พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 12

เชฟต้องสู้เพื่อร้าน

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
“ถ้าแกกล้าทำลายเคาน์เตอร์ไม้โอ๊คตัวนี้แม้แต่รอยขีดข่วนเดียว ต่อให้เป็นบอสเลเวลเก้าสิบ ฉันก็จะสับแกทำเป็นวัตถุดิบใส่หม้อน้ำซุปให้จงได้!” เสียงตะโกนของผมดังลั่นร้านท่ามกลางกลิ่นไหม้ของเนื้อไม้ที่ถูกไอพลังเวทมืดกัดกร่อน ผมกระชับด้ามมีดเชฟเหล็กกล้าชั้นดีในมือแน่น ฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อแต่สายตาของผมกลับจับจ้องไปยัง 'อัศวินเกราะดำ' ที่บุกเข้ามาพังประตูร้านในยามวิกาลอย่างไร้เหตุผล มันไม่ใช่ลูกค้าที่หิวโหย แต่มันคือหน่วยล่าสังหารจากสมาคมดันเจี้ยนชั้นนอกที่มองว่าการเปิดร้านอาหารในเขตอันตรายแบบนี้เป็นเรื่องผิดกฎ ลูน่าที่ลอยตัวอยู่ข้างหลังผมสั่นเทา เธอไม่ใช่ภูติดันเจี้ยนที่ขี้ขลาด แต่เธอกำลังโกรธ “คิน! พวกมันพยายามจะทำลายเตาอบโบราณของเธอ! ไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่พวกนี้ไม่รู้หรือไงว่านั่นคือสมบัติชิ้นเดียวที่ทำให้อาหารเราอร่อย!” อัศวินในชุดเกราะหนาหนักคำรามลั่น มันเหวี่ยงดาบยักษ์ฟาดลงมากลางร้าน ผมขยับตัวตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่ในฐานะนักรบ แต่ในฐานะเชฟที่ปกป้องอุปกรณ์ทำครัว ผมก้าวสไลด์เท้าเหมือนตอนกำลังผัดข้าวในกระทะเหล็ก เอี้ยวตัวหลบคมดาบที่พุ่งลงมาเฉียดจมูกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงลมจากดาบทำให้ผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดของผมสะบัดพลิ้ว ผมพุ่งตัวเข้าหามันโดยใช้เทคนิคการหั่นเนื้อสะโพกมอนสเตอร์ที่ผมฝึกฝนมาเป็นพันครั้ง มีดเชฟในมือผมหมุนพลิกอย่างแม่นยำ ผมไม่ได้เล็งไปที่จุดตายของมัน แต่เล็งไปที่ข้อต่อเกราะที่เชื่อมต่อกันอยู่ ความแม่นยำระดับเชฟมิชลินทำให้ผมแทงมีดเข้าที่ช่องว่างระหว่างแผ่นเกราะตรงไหล่ได้อย่างพอดีเป๊ะ *เคร้ง!* แรงสะเทือนส่งผ่านคมมีดเข้าสู่แขนของผมจนรู้สึกชา แต่นั่นทำให้การเคลื่อนไหวของอัศวินชะงักไปครู่หนึ่ง มันก้าวถอยหลังด้วยความตกตะลึง “แก... แกเป็นแค่พ่อค้าธรรมดาไม่ใช่หรือไง!” “พ่อค้าก็คือเชฟ และเชฟคือผู้ปกป้องจานอาหารของลูกค้า” ผมพูดพลางกระตุกยิ้มมุมปาก “และจานอาหารที่สำคัญที่สุด ก็คือร้านที่ให้กำเนิดรสชาตินั้นยังไงล่ะครับ” ลูน่าอาศัยจังหวะที่มันชะงัก ร่ายเวทมนตร์จากหยดน้ำซุปเข้มข้นที่ผมเตรียมไว้ในหม้อสต็อก มันเป็นเวทมนตร์ที่ไม่ได้เน้นความรุนแรง แต่เน้นการ ‘ยึดติด’ ละอองน้ำซุปที่เหนียวข้นราวกับซอสเกรวี่พุ่งเข้าจับตัวอัศวินเกราะดำจนมันขยับเขยื้อนไม่ได้ มันพยายามสะบัดตัวแต่ยิ่งสะบัดก็ยิ่งติดหนึบเหมือนคนกำลังจมลงไปในก้นหม้อต้มยักษ์ ผมไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ ผมรวบรวมแรงทั้งหมดเหวี่ยงกระทะเหล็กใบใหญ่ที่เตรียมไว้สำหรับทอดเทมปุระฟาดเข้าที่หมวกเกราะของมันเต็มแรง เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วโถงดันเจี้ยน อัศวินผู้น่าสงสารทรุดฮวบลงกับพื้น ร้านที่เคยสงบสุขของผมตอนนี้กลายเป็นสนามรบที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากอาวุธ “ลูน่า เก็บกวาดร้านด้วยครับ” ผมวางมีดลงบนเขียงอย่างใจเย็น แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ “ส่วนแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้... ดูเหมือนว่าเขาจะหิวจัดจนต้องบุกเข้ามาพังร้าน ผมว่าเราควรจัดเมนู ‘ข้าวผัดไข่สยบโทสะ’ ให้เขาซักจานดีไหมครับ?” ลูน่าบินมาเกาะไหล่ผม พลางใช้ผ้าเช็ดคราบฝุ่นออกจากไหล่ผมด้วยสีหน้ากังวล “คิน... พวกสมาคมไม่ได้มาแค่คนเดียวแน่ๆ ถ้าพวกมันส่งหน่วยล่าสังหารระดับสูงกว่านี้มาล่ะ? เราจะสู้ด้วยมีดทำครัวไปได้อีกนานแค่ไหน?” ผมหันไปมองประตูที่พังยับเยิน ลมจากดันเจี้ยนพัดพาเอาความเย็นยะเยือกเข้ามา ผมรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ใหญ่กว่านั้น แต่ความมั่นใจในฝีมือการทำอาหารของผมมันบอกว่า ต่อให้ศัตรูจะเป็นกองทัพ แต่ถ้ามันยังเดินเข้ามาในร้านอาหารของผม มันก็คือ 'ลูกค้า' ที่ต้องลิ้มรสชาติที่ผมรังสรรค์ขึ้น ในขณะที่ผมกำลังจะก้มลงเก็บเศษกระเบื้องที่แตกกระจายอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นมาจากหน้าประตู มันไม่ใช่ฝีเท้าของอัศวินเกราะดำที่ผมเพิ่งจัดการไป แต่มันคือเสียงลากของหนักบางอย่างที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด เงาร่างมหึมาทอดตัวยาวเข้ามาในร้าน แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันในร้านทำหน้าที่เป็นเพียงตัวเผยให้เห็นปลายรองเท้าบูทหนังมังกรที่ผมจำได้แม่นยำว่าเป็นของใคร ผมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ "กอร์กอน... ท่านมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้?" ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทของราชาปีศาจกอร์กอนก้าวเข้ามาในร้าน มือข้างหนึ่งของเขาถือถุงหนังขนาดใหญ่ที่เปื้อนเลือดสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นของที่เพิ่งล่ามาสดๆ ร้อนๆ เขาไม่ได้มองอัศวินที่นอนกองอยู่บนพื้นแม้แต่น้อย สายตาของเขามุ่งตรงมาที่ผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในร้านเย็นวาบไปถึงกระดูก "ข้าได้ข่าวว่าวันนี้ร้านของเจ้ามี ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ บุกเข้ามา" กอร์กอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจ เขาโยนถุงหนังลงบนโต๊ะไม้ที่ยังเหลืออยู่ แรงกระแทกทำให้โต๊ะสั่นสะเทือนจนผมนึกห่วงว่ามันจะพังลงมา "ข้าเลยนำ ‘วัตถุดิบ’ ที่น่าจะเหมาะกับเมนูพิเศษมาฝาก... หรือเจ้าจะบอกว่าวันนี้ร้านของเจ้าไม่มีอารมณ์จะทำอาหารให้กับ ‘ราชา’ ผู้นี้กันล่ะ?" ผมมองถุงหนังนั้นแล้วกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะกลิ่นคาวเลือดที่โชยออกมาจากข้างในนั้น มันไม่ใช่เลือดของมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันคือเลือดของสัตว์อสูรระดับตำนานที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในระยะประชิดขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่แค่การนำวัตถุดิบมาให้ แต่เป็นการประกาศท้าทายผ่านเมนูอาหารที่ผมต้องเป็นคนรังสรรค์ให้ดีที่สุด มิเช่นนั้น... ร้านนี้อาจจะไม่ใช่แค่พังเพราะอัศวิน แต่มันอาจหายไปจากดันเจี้ยนด้วยน้ำมือของลูกค้าคนสำคัญที่สุดคนนี้เอง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับรสชาติแห่งความโกลาหลในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%