร้ทางหนีทีไล่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
“ยินดีต้อนรับกลับมาสู่นรก... หมอพาทิศ เกมของเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก”
เสียงก้องสะท้อนจากข้อความปริศนาดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของพาทิศ แม้ว่าสมาร์ทโฟนในมือจะถูกเก็บลงกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดแล้วก็ตาม ดวงตาคมกราบภายใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงผ่าศพอย่างนิ่งงัน แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนลงบนผิวหนังซีดเซียวของเหยื่อรายล่าสุด รอยกรีดแผลเป็นระเบียบราวกับงานฝีมือของศัลยแพทย์ผู้บ้าคลั่ง
ประตูกระจกฝ้าด้านนอกเลื่อนเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเข้ม เธอเดินเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและไร้เสียง ญาณิศากวาดสายตากวาดมองรอบห้องช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของพาทิศ
“สารวัตรธนาโทรตามฉันมา” ญาณิศากล่าวขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมที่บาดลึก “เบื้องบนกำลังกดดันหนัก ผู้บัญชาการต้องการสำนวนสรุปคดีภายในเจ็ดวัน... และพวกเราถูกบังคับให้ต้องนั่งเรือลำเดียวกันแล้วครับ... หมอพาทิศ”
พาทิศหันกลับมามองเธอ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างจงใจ “เรือลำนี้กำลังจะจมลงสู่ก้นมหาสมุทร คุณมั่นใจหรือครับว่าอยากจะขึ้นมาเสี่ยงตายร่วมกับผม นักจิตวิทยาผู้เชื่อมั่นในภาพลวงตาของจิตใจมนุษย์”
“จิตใจมนุษย์ไม่เคยเป็นภาพลวงตา หมอพาทิศ” ญาณิศาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะผ่าศพ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงกดดันทางจิตวิทยาที่แผ่ออกมาจากตัวตนของทั้งคู่ “มันคือความจริงดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังและกระดูกที่คุณกำลังใช้มีดผ่าตัดเลาะมันออกมาต่างหาก... คุณกลัวความจริงข้อนั้นสินะครับ ถึงได้เอาแต่ก้มหน้าอยู่หลังกล้องจุลทรรศน์และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ”
คำพูดของเธอคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พาทิศมักใช้ พาทิศหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านรอบตัว เขาเป็นแพทย์นิติเวชที่ยึดถือตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นสรณะ การกระทำทุกอย่างต้องมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับพยายามดึงเขาเข้าสู่โลกแห่งจิตวิทยาอาชญากร โลกที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก แรงขับดาร์กๆ และเงื่อนงำทางจิตใจที่พิสูจน์ไม่ได้ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์
“วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร ญาณิศา” พาทิศก้าวเข้าไปใกล้เธอจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาที่ตัดกับกลิ่นเคมีในห้อง “รอยมีดบนกระดูกซี่โครงนี้บอกว่าฆาตกรถนัดซ้าย แรงกดสม่ำเสมอในระดับสามร้อยนิวตัน นั่นคือ ‘ความจริง’ ในแบบที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่การนั่งเทียนวิเคราะห์แรงจูงใจเพ้อเจ้อจากพฤติกรรมสะสมในวัยเด็กที่คุณชอบทำ”
“แล้วคุณอธิบาย ‘ความจริง’ ของรอยแผลรูปดาวแปดแฉกที่หัวใจของเหยื่อยังไงล่ะครับ?” ญาณิศาไม่ถอยหนี เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสนธยาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวชี้ไปที่เอกสารรายงานการแพทย์บนโต๊ะ “รอยแผลนั้นไม่ได้เกิดจากการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ หรือความโกรธแค้นชั่ววูบ แต่มมันคือ ‘พิธีกรรม’ ฆาตกรกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง... สัญญาณที่จงใจส่งมาให้คุณโดยเฉพาะ”
บรรยากาศในห้องผ่าศพอุณหภูมิลดฮวบลงทันที สารวัตรธนาที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารคดีเก่าต้องชะงักฝีเท้าเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางความคิดระหว่างผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคน
“พอได้แล้วครับ ทั้งสองคน” สารวัตรธนากล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย มือหนาวางแฟ้มกระดาษลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังทึบ “ผมไม่ได้พาพวกคุณมาเพื่อเปิดเวทีดีเบตทางวิชาการนะ เบื้องบนกดดันผมลงมาทุกนาที สื่อมวลชนกำลังจับตาดูคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี้อยู่ ถ้าพวกคุณยังมัวแต่เถียงกันเรื่องตรรกะกับสัญชาตญาณ ศพต่อไปอาจจะเป็นพวกเราเองก็ได้”
พาทิศละสายตาจากญาณิศา หันไปมองสารวัตรธนาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คดีนี้ไม่ใช่การฆาตกรรมต่อเนื่องธรรมดา สารวัตร... รอยแผลและสารเคมีที่พบในกระเพาะของเหยื่อ ตรงกันกับคดีเมื่อห้าปีที่แล้ว คดีที่ปิดไม่ลง และเป็นคดีที่พราก...” พาทิศหยุดชะงักไปชั่วขณะ ขากรรไกรขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบไว้กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง
ญาณิศาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางภาษากายของชายหนุ่มทันที เธอหรี่ตาลงวิเคราะห์ด้วยสัญชาตญาณนักจิตวิทยา “คดีของน้องสาวคุณ... ใช่ไหมครับ?”
ประโยคนั้นทำให้พาทิศหันขวับมามองเธอด้วยแววตาวาวโรจน์ ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงในเสี้ยววินาที รังสีความโกรธและบาดแผลในอดีตพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน “อย่าล้ำเส้นเข้ามาในชีวิตส่วนตัวของผม ญาณิศา!”
“ผมไม่ได้ล้ำเส้น หมอพาทิศ แต่ผมกำลังอ่านใจคนที่กำลังจะพาตัวเองเดินเข้าไปในกับดัก” ญาณิศากล่าวเสียงนิ่ง หนักแน่น และจริงจัง “ฆาตกรคนนี้รู้ว่าคุณเป็นใคร เขารู้ว่าจุดอ่อนของคุณคืออะไร และที่สำคัญที่สุด... เขาจงใจทิ้งร่องรอยไว้เพื่อให้ ‘คุณ’ เป็นคนเปิดประตูต้อนรับเขาด้วยตัวเอง”
ห้องผ่าศพตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งเบาๆ สารวัตรธนาถอนหายใจยาวนานก่อนจะดึงแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ขึ้นมาส่องกับไฟ
“ไม่ว่าพวกคุณจะขัดแย้งกันด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ตอนนี้เราต้องร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ” สารวัตรธนากล่าวเฉียบขาด “หมอพาทิศผ่าศพหาหลักฐานทางกายภาพทุกชิ้น ญาณิศาคุณวิเคราะห์โปรไฟล์และพฤติกรรมของฆาตกรจากสำนวนนี้ ห้ามทำนอกเหนือคำสั่งเด็ดขาด เพราะพวกเราไม่มีเวลาให้เล่นเกมแมวไล่จับหนูอีกแล้ว”
พาทิศสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เขากลับมาสวมหน้ากากความสุขุมเย็นชาอีกครั้ง แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวด้วยเพลิงโทสะและอดีตอันเจ็บปวด “ก็ได้... ถ้ามันอยากเล่นเกม ผมก็จะสงเคราะห์ให้มันเห็นว่า วิทยาศาสตร์จะลากคอมันเข้าห้องประหารได้อย่างไร”
“ระวังตัวด้วยนะครับ หมอพาทิศ” ญาณิศายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่เต็มไปด้วยความท้าทาย “เพราะบางที... คนที่คุณพยายามจะผ่าความจริงออกมา อาจจะเป็นตัวคุณเอง”
ในวินาทีนั้นเอง ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรเพิ่มเติม ไฟนีออนบนเพดานห้องผ่าศพก็เกิดอาการกระพริบถี่ๆ สองครั้งก่อนจะดับลงสนิท ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องในชั่วพริบตา มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวที่มุมห้องเท่านั้นที่ส่องสว่างขึ้น
ทว่า สิ่งที่ทำให้ทุกลมหายใจต้องสะดุด ไม่ใช่ความมืด...
แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่ง ที่กำลังเดินอาดๆ เข้ามาจากทางระเบียงทางเดินด้านนอก ซึ่งควรจะถูกล็อคสนิทจากระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด!
และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือเสียงเปิดประตูห้องผ่าศพจากด้านใน ทั้งๆ ที่พวกเขาทั้งสามคนยืนอยู่ข้างในนี้กันครบถ้วน และกุญแจสำรองอยู่ในมือของพาทิศเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการผ่าความจริงอันมืดหม่นไป2ตอนแรก และเตรียมตัวรับแรงกระแทกในบทต่อไปด้วยนะครับ
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 3
ห้องผ่าศพและสัญชาตญาณ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!