"ฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ ไม่เคยโกหกเรื่องกาลเวลาครับ... คุณญาณิศา"
เสียงทุ้มต่ำของพาทิศดังขึ้นท่ามกลางความอับชื้นและกลิ่นอับของซากปูนทลาย ในมือของแพทย์นิติเวชสวมถุงมือยางสีขาวสนิท เขากำลังใช้คีมปลายแหลมคีบเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกเผาไหม้ไปครึ่งหนึ่งขึ้นมาจากกองขี้เถ้า แสงไฟฉายคาดหัวของสารวัตรธนาสาดส่องลงมา ทำให้เห็นละอองฝุ่นสีเทาเต้นระบำในลำแสงราวกับสุสานของความทรงจำ
สถานที่แห่งนี้คือโรงงานฟอกหนังร้างริมชานเมือง โครงสร้างเหล็กขึ้นสนิมระโยงระยางราวกับซากโครงกระดูกของสัตว์ดึกดำบรรพ์ เป็นจุดอับสัญญาณที่สารวัตรธนาและทีมสืบสวนแกะรอยสัญญาณโทรศัพท์มือถือเครื่องสุดท้ายของเหยื่อรายที่สามมาพบ แต่นอกจากร่องรอยการเผาทำลายหลักฐานแล้ว บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นจนน่าประหลาด
ญาณิศาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โดยไม่สนใจว่ารองเท้าส้นสูงของเธอจะจมลงไปในโคลนตมแห้งกรัง สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างที่ไร้ซึ่งหน้าต่าง มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่เล็ดลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสังกะสี เธอย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วแตะที่รอยคราบสีดำบนผนังปูนซีเมนต์ดิบๆ
"ไม่ใช่แค่การเผาทำลายหลักฐานธรรมดาหรอกค่ะหมอพาทิศ..." ญาณิศาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสความคิดที่แล่นเร็วจี๋ "ฆาตกรไม่ได้พยายามซ่อนศพ... เขาพยายาม 'ลบตัวตน' ของเหยื่อ สังเกตจากรอยลากนี้สิครับ ระยะห่างของรอยขูดขีดบนพื้นบ่งบอกถึงน้ำหนักที่กดทับไม่สม่ำเสมอ เหยื่อไม่ได้หมดสติ แต่กำลังดิ้นรนอย่างสุดชีวิต"
พาทิศเงยหน้าขึ้นจากกองขี้เถ้า ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะมองลึกเข้าไปในดวงตาของนักจิตวิทยาอาชญากรคู่นั้น เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาด—ความเห็นต่างที่ไม่อาจปฏิเสธ ระหว่าง 'หลักฐานเชิงประจักษ์' ที่เขาถือครอง กับ 'สัญชาตญาณมืด' ที่เธอกำลังถอดรหัส
"คุณกำลังใช้จิตวิทยาตัดสินฟิสิกส์อีกแล้วนะครับ ญาณิศา" พาทิศยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ว่างเปล่าแต่วิวาทะ "รอยขูดขีดบนพื้นปูนอาจเกิดจากการลากถังโลหะบรรจุสารเคมีก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นร่างมนุษย์เสมอไป"
"หมอเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นและเครื่องมือวัดผล... แต่ลืมไปหรือเปล่าคะว่า จิตใจมนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาตามกฎของนิวตัน" ญาณิศายืนขึ้น ประชิดตัวเข้ามาในระยะที่เขาสามารถได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกับกลิ่นอับชื้น "ลองใช้ตรรกะทางนิติเวชของคุณพิสูจน์สิคะว่า ทำไมคราบเขม่าบนผนังถึงเรียงตัวเป็นแนวสูงระดับสายตาพอดี... นั่นไม่ใช่ควันไฟจากการเผาขยะ แต่มันคือคราบเขม่าจากเทียนไขนับร้อยเล่มที่ถูกจุดขึ้น เพื่อทำ 'พิธีกรรม' บางอย่างก่อนลงมือลงมือสังหาร"
บรรยากาศในห้องโถงร้างเงียบงันลงทันที สารวัตรธนาที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ถึงกับต้องกระแอมเบาๆ เพื่อทำลายความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นระหว่างคนทั้งสอง
"ไม่ว่ามันจะเป็นพิธีกรรมหรือถังสารเคมี สิ่งที่เราต้องสนใจตอนนี้คือ 'รอยนิ้วมือ' ครับ" สารวัตรธนาก้าวเข้ามาพร้อมกับชุดเก็บกู้หลักฐาน "หน่วยพิสูจน์หลักฐานเพิ่งรายงานเข้ามาว่า เราเจอรอยนิ้วมือบางส่วนบนโครงเหล็กด้านหลังเสาต้นนั้น แต่ปัญหาคือ... พื้นผิวเหล็กมันขึ้นสนิมหนามาก ลายพิมพ์อาจจะเสียหายจนไม่สามารถระบุตัวตนได้"
พาทิศหันขวับทันที สัญชาตญาณของแพทย์นิติเวชทำงาน "นำน้ำยาเคมีเร่งปฏิกิริยาไซยาโนไครเลตมาที่นี่ เดี๋ยวนี้ครับสารวัตร เราปล่อยให้ความชื้นทำลายหลักฐานไปมากกว่านี้ไม่ได้"
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ท่ามกลางความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมโรงงานร้าง แสงไฟนีออนแบบพกพาถูกกางออกส่องสว่างบริเวณเสาเหล็กเป้าหมาย พาทิศกำลังใช้พู่กันปัดผงคาร์บอนอย่างระมัดระวังบนพื้นผิวโลหะที่ผ่านการรมควันด้วยสารเคมีแล้ว
ญาณิศายืนกอดอกอยู่ด้านหลัง สายตาจดจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเรียวนิ้วที่มั่นคงของแพทย์หนุ่ม เธอรู้ดีว่าภายใต้ความสุขุมเยือกเย็นนั้น พาทิศกำลังแบกรับความทรงจำอันเจ็บปวดจากคดีในอดีตที่เคยผิดพลาด จนทำให้สูญเสียบุคคลสำคัญไป
"คุณกำลังกลัว..." ญาณิศากล่าวขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบ "กลัวว่ารอยนิ้วมือบนเสานี้ จะไม่ใช่ของฆาตกรหน้าใหม่... แต่เป็นของคนที่คุณรู้จักดี"
มือของพาทิศที่ถือพู่กันชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับใช้แปรงปัดเบาๆ อีกครั้ง จนกระทั่ง... ลายพิมพ์นิ้วมือที่สมบูรณ์ปรากฏเด่นชัดขึ้นท่ามกลางผงคาร์บอนสีดำ
"สำเร็จแล้วครับสารวัตร..." พาทิศเอ่ยเสียงเรียบ แต่หน้าผากกลับมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมา "นี่คือลายนิ้วมือแฝงที่สมบูรณ์ที่สุดที่เราพบในคดีนี้"
สารวัตรธนาก้าวเข้าไปใกล้เพื่อเตรียมถ่ายภาพเก็บหลักฐาน แต่ในจังหวะที่แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสาดกระทบเข้ากับพื้นผิวเสาเหล็กนั้นเอง พาทิศและญาณิศาก็ต้องผะหนีบสายตากลับมามองวัตถุพยานชิ้นนั้นพร้อมกันด้วยความรู้สึกที่ชวนให้ขนลุกซู่
มันไม่ใช่แค่รอยนิ้วมือธรรมดา...
ตรงกลางของลายพิมพ์ก้นหอยนั้น มีรอยแผลเป็นลึกเป็นเส้นตรงผ่ากลางลายพิมพ์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางกายวิภาคที่ไม่มีวันซ้ำใคร และพวกเขาทั้งคู่ต่างก็จำรอยแผลเป็นนี้ได้ขึ้นใจ—มันคือรอยแผลของบุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อห้าปีก่อน บุคคลที่เคยเป็นอาจารย์และที่ปรึกษาคนสนิทของพาทิศเอง... 'ดร.กันต์'
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาจากความมืดที่มุมอับของตึกร้าง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ สามครั้ง ดังก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว ท่ามกลางเงาสลัวของเสาปูน ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีดำก้าวออกมา พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งซ่อนความลับอันดำมืดเอาไว้ทั้งหมด
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... ศิษย์รักของผม"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 13
รอยนิ้วมือบนวัตถุพยาน
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!