แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 14

กับดักในตึกร้าง

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เสื่อมสภาพและฝุ่นผงคาร์บอนผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่ชัดเจน ภายในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแปดชั้นที่ถูกปล่อยทิ้งร้างกลางย่านอุตสาหกรรมเก่า แสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องตัดความมืดทึบ เผยให้เห็นเศษซากอิฐหักและโครงเหล็กขึ้นสนิมที่ดูคล้ายโครงกระดูกของสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์ "กลิ่นนี้... ไม่ใช่แค่สารระเหยทั่วไปนะครับคุณญาณิศา" พาทิศเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของแพทย์นิติเวชราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เขาหยุดฝีเท้าลงบนพื้นคอนกรีตที่มีคราบสารเคมีสีเหลืองนวลตกผลึกเป็นเกล็ดเล็กๆ อยู่รอบขอบรอยแตก มือที่สวมถุงมือยางหนาพิเศษยกขึ้นแตะขอบหน้ากากกันสารเคมีให้กระชับยิ่งขึ้น สายตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นกวาดมองประเมินสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ญาณิศาซึ่งก้าวตามมาติดๆ ชะลอฝีเท้าลง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างที่เคยเป็นลานจอดรถใต้ดิน เธอวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้วยสัญชาตญาณของนักจิตวิทยาอาชญากร สภาพของสถานที่ การจัดวางเศษวัสดุ และความเงียบงันที่ผิดปกติ ล้วนบอกชัดเจนว่าพวกเขากำลังเดินเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกควบคุมโดยสมองที่ปราศจากความปรานี "มันเงียบเกินไป..." ญาณิศากล่าวเบาๆ แต่ชัดเจนในความเงียบงัน "ฆาตกรไม่ได้แค่ทิ้งร่องรอยให้เราตามหา แต่มันกำลังต้อนเราให้เดินตามเกมที่มันร่างไว้ตั้งแต่แรก การจัดวางตำแหน่งของสารเคมีพวกนี้... มันจงใจให้เราเข้ามาติดกับดัก" "ความเงียบคือภาษาที่ดังที่สุดของนักล่าครับ" พาทิศโต้ตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แม้ภายในใจจะประเมินความเสี่ยงได้ดีว่า อากาศรอบตัวในรัศมีสิบเมตรนี้เริ่มมีค่าความหนาแน่นของก๊าซพิษเจือจางผิดปกติ "คุณกำลังบอกผมว่า เรารู้ตัวว่าเดินเข้ากองไฟ แต่ก็ยังยอมก้าวเข้ามาอย่างนั้นหรือครับ" "บางครั้ง... การเผชิญหน้ากับไฟ ก็เป็นวิธีเดียวที่เราจะเห็นหน้าตาของคนที่จุดมันขึ้นมาไม่ใช่หรือคะ... เอ่อ ขออภัยครับ ผมหมายถึง... สำหรับผมและคุณ เราไม่มีทางเลือกอื่นตั้งแต่แรกแล้ว" ญาณิศาแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้ในสถานการณ์วิกฤต เธอก็ยังไม่วายที่จะหยิบยกความท้าทายนี้ขึ้นมาวัดใจเขา พาทิศไม่ตอบคำถามนั้น แววตาของเขาไหววับชั่วขณะเมื่อนึกถึงอดีต ภาพซ้อนของเหตุการณ์สูญเสียในห้องผ่าตัดเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาเตือนสติ ความประมาทเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงชีวิตของคนข้างกาย และเขา... จะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด "ถอยหลังไปสามก้าวครับ อย่าเพิ่งขยับ" พาทิศออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทันทีที่ปลายรองเท้าของเขาเหยียบลงบนรอยต่อของแผ่นปูนซีเมนต์ แล้วสังเกตเห็นปฏิกิริยาการเรืองแสงจางๆ ของผงเคมีบางชนิดภายใต้แสงอัลตราไวโอเลตจากไฟฉายสำรอง "เกิดอะไรขึ้นคะ?" ญาณิศาถาม น้ำเสียงตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อเห็นภาษากายที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของแพทย์หนุ่ม "เราเหยียบเข้าไปในเขตทริกเกอร์เคมีแล้วครับ แรงกดเพียงเล็กน้อยจากน้ำหนักตัวเมื่อครู่ กำลังกระตุ้นตัวหน่วงเวลาของปฏิกิริยาความร้อน... อีกไม่ถึงสิบวินาที ก๊าซคลอรีนผสมไฮโดรเจนไซยานด์จะทำปฏิกิริยากับสารละลายที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นคอนกรีตนี้" พาทิศอธิบายด้วยความรวดเร็วโดยไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมองของเขาประเมินโครงสร้างและสูตรเคมีอย่างแม่นยำราวกับเครื่องจักร แต่นัยน์ตากลับสะท้อนความห่วงใยที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ "แล้วเราจะทำอย่างไร?" ญาณิศาถามต่อโดยไม่มีความตื่นตระหนกเช่นกัน เธอก้าวเข้ามาชิดเขามากขึ้นโดยสัญชาตญาณเพื่อประเมินทางหนีทีไล่ "จับมือผมไว้ครับ" พาทิศยื่นมือที่สวมถุงมือหนาออกไปทันที "ความต้านทานของแรงดึงจะช่วยกระจายน้ำหนักออกจากจุดศูนย์กลางของสลักเคมี... เรามีเวลาห้าวินาทีในการกระโดดข้ามแนวรอยต่อนั้นไปยังเสาโครงสร้างฝั่งซ้าย" ไม่มีเวลาให้ลังเล หรือแม้แต่จะหาเหตุผลมาโต้แย้ง ญาณิศาวางมือเรียวของเธอลงบนอุ้งมือที่แข็งกระด้างและอุ่นจัดของพาทิศทันที แรงบีบที่กระชับแน่นสื่อสารความตั้งใจเด็ดเดี่ยวระหว่างคนทั้งสองได้ดีกว่าคำพูดนับพันคำ ในเสี้ยววินาทีที่เสียง "คลิก" เบาๆ ดังขึ้นจากใต้พื้นปูน พาทิศออกแรงดึงร่างของญาณิศาลอยพ้นจากรัศมีอันตราย พร้อมกับที่กลุ่มควันสีเขียวแกมเหลืองพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นคอนกรีต ส่งกลิ่นฉุนรุนแรงจนแสบจมูก เสียงฟู่ของปฏิกิริยาเคมีดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเศษปูนที่แตกกระจายจากแรงระเบิดย่อมๆ ร่างของทั้งสองกระแทกเข้ากับเสาคอนกรีตต้นใหญ่ที่แข็งแกร่ง พาทิศใช้ร่างกายของตนเองเป็นเกราะกำบังปกป้องญาณิศาจากสะเก็ดปูนและแรงอัดอากาศ แม้ความเจ็บปวดจะแล่นริ้วไปตามแผ่นหลังจากการกระแทก แต่เขากลับไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้งท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ ที่ค่อยๆ สลายตัวไปในอากาศ กลิ่นฉุนของสารเคมีจางลงเหลือเพียงกลิ่นไหม้จางๆ พาทิศค่อยๆ คลายอ้อมแขนออก มองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาห่วงใยที่ยากจะปิดIมิด "คุณ... เจ็บตรงไหนไหมครับ" เขาเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำเจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ญาณิศาส่ายหน้าช้าๆ ลมหายใจหอบถี่เล็กน้อย ดวงตากลมโตมองประสานกับนัยน์ตาคู่คมของเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของคนทั้งสองใกล้ชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงตื่นเต้นจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ "ฉันไม่เป็นไรค่ะ... ขอบคุณนะคะที่คุณดึงฉันไว้ทัน" ญาณิศากล่าวเบาๆ น้ำเสียงแฝงความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พาทิศผ่อนลมหายใจยาวเพื่อดึงสติกลับคืนสู่ความเป็นมืออาชีพ เขากำลังจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเพื่อตรวจสอบพื้นที่รอบข้างอีกครั้ง หากแต่สายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่สะท้อนแสงไฟฉายอยู่ตรงซอกเสาคอนกรีตที่พวกเขาเพิ่งกระแทกเข้าไปหลบภัย มันไม่ใช่เศษซากปูน หรือคราบสารเคมีธรรมดา... แต่เป็นวัตถุทรงกระบอกโลหะขนาดเล็กที่สลักสัญลักษณ์รูปเข็มฉีดยาไขว้กับกะโหลกศีรษะ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่พบในแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อห้าปีก่อน คดีที่พาทิศไม่มีวันลืมเลือนตลอดชั่วชีวิตการทำงานของเขา และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น... บนตัวกระบอกโลหะมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กแปะไว้ด้วยเทปกาว พร้อมข้อความลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทที่ระบุชื่อของเขาและเธอไว้อย่างชัดเจน "พาทิศ และ ญาณิศา... ยินดีต้อนรับสู่การชันสูตรศพของพวกคุณเองครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%