"รอยแผลพวกนี้ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวของความโกรธแค้น แต่มันกำลังกระซิบถึงความสมบูรณ์แบบที่ถูกบิดเบี้ยวครับ"
น้ำเสียงของผมราบเรียบ ทว่าก้องกังวานอยู่ในห้องชันสูตรศพที่อุณหภูมิต่ำเฉียบ ความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็งเข้าปกคลุมห้องแล็บทันที หัวใจของผมกระตุกวูบ ภาพอดีตอันมืดหม่นที่พยายามฝังกลบมานานนับปีผุดขึ้นมาในหัวสมองอย่างชัดเจน คดีเก่าเมื่อห้าปีก่อน—คดีที่พรากคนที่ผมรักที่สุดไปโดยที่ผมไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องด้วยมีดผ่าตัดในมือได้ รอยกรีดบนร่างไร้วิญญาณตรงหน้าในวันนี้ ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับลายมือของฆาตกรคนเดิมราวกับแกะ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับสู่ปัจจุบัน ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลนที่สาดส่องลงบนร่างของเหยื่อบนโต๊ะสแตนเลสสตีล
"คุณกำลังใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาอ่านรอยมีดมากกว่าหลักฐานทางประจักษ์นะ หมอพาทิศ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยแทรกขึ้นจากมุมห้อง ญาณิศาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตรช้าๆ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองที่บาดแผลบนหน้าอกของเหยื่อ แต่กลับจดจ้องมาที่ใบหน้าของผมราวกับกำลังพยายามผ่าตัดจิตใจผมด้วยสายตา เธอคือ ดร.ญาณิศา นักจิตวิทยาอาชญากรผู้ถูกส่งตัวมาร่วมทีมเฉพาะกิจเพื่อคลี่คลายคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่กำลังเขย่าขวัญเมืองหลวงในเวลานี้
ผมวางคีมสแตนเลสลงบนถาด เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* สะท้อนความตึงเครียดในอากาศ ผมหันไปสบตากับเธออย่างไม่หลบเลี่ยง
"วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใครครับ ดร.ญาณิศา รอยกรีดลึกสามมิลลิเมตร ทำมุมสี่สิบห้าองศาอย่างไร้ความลังเล นี่คือลายเซ็นของฆาตกรที่มีภาวะย้ำคิดย้ำทำ และมีความรู้ด้านกายวิภาคระดับศัลยแพทย์"
"แต่โปรไฟล์จิตวิทยาที่ฉันวิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุและพฤติกรรมของเหยื่อบอกว่าตรงกันข้าม" ญาณิศาก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เธอจงใจแผ่ซ่านออกมา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ท้าทาย "เหยื่อไม่ได้ถูกฆ่าด้วยความเย็นชาหรือวางแผนมาเป็นแรมปี นี่คืออาชญากรรมที่ขับเคลื่อนด้วย 'ความเร่าร้อนทางอารมณ์' ฆาตกรกำลังกรีดร้องระบายความเจ็บปวดของตัวเองผ่านร่างของเหยื่อต่างหาก ไม่ใช่การสร้างงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบอย่างที่คุณพยายามจะโน้มน้าวฉัน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดลงอีกสิบองศา เราต่างยืนอยู่คนละฟากฝั่งของโต๊ะชันสูตร แต่กลับปะทะกันด้วยอุดมการณ์และมุมมองที่แตกต่างสุดขั้ว
ผมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"คุณกำลังใช้สัญชาตญาณที่เปราะบางมาหักล้างหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้หรือครับ ดร.ญาณิศา? จิตวิทยาอาจจะบอกแรงจูงใจได้ แต่มีดเล่มนี้... รอยแผลที่ไร้เสียงนี้ต่างหาก คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้"
"บางครั้งความจริงที่จับต้องได้ที่สุด ก็คือภาพลวงตาที่แนบเนียนที่สุดเช่นกันค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดปากพูดคำลงท้ายแบบนั้น แต่สำหรับคุณ หมอพาทิศ ฉันคิดว่าเราคงไม่ต้องพิธีรีตองเรื่องคำพูดมากนักหรอก เพราะดูท่าทางคุณเองก็พร้อมจะขุดหลุมฝังคำวินิจฉัยของฉันอยู่แล้วนี่คะ" เธอจงใจเน้นเสียงด้วยรอยยิ้มเยาะเล็กๆ บนเรียวปากสีระเรื่อ
ผมหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า เธอไม่ใช่แค่นักวิชาการภาคสนามธรรมดา ญาณิศามีความเฉียบคมที่อันตราย เธออ่านภาษากายของผมออก และนั่นทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกคุกคามในอาณาจักรที่ผมควบคุมมาตลอดชีวิต
ก่อนที่เราจะได้ต่อปากต่อคำกันไปมากกว่านั้น ประตูห้องแล็บก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง สารวัตรธนาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือหนากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่
"พวกคุณสองคนหยุดสงครามประสาทกันก่อนเถอะ" สารวัตรธนาถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางแฟ้มลงบนโต๊ะข้างกายผม "เพิ่งได้รับรายงานจากชุดสืบสวนภาคสนาม เราเพิ่งเจอเหยื่อรายที่สาม... ลักษณะการตายเหมือนกับเคสนี้ไม่มีผิดเพี้ยน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไป และมันทำให้ผมคิดว่าพวกคุณอาจจะต้องกลับไปทบทวนสมมติฐานใหม่ทั้งหมด"
ผมกับญาณิศาหันไปมองสารวัตรธนาพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ความตึงเครียดระหว่างเราถูกดึงความสนใจไปที่คดีเบื้องหน้า
"อะไรที่ต่างครับ สารวัตร?" ผมถาม เสียงทุ้มต่ำจริงจัง
"ฆาตกรไม่ได้แค่ทิ้งศพไว้เฉยๆ เหมือนสองเคสแรก" สารวัตรธนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "ในปากของเหยื่อรายล่าสุด... มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ เขียนด้วยลายมือบรรจงเสียบไว้ และข้อความนั้น... มันเจาะจงชื่อถึงคุณโดยเฉพาะครับ หมอพาทิศ"
หัวใจของผมกระตุกวูบเป็นครั้งที่สองในรอบวัน ญาณิศาหันขวับมามองผมทันที แววตาที่เคยมีความท้าทายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารจากมือสารวัตรธนาอย่างรวดเร็ว แล้วกวาดสายตาอ่านข้อความบนสำเนาระเรื่อภาพถ่ายที่เพิ่งส่งตรงมาจากที่เกิดเหตุ
มือเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาผม ชั่วขณะนั้น ความหยิ่งทะนงในทฤษฎีจิตวิทยาของเธอได้มลายหายไป เหลือเพียงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเราทั้งคู่
บนกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท—สีเดียวกับรอยกรีดที่ไร้เสียงบนร่างผู้ตาย
*“ยินดีต้อนรับกลับมาสู่นรก... หมอพาทิศ เกมของเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 2
รอยกรีดที่ไร้เสียง
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!