พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 11

ปิดร้านหนีฝูงมอนสเตอร์

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
“วางกระทะลง แล้วหยิบมีดเล่มที่คมที่สุดออกมา ลูน่า... คืนนี้เราไม่ได้มาเปิดร้านเพื่อเสิร์ฟอาหาร แต่เรามาเพื่อเอาชีวิตรอด” ผมเอ่ยเสียงเรียบ ท่ามกลางเสียงโครมครามที่ดังสะท้านมาจากโถงทางเดินชั้นที่สี่ ผนังหินแกรนิตของดันเจี้ยนสั่นไหวจนเครื่องปรุงที่เรียงรายอยู่บนชั้นวางขยับเขยื้อน ลูน่าที่ปกติมักจะทำตัวร่าเริงและจ้องมองแต่เมนูเด็ด บัดนี้เธอกลับลอยตัวนิ่งสนิท ดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างร้านที่ทำจากกระจกเวทมนตร์ด้วยแววตาที่เคร่งขรึมผิดปกติ “คิน... กลิ่นอายของพวกมันไม่ใช่แค่ ‘ฝูง’ แล้วค่ะ... ไม่สิ ข้าหมายถึง... ไม่ใช่แค่ฝูงแล้ว คิน” ลูน่าแก้คำพูดอย่างลนลานขณะบินวนรอบตัวผม “มันคือการอพยพครั้งใหญ่! ราวกับว่ามีบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากอร์กอนกำลังไล่ล่าพวกมันอยู่เบื้องหลัง!” ผมขยับเนคไทผ้ากันเปื้อนให้กระชับ ดันเจี้ยนชั้นต้นปกติควรจะเป็นที่หลบภัยของมอนสเตอร์ระดับต่ำ แต่สิ่งที่ผมเห็นผ่านกระจกไม่ใช่กอปลินหรือสไลม์ธรรมดา แต่มันคือฝูงสัตว์ร้ายระดับกลางที่กำลังแตกตื่นจนเหยียบกันตาย พวกมันวิ่งทะลุผ่านประตูร้านของผมไปราวกับลมพายุ โชคดีที่ค่ายกลอาคมที่ผมติดไว้หน้าประตูยังคงทำงานได้ดี แต่มันก็เริ่มมีรอยร้าว “ลูน่า ปิดสวิตช์ระบบไฟในร้าน เก็บของมีค่าเข้ามิติเก็บของให้หมด เราจะใช้แผน 'ข้าวผัดไข่จานด่วน' ในการตีฝ่าวงล้อม” ผมหยิบกระทะเหล็กคู่ใจขึ้นมา กลิ่นของเครื่องเทศที่เข้มข้นจากการผัดครั้งล่าสุดยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความตายที่รอวันปะทุ “จะบ้าหรือไงคิน! ถ้าเราออกไปตอนนี้ เราจะโดนพวกมันเหยียบจมดินตายเอาได้นะ!” “ถ้าไม่ออกตอนนี้ เราจะโดนซากร้านทับตายแทนไงครับ” ผมหันไปส่งยิ้มให้เธอ เป็นยิ้มที่แม้แต่ผมเองก็ยังไม่มั่นใจ แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ลูน่าหยุดสั่นได้ ภายนอกร้าน ความวุ่นวายถึงขีดสุด เสียงคำรามของสัตว์ร้ายผสมปนเปกับเสียงแตกหักของหินในดันเจี้ยน ราวกับโลกกำลังวิบัติ ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็ทำให้เพดานร้านถล่มลงมาส่วนหนึ่ง ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว ผมคว้าตัวลูน่าเข้ามาหลบหลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊คหนาในวินาทีที่กรงเล็บขนาดมหึมาฟาดผ่านเพดานลงมาทำลายเตาแก๊สหลักของผมจนเละเทะ ผมมองดูเตาที่พังพินาศด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ในฐานะเชฟ นี่คือการดูหมิ่นกันอย่างรุนแรง แต่ในฐานะพ่อค้า... ผมต้องฉวยโอกาส “ลูน่า เตรียมผงรสเผ็ดจัดจ้านที่ผมทำไว้เมื่อวานออกมา” ผมกระซิบ “จะเอาไปทำอะไรคะ?” “เราจะเปลี่ยนบรรยากาศในโถงทางเดินนี้ให้กลายเป็น ‘กระทะยักษ์’ ครับ” ผมก้าวออกจากเคาน์เตอร์ ท่ามกลางซากปรักหักพัง มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายหมาป่าเพลิงตัวใหญ่ยักษ์กำลังยืนจ้องมองมาที่ผม มันหอบหายใจแรง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นไอของเวทมนตร์มืดลอยมาแตะจมูก ผมไม่รอช้า ซัดผงรสเผ็ดที่ปรุงจากรากต้นปีศาจลงบนพื้นหินที่กำลังร้อนจัดจากการปะทะของเวทมนตร์เมื่อครู่ กลิ่นฉุนรุนแรงกระจายออกไปดุจละอองก๊าซพิษ ฝูงมอนสเตอร์ที่แตกตื่นอยู่หน้าประตูต่างพากันจามและเสียหลักล้มระเนระนาด จังหวะที่พวกมันกำลังชะงัก ผมก็คว้ากระทะเหล็กขึ้นมา เหวี่ยงมันออกไปเหมือนจานร่อนที่เคลือบด้วยพลังเวทมนตร์แห่งรสชาติ มันกระแทกเข้ากับหน้าผากของหมาป่าเพลิงอย่างจัง ก่อนจะเด้งกลับมาหาผมด้วยความแม่นยำราวกับมีดวงตาติดอยู่ “ไปกันได้แล้ว!” ผมตะโกนพลางคว้ามือลูน่า วิ่งฝ่ากลุ่มมอนสเตอร์ที่กำลังโกลาหล พวกมันไม่ได้สนใจจะล่าผมแล้ว พวกมันเพียงแค่ต้องการหนี... หนีจากสิ่งที่กำลังไล่ล่าพวกมันมาจากด้านหลัง ผมวิ่งไปตามทางเดินที่มืดมิดของชั้นที่สาม หอบหายใจอย่างหนักจนแสบคอ แสงสว่างจากผลึกคริสตัลบนผนังเริ่มดับลงทีละดวงๆ ตามเส้นทางที่ผมวิ่งผ่าน เสียงคำรามที่ผมคิดว่าดังที่สุดเมื่อครู่ กลับกลายเป็นเสียง ‘คราง’ แผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเหล่ามอนสเตอร์ เราหยุดพักที่ทางแยก ผมหอบหายใจพลางเช็ดเหงื่อ ลูน่าที่เกาะไหล่ผมอยู่ค่อยๆ รวบรวมแสงสว่างจางๆ ออกมาจากปลายนิ้ว “คิน... ข้าว่าเราหนีไม่พ้นหรอก” ลูน่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “เจ้าไม่ได้ยินเหรอ? เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นนั่น... มันไม่ได้เดินมาแบบสัตว์ร้าย แต่มันเดินมาเหมือน... ผู้ล่าที่กำลังเดินตรวจตราอาณาเขตของตัวเอง” ผมชะงัก มือที่ถือกระทะนิ่งค้าง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วพื้นที่รอบข้าง ไม่มีเสียงฝูงมอนสเตอร์ ไม่มีเสียงก้อนหินถล่ม มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาใกล้ตามจังหวะชีพจรของผม ตึก... ตึก... ตึก... มันหยุดลงตรงหัวมุมของทางเดิน ผมหันไปเผชิญหน้ากับความมืดมิดนั้น ลูน่าชูแสงไฟขึ้นสูง แสงนั้นสะท้อนให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่คุ้นตา บนบ่าของเขามีรอยขีดข่วนจากอาวุธระดับตำนาน และในมือของเขาไม่ได้ถือดาบ หรือหอก แต่ถือ 'เมนูอาหาร' ที่ยับยู่ยี่ซึ่งผมเคยเขียนมอบให้เขาก่อนหน้านี้ “รสชาติ... ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยบอกว่า ข้าวผัดไข่จานนี้ ถ้ากินตอนที่กำลังตื่นเต้นที่สุด จะอร่อยขึ้นสามเท่า” เสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์ของราชาปีศาจกอร์กอนเอ่ยขึ้น เขาก้าวพ้นจากความมืด ใบหน้าของเขามีบาดแผลสดใหม่ แต่ดวงตากลับจับจ้องมาที่ผมด้วยความกระหายที่ต่างไปจากเดิม “เจ้าเปิดร้านหนีข้าอย่างนั้นรึ คิน? แต่ดูเหมือนวันนี้... ข้าไม่ได้มาเพื่อสั่งอาหารหรอกนะ” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรสชาติแห่งความโกลาหลในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%