คราบเลือดบนใบมีดสเตนเลสสตีลไม่ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด มันเป็นเพียงบทสรุปอันโหดร้ายของความผิดพลาดที่ไร้ซึ่งลมหายใจ แต่เสียงสะท้อนในห้องสืบสวนแคบ ๆ แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความกดดันที่บีบให้กระดูกสันหลังของผมชาหนึบ
"คุณกำลังใช้ตรรกะทางการแพทย์มาปิดกั้นความจริงทางจิตวิทยาอีกแล้วนะ, คุณพาทิศ"
เสียงของญาณิศาดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำซัดสาดหน้าต่างกระจกฝ้าของสำนักงานชันสูตร เธอยืนกอดอกพิงชั้นวางแฟ้มคดี สายตาคมกริบราวกับสัตวแพทย์ที่กำลังวินิจฉัยสัตว์ป่าบาดเจ็บ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความท้าทายทางวิชาชีพ แต่มันมีความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ภายใต้กรอบของนักวิเคราะห์อาชญากรผู้เย็นชา
ผมละสายตาจากจอภาพผลตรวจเนื้อเยื่อ ชำเลืองมองเธอผ่านแสงไฟนีออนสีนวล "วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร, ญาณิศา... หลักฐานทางกายภาพบอกว่ารอยกรีดนั้นเกิดจากมุมองศาที่สอดคล้องกับความชำนาญของแพทย์ หรือคนที่รู้โครงสร้างสรีระมนุษย์อย่างถ่องแท้ ไม่ใช่ภาพหลอนจากแรงขับทางจิตวิทยาที่คุณพยายามพยายามยัดเยียด"
"และคุณก็กำลังใช้ความเย็นชาเป็นเกราะกำบังเพื่อซ่อนความจริงบางอย่างที่แม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่อยากเผชิญ" เธอเดินเข้าประชิดโต๊ะทำงาน กลิ่นหอมจาง ๆ ของกาแฟดำผสมกับความชื้นฝนโชยมาแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ตรึงผมไว้ไม่ใช่กลิ่นกายของเธอ หากแต่เป็นความจริงในประโยคที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คดีนี้... มันไม่ใช่แค่เรื่องของฆาตกรต่อเนื่อง แต่มันคือเงาซ้อนของคดีเมื่อเจ็ดปีก่อน คดีที่คุณ... รักษาความลับไว้ในหลุมศพของใครบางคน"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่กระทบกระจกและเสียงเครื่องมือแพทย์ทำงานเบา ๆ ความกดดันระหว่างเราพุ่งสูงจนแทบจะจับต้องได้ อดีตที่ผมพยายามฝังกลบมาตลอดเจ็ดปีถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างง่ายดายด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคมของหญิงตรงหน้า
ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปล่อยให้ความเย็นเยือกของห้องผ่าศพไหลเวียนเข้าสู่ปอด นิ้วมือที่เคยจับมีดผ่าตัดอย่างมั่นคงกลับเริ่มเกร็งเข้าหากันโดยอัตโนมัติ
"คุณอยากรู้มากใช่ไหมว่าทำไมผมถึงยึดติดกับหลักฐานทางกายภาพขนาดนี้..." เสียงของผมแหบพร่าลงเล็กน้อย ความแข็งกร้าวที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความเปราะบางที่ผมไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
ญาณิศาไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแต่คลายอ้อมแขนที่กอดอกออก ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตาสีเข้มคู่นั้นไร้ซึ่งความเยาะเย้ย ถอดถอนความดุดันทางวิชาชีพออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตั้งใจที่จะรับฟังอย่างแท้จริง
"เมื่อเจ็ดปีก่อน..." ผมเริ่มเอ่ยขึ้น สายตาทอดมองผ่านทะลุตัวเธอไปยังความว่างเปล่าเบื้องหลัง "ตอนนั้นผมยังเป็นแพทย์นิติเวชมือใหม่ที่เชื่อมั่นในความยุติธรรมของกฎหมายและห้องแล็บอย่างไม่ลืมหูลืมตา มีเคสหนึ่ง... เด็กสาวผู้บริสุทธิ์ถูกพบเป็นศพในสภาพที่ถูกจัดฉากอย่างประณีต หลักฐานทางนิติเวชทุกชิ้น ชี้ไปในทิศทางเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ... เป็นอุบัติเหตุจากการทดลองผิดพลาด"
ผมหยุดกลืนก้อนความขมขื่นที่แล่นขึ้นมาจุกที่คอ มือขวาเผลอยกขึ้นลูบรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่ต้นแขนซ้าย—ร่องรอยจากคืนวันนั้น
"สารวัตรธนาในตอนนั้นพยายามบอกผมว่ามันมีกลิ่นอายของการฆาตกรรม อำพราง แต่ผมปฏิเสธ... ผมใช้ตัวเลข ผลแล็บ และตรรกะทางวิทยาศาสตร์หักล้างเขาทຸກทาง ผมมั่นใจว่าตัวเองถูกต้องเพราะหลักฐานมันฟ้องอย่างนั้น จนกระทั่ง... สามวันต่อมา คนที่ผมรักที่สุด... น้องสาวแท้ ๆ ของผม ถูกพบเป็นศพในลักษณะเดียวกันเป๊ะ และในมือของเธอกำหลักฐานชิ้นเดียวกับคดีนั้นไว้"
น้ำเสียงของผมสั่นเครือเล็กน้อย เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมปริปากเล่าความจริงอันเน่าเฟะนี้ให้ใครฟัง "มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... แต่มันคือความหยิ่งผยองของผมเองที่ช่วยให้ฆาตกรลอยนวล เพราะผมเลือกเชื่อกระดาษผลตรวจมากกว่าเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขเหล่านั้น"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดอันเย็นชาเช่นตอนแรก หากแต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดที่ถูกเปิดเปลือย ญาณิศามองผมด้วยแววตาที่ไหววูบ ความเด็ดเดี่ยวเฉียบคมเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง
เธอเอื้อมมือเรียวมาสัมผัสหลังมือของผมที่วางอยู่บนโต๊ะเบา ๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดอย่างประหลาด มันเป็นสัมผัสที่ไม่ได้ล่วงเกิน แต่ทว่ามั่นคงและหนักแน่นเพียงพอที่จะดึงผมกลับมาจากหลุมดำแห่งอดีต
"คุณพาทิศ..." เสียงนุ่มนวลของเธอเอ่ยขึ้นแผ่วเบา "คุณแบกรับความผิดของคนทั้งโลกไว้บนบ่าไม่ได้หรอกนะคะ... เอ๊ย ไม่ใช่... หมายถึง คุณแบกมันไว้ไม่ได้หรอกครับ" เธอเผลอหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมาแก้เก้อเมื่อเกือบจะใช้คำพูดติดปาก ทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อย "คุณไม่ได้ผิดที่เชื่อวิทยาศาสตร์ แต่คุณผิดที่ลืมไปว่า... เบื้องหลังหลักฐานทุกชิ้น มันคือชีวิตของมนุษย์ที่มีหัวใจและความเจ็บปวด"
ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและซับซ้อนกำลังก่อตัวขึ้นในอก มันคือความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ปฏิเสธไม่ได้ระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละขั้วของศาสตร์แห่งความจริง
ก่อนที่บทสนทนาอันเปราะบางนี้จะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของผมก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ สารวัตรธนาโทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"หมอพาทิศ! คุณอยู่กับคุณญาณิศาใช่ไหม รีบเปิดดูข่าวช่องด่วนเดี๋ยวนี้! มีคนส่งพัสดุประหลาดมาที่กองปราบ... และจ่าสิบเอกวิรัชเพิ่งแกะมันออกสด ๆ ร้อน ๆ ตอนนี้!"
ผมขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณดิบเตือนภัยทันที ญาณิศาผละมือออกจากมือผมอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอกลับมาเคร่งเครียดและเฉียบคมอีกครั้งในเสี้ยววินาที
"มันคืออะไร สารวัตร?" ผมกรอกเสียงลงไป
"ไม่ใช่จดหมายขู่..." เสียงของสารวัตรธนาขาดหายไปชั่วขณะด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว "แต่มันคือ 'ชิ้นส่วนอวัยวะ' ของเหยื่อรายใหม่... พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือของคุณเองเมื่อเจ็ดปีก่อน!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ•ตอนที่ 15
แผลเป็นในใจ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แพทย์นิติเวชกับนักจิตวิทยาอาชญากรผู้กุมความลับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!