แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 15

แผลเป็นในใจ

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
คราบเลือดบนใบมีดสเตนเลสสตีลไม่ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด มันเป็นเพียงบทสรุปอันโหดร้ายของความผิดพลาดที่ไร้ซึ่งลมหายใจ แต่เสียงสะท้อนในห้องสืบสวนแคบ ๆ แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความกดดันที่บีบให้กระดูกสันหลังของผมชาหนึบ "คุณกำลังใช้ตรรกะทางการแพทย์มาปิดกั้นความจริงทางจิตวิทยาอีกแล้วนะ, คุณพาทิศ" เสียงของญาณิศาดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำซัดสาดหน้าต่างกระจกฝ้าของสำนักงานชันสูตร เธอยืนกอดอกพิงชั้นวางแฟ้มคดี สายตาคมกริบราวกับสัตวแพทย์ที่กำลังวินิจฉัยสัตว์ป่าบาดเจ็บ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความท้าทายทางวิชาชีพ แต่มันมีความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ภายใต้กรอบของนักวิเคราะห์อาชญากรผู้เย็นชา ผมละสายตาจากจอภาพผลตรวจเนื้อเยื่อ ชำเลืองมองเธอผ่านแสงไฟนีออนสีนวล "วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร, ญาณิศา... หลักฐานทางกายภาพบอกว่ารอยกรีดนั้นเกิดจากมุมองศาที่สอดคล้องกับความชำนาญของแพทย์ หรือคนที่รู้โครงสร้างสรีระมนุษย์อย่างถ่องแท้ ไม่ใช่ภาพหลอนจากแรงขับทางจิตวิทยาที่คุณพยายามพยายามยัดเยียด" "และคุณก็กำลังใช้ความเย็นชาเป็นเกราะกำบังเพื่อซ่อนความจริงบางอย่างที่แม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่อยากเผชิญ" เธอเดินเข้าประชิดโต๊ะทำงาน กลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟดำผสมกับความชื้นฝนโชยมาแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ตรึงผมไว้ไม่ใช่กลิ่นกายของเธอ หากแต่เป็นความจริงในประโยคที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คดีนี้... มันไม่ใช่แค่เรื่องของฆาตกรต่อเนื่อง แต่มันคือเงาซ้อนของคดีเมื่อเจ็ดปีก่อน คดีที่คุณ... รักษาความลับไว้ในหลุมศพของใครบางคน" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่กระทบกระจกและเสียงเครื่องมือแพทย์ทำงานเบา ๆ ความกดดันระหว่างเราพุ่งสูงจนแทบจะจับต้องได้ อดีตที่ผมพยายามฝังกลบมาตลอดเจ็ดปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างง่ายดายด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคมของหญิงตรงหน้า ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปล่อยให้ความเย็นเยือกของห้องผ่าศพไหลเวียนเข้าสู่ปอด นิ้วมือที่เคยจับมีดผ่าตัดอย่างมั่นคงกลับเริ่มเกร็งเข้าหากันโดยอัตโนมัติ "คุณอยากรู้มากใช่ไหมว่าทำไมผมถึงยึดติดกับหลักฐานทางกายภาพขนาดนี้..." เสียงของผมแหบพร่าลงเล็กน้อย ความแข็งกร้าวที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความเปราะบางที่ผมไม่เคยแสดงให้ใครเห็น ญาณิศาไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแต่คลายอ้อมแขนที่กอดอกออก ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาสีเข้มคู่นั้นไร้ซึ่งความเยาะเย้ย ถอดถอนความดุดันทางวิชาชีพออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตั้งใจที่จะรับฟังอย่างแท้จริง "เมื่อเจ็ดปีก่อน..." ผมเริ่มเอ่ยขึ้น สายตาทอดมองผ่านทะลุตัวเธอไปยังความว่างเปล่าเบื้องหลัง "ตอนนั้นผมยังเป็นแพทย์นิติเวชมือใหม่ที่เชื่อมั่นในความยุติธรรมของกฎหมายและห้องแล็บอย่างไม่ลืมหูลืมตา มีเคสหนึ่ง... เด็กสาวผู้บริสุทธิ์ถูกพบเป็นศพในสภาพที่ถูกจัดฉากอย่างประณีต หลักฐานทางนิติเวชทุกชิ้น ชี้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ... เป็นอุบัติเหตุจากการทดลองผิดพลาด" ผมหยุดกลืนก้อนความขมขื่นที่แล่นขึ้นมาจุกที่คอ มือขวาเผลอยกขึ้นลูบรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่ต้นแขนซ้าย—ร่องรอยจากคืนวันนั้น "สารวัตรธนาในตอนนั้นพยายามบอกผมว่ามันมีกลิ่นอายของการฆาตกรรม อำพราง แต่ผมปฏิเสธ... ผมใช้ตัวเลข ผลแล็บ และตรรกะทางวิทยาศาสตร์หักล้างเขาทຸກทาง ผมมั่นใจว่าตัวเองถูกต้องเพราะหลักฐานมันฟ้องอย่างนั้น จนกระทั่ง... สามวันต่อมา คนที่ผมรักที่สุด... น้องสาวแท้ ๆ ของผม ถูกพบเป็นศพในลักษณะเดียวกันเป๊ะ และในมือของเธอกำหลักฐานชิ้นเดียวกับคดีนั้นไว้" น้ำเสียงของผมสั่นเครือเล็กน้อย เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมปริปากเล่าความจริงอันเน่าเฟะนี้ให้ใครฟัง "มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... แต่มันคือความหยิ่งผยองของผมเองที่ช่วยให้ฆาตกรลอยนวล เพราะผมเลือกเชื่อกระดาษผลตรวจมากกว่าเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขเหล่านั้น" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดอันเย็นชาเช่นตอนแรก หากแต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกเปิดเปลือย ญาณิศามองผมด้วยแววตาที่ไหววูบ ความเด็ดเดี่ยวเฉียบคมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง เธอเอื้อมมือเรียวมาสัมผัสหลังมือของผมที่วางอยู่บนโต๊ะเบา ๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดอย่างประหลาด มันเป็นสัมผัสที่ไม่ได้ล่วงเกิน แต่ทว่ามั่นคงและหนักแน่นเพียงพอที่จะดึงผมกลับมาจากหลุมดำแห่งอดีต "คุณพาทิศ..." เสียงนุ่มนวลของเธอเอ่ยขึ้นแผ่วเบา "คุณแบกรับความผิดของคนทั้งโลกไว้บนบ่าไม่ได้หรอกนะคะ... เอ๊ย ไม่ใช่... หมายถึง คุณแบกมันไว้ไม่ได้หรอกครับ" เธอเผลอหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมาแก้เก้อเมื่อเกือบจะใช้คำพูดติดปาก ทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย "คุณไม่ได้ผิดที่เชื่อวิทยาศาสตร์ แต่คุณผิดที่ลืมไปว่า... เบื้องหลังหลักฐานทุกชิ้น มันคือชีวิตของมนุษย์ที่มีหัวใจและความเจ็บปวด" ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและซับซ้อนกำลังก่อตัวขึ้นในอก มันคือความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ปฏิเสธไม่ได้ระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละขั้วของศาสตร์แห่งความจริง ก่อนที่บทสนทนาอันเปราะบางนี้จะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของผมก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ สารวัตรธนาโทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "หมอพาทิศ! คุณอยู่กับคุณญาณิศาใช่ไหม รีบเปิดดูข่าวช่องด่วนเดี๋ยวนี้! มีคนส่งพัสดุประหลาดมาที่กองปราบ... และจ่าสิบเอกวิรัชเพิ่งแกะมันออกสด ๆ ร้อน ๆ ตอนนี้!" ผมขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณดิบเตือนภัยทันที ญาณิศาผละมือออกจากมือผมอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอกลับมาเคร่งเครียดและเฉียบคมอีกครั้งในเสี้ยววินาที "มันคืออะไร สารวัตร?" ผมกรอกเสียงลงไป "ไม่ใช่จดหมายขู่..." เสียงของสารวัตรธนาขาดหายไปชั่วขณะด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว "แต่มันคือ 'ชิ้นส่วนอวัยวะ' ของเหยื่อรายใหม่... พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือของคุณเองเมื่อเจ็ดปีก่อน!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%