“ใครบังอาจมาสั่งให้ ‘เชฟของข้า’ หยุดทำอาหาร... คงเบื่อชีวิตกันแล้วสินะ?”
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลังไม่ได้มาจากคิน แต่มาจาก ‘ก๊อบลินเชฟ’ ร่างยักษ์สูงสองเมตรที่สวมผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง มันยืนตระหง่านอยู่หลังเคาน์เตอร์หินขัดเงา นัยน์ตาสีเหลืองอำพันจ้องเขม็งมาที่คินด้วยแววตาเหยียดหยาม ในมือของมันถือมีดแล่เนื้อที่ตีขึ้นจากกระดูกมังกรดำ
คินกระชับด้ามตะหลิวเหล็กกล้าในมือแน่น ความชื้นจากเหงื่อทำให้ถุงมือหนังลื่นเล็กน้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของดันเจี้ยนชั้นที่ 15 ที่ผสมปนเประหว่างกลิ่นกำมะถันและกลิ่นเครื่องเทศหายากอบอวลอยู่ในอากาศ ลูน่าที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขาสั่นสะท้านจนปีกโปร่งแสงส่งเสียงหวีดหวิวเบาๆ
“ดูนั่นสิ คิน... เจ้านั่นมันกำลังเตรียม ‘ซุปวิญญาณแค้น’ อยู่ กลิ่นมันแรงจนข้าแทบจะละลายหายไปแล้วนะ!” ลูน่ากระซิบข้างหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
คินยิ้มมุมปาก เขาไม่สนใจแรงกดดันมหาศาลที่ก๊อบลินตัวนั้นแผ่ออกมา เขาสังเกตเห็นไอน้ำที่พุ่งขึ้นจากหม้อทองแดงเบื้องหน้าศัตรู มันคือการปรุงอาหารที่อาศัย ‘มานา’ เป็นเชื้อเพลิง ไม่ใช่แค่ความร้อนจากไฟปกติ
“ซุปงั้นหรือ?” คินแค่นหัวเราะพลางวางเขียงไม้ลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค “ใช้มานาเป็นเครื่องปรุงน่ะไม่ผิดหรอก แต่ลืมหลักการพื้นฐานไปหรือเปล่าว่า ‘ความรัก’ ในการปรุงคือสิ่งที่ทำให้มอนสเตอร์อย่างพวกแกเลิกกินกันเองได้น่ะ”
ก๊อบลินเชฟกระชากมีดลงบนเขียงเสียงดังสนั่น ‘ปัง!’ รอยแยกปรากฏขึ้นบนพื้นหิน “อาหารคืออำนาจ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์ลิ้มรสความอร่อย ส่วนผู้แพ้... ก็เป็นได้แค่วัตถุดิบในหม้อของข้า!”
กติกาถูกกำหนดขึ้นท่ามกลางสายตาของมอนสเตอร์นับร้อยที่รายล้อมรอบร้านอาหารชั่วคราวกลางดันเจี้ยน ก๊อบลินเชฟเลือก ‘เนื้อราชาออร์ค’ เป็นวัตถุดิบหลัก ส่วนคินเลือก ‘ไข่ไก่เกรดพรีเมียมจากเล้าภูต’ และ ‘ต้นหอมยักษ์’ ที่เขาพกติดตัวมา
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ทันทีที่เริ่มการแข่งขัน เสียงเดียวที่เหลืออยู่คือเสียงสับมีดที่รวดเร็วดั่งพายุของก๊อบลินเชฟ และเสียง ‘ฉ่า’ ที่นุ่มนวลเมื่อกระทะเหล็กของคินสัมผัสกับน้ำมันหมูชั้นดี
คินขยับตัวอย่างพลิ้วไหว ราวกับกำลังเต้นรำไปพร้อมกับเปลวไฟ ทุกจังหวะที่เขาโยนกระทะขึ้น ข้าวผัดในนั้นก็สะบัดตัวราวกับมีชีวิต เขาไม่เพียงแต่ใช้ไฟในการคั่ว แต่เขายังถ่ายเทมานาอ่อนๆ เข้าไปในเม็ดข้าว เพื่อให้มันดูดซับรสชาติของซอสลับที่เขาเพิ่งหมักไว้
“ทำไมถึงทำแบบนั้น?” ลูน่าถามพลางคอยคุมอุณหภูมิ “มานาของเจ้ากำลังจะหมดแล้วนะ ถ้าคุมจังหวะไม่ดี ข้าวจะไหม้กลายเป็นถ่านเอานะครับ!”
“เชื่อมือข้าสิ ลูน่า” คินตอบโดยไม่ละสายตาจากกระทะ “อาหารไม่ได้มีไว้แค่กินให้อิ่ม แต่มันมีไว้เพื่อสื่อสารกับหัวใจ... แม้แต่กับเจ้าก๊อบลินนั่นก็ตาม”
เมื่อนาฬิกาทรายทรายเม็ดสุดท้ายร่วงหล่นลงสู่ด้านล่าง เสียงกริ๊งเบาๆ ของกระดิ่งที่หน้าร้านก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณหมดเวลา กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยเมตรจนพวกมอนสเตอร์ที่หิวโหยเริ่มครางฮือ
ก๊อบลินเชฟนำเสนอ ‘สเต็กราชาออร์คซอสเลือดมังกร’ จานอาหารของมันมีไอร้อนพุ่งออกมาเป็นรูปหัวกะโหลก ดูดุดันและทรงพลัง คินนำเสนอ ‘ข้าวผัดไข่ทองคำ’ ที่เม็ดข้าวนวลเนียนเปล่งประกายสีทองราวกับมีแสงสว่างออกมาจากข้างใน
กอร์กอน ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ก้าวออกมาจากเงามืด มันสวมชุดคลุมกำมะหยี่สีดำสนิท ใบหน้าอันน่าเกรงขามจ้องมองจานอาหารทั้งสองอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหยิบช้อนเงินขึ้นมาแล้วตักซุปของก๊อบลินเข้าปาก
บรรยากาศเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจของคินเต้นรัว กอร์กอนเคี้ยวช้าๆ สีหน้าของมันเรียบเฉย จนกระทั่งมันหันมาหาคินแล้วตักข้าวผัดไข่เข้าปากบ้าง
วินาทีนั้น ดวงตาของราชาปีศาจเบิกกว้างขึ้น กลิ่นอายคุกคามที่เคยแผ่ซ่านมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับ ‘บ้าน’ ความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับพันปีในดันเจี้ยนแห่งนี้เอ่อล้นออกมา
“เจ้าใส่สิ่งใดลงไปในนี้...” เสียงของกอร์กอนสั่นเครือ “มันไม่ใช่แค่มานา... แต่มันคือ ‘ความหวัง’ งั้นหรือ?”
ก๊อบลินเชฟหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นราชาปีศาจวางช้อนลงแล้วเดินตรงมาหาคิน มันเตรียมจะคว้ามีดขึ้นมาจัดการผู้ท้าชิงที่ทำให้มันอับอาย แต่ทว่า... กอร์กอนกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ และใช้นิ้วชี้ไปที่คินแทน
“ข้าตัดสินแล้ว” ราชาปีศาจกล่าว “แต่สิ่งที่เจ้าต้องทำต่อไป ไม่ใช่การเอาชนะมัน...”
กอร์กอนหยิบม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าโยนลงบนโต๊ะหน้าคิน มันคือแผนที่ที่นำไปสู่ ‘เตาหลอมนิรันดร์’ ซึ่งเป็นตำนานที่ไม่มีใครเคยไปถึง
“ถ้าเจ้าสามารถทำเมนูที่ทำให้อดีตผู้กล้าที่ถูกขังอยู่ในชั้นที่ 50 ยอมละทิ้งดาบได้... ข้าจะยอมปล่อยเจ้าออกจากดันเจี้ยนนี้พร้อมกับสมบัติทั้งหมดของข้า”
คินมองม้วนคัมภีร์นั้นด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะนี่คือบททดสอบที่เขาโหยหามาตลอด ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นมาจากชั้นล่างสุด ราวกับมีบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลเพราะกลิ่นหอมของข้าวผัดจานนี้
ก๊อบลินเชฟล้มลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวพลางตะโกนขึ้นมาว่า “สายไปแล้ว! กลิ่นอาหารของเจ้า... มันปลุก ‘จอมมารลำดับที่หนึ่ง’ ให้ตื่นขึ้นมาแล้ว!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยนในตอนนี้นะครับ
พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 7
ศึกท้าดวลกับก๊อบลินเชฟ
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!