"เมนูนี้... แกไปเอาสูตรมาจากไหน"
เสียงนั้นไม่ได้แหบพร่าเหมือนปีศาจที่ผมเคยเจอ แต่มันกังวานและเยือกเย็นราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนกระดูกสันหลัง ผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังเคาน์เตอร์ที่พังยับเยิน เศษไม้และคราบซอสพริกหม่าล่ากระเด็นไปทั่วร้าน กลิ่นไหม้ของควันไฟผสมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ลอยอบอวลในอากาศกลับกลายเป็นความเงียบสงัดที่กดดันยิ่งกว่าพายุ
ชายตรงหน้า—กอร์กอนในร่างหนุ่มน้อยไร้คำสาป—กำลังก้มมองสมุดเมนูที่เปิดค้างไว้ที่หน้า 'ข้าวผัดไข่จักรพรรดิมังกร' มือของเขาที่เคยหยาบกร้านจากการถือดาบ กลับสั่นระริกเมื่อลูบไล้ไปตามลายเส้นที่ผมเขียนกำกับไว้ด้วยปากกาหมึกซึมเล่มโปรด
"สูตรนั้น... ผมเป็นคนคิดเองครับ" ผมพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น แม้เหงื่อเย็นจะไหลซึมลงหลังคอ "และผมมั่นใจว่า ในช่วงเวลานี้ของไทม์ไลน์ ยังไม่มีใครในดันเจี้ยนชั้นที่ 50 รู้จักมันด้วยซ้ำ"
ลูน่า ภูติดันเจี้ยนตัวจ้อยที่ปกติมักจะร่าเริงจนน่าปวดหัว ตอนนี้เธอกำลังกอดหม้อด้ามเล็กซ่อนตัวอยู่หลังถังแป้ง ดวงตากลมโตของเธอจ้องเขม็งไปที่กอร์กอนด้วยความหวาดระแวง เธอไม่ได้หิวโหยเหมือนทุกครั้ง แต่เธอกำลังสั่น เธอสัมผัสได้ถึง 'พลังงานบางอย่าง' ที่ไหลเวียนอยู่ในเมนูเล่มนั้น
กอร์กอนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนสีจากสีทองอำพันเป็นสีแดงฉานวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ "คิดเอง? งั้นรึ..." เขาแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่ดูน่าเวทนาและอำมหิตในเวลาเดียวกัน "งั้นแกก็คงเป็น 'คนนั้น' จริงๆ สินะ"
โครม!
จู่ๆ ผนังด้านข้างของร้านที่ถูกเวทมนตร์ของกอร์กอนซัดจนพังทลายลงมาอีกรอบ แรงสั่นสะเทือนทำให้อุปกรณ์ครัวที่เหลืออยู่ร่วงกราวลงพื้น ผมต้องคว้าตัวลูน่าเข้ามาในอ้อมแขนแล้วกระโดดหลบเศษหินที่พุ่งเข้ามาเป็นห่าฝน สถานการณ์ตรงหน้ามันไม่ใช่แค่การทะเลาะวิวาท แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความจริงที่ผมยังไม่พร้อมจะรับมือ
"ถ้าแกจะฆ่าผม ก็เชิญครับ" ผมวางลูน่าลงแล้วลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นออกจากผ้ากันเปื้อน สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจในฐานะเชฟคืนมา "แต่ก่อนจะฆ่า ช่วยสั่งอาหารมาก่อนได้ไหม? ร้านผมอาจจะเละเทะไปบ้าง แต่เตาแก๊สอาคมของผมยังใช้งานได้ดี และผมสาบานว่ารสชาติที่แกจะได้รับวันนี้ จะเป็นรสชาติที่ทำให้แกนึกถึงสิ่งที่ลืมไปแล้ว"
กอร์กอนชะงัก ฝ่ามือที่เกร็งแน่นค่อยๆ คลายออก เขาไม่ได้โจมตีต่อ แต่กลับหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เหลือเพียงขาเดียวท่ามกลางซากปรักหักพัง
"ทำมา" เขาพูดสั้นๆ "ถ้าไม่อร่อยเหมือนในสมุดบันทึกเล่มนี้ ข้าจะเปลี่ยนร้านของแกให้กลายเป็นสุสานถาวร"
ผมพยักหน้าให้ลูน่า เธอเข้าใจหน้าที่ทันทีแม้จะยังกลัวอยู่ เธอเริ่มหยิบวัตถุดิบที่ยังเหลือรอดจากใต้ซากปรักหักพังออกมา ดราก้อนเอ้กที่หมักสมุนไพรไว้ ข้าวหอมมะลิจากดันเจี้ยนชั้นล่างที่หุงด้วยน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ผมเริ่มลงมือทำอาหารด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดที่มี เสียงตะหลิวกระทบกระทะดังขึ้นแทนที่เสียงระเบิด เสียงของความร้อนที่กระทบกับไข่ไก่จนฟูฟ่องส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วอาณาเขต
ทุกจังหวะการผัดคือการสื่อสาร ทุกเม็ดข้าวที่เคลือบด้วยน้ำมันพริกคือความตั้งใจ ผมกำลังปรุงอาหารให้คนที่ถือสูตรอาหารของผมในอนาคต นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน? แต่ในฐานะเชฟ ผมไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถามกับลูกค้า
เมื่อจานข้าวผัดไข่ถูกวางลงตรงหน้ากอร์กอน ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง เขาไม่ได้รีบทาน แต่เขามองมันราวกับมองเห็นภาพย้อนอดีตหรือความทรงจำที่หายไป
"รสชาตินี้..." เขาตักข้าวเข้าปาก คำแรกที่ผ่านลิ้นทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น "รสชาติของบ้านที่ข้าเคยทิ้งมันไว้ในนรก"
เขากินมันด้วยท่าทางที่ดูโหยหา ราวกับไม่ใช่บอสใหญ่ที่ต้องการทำลายดันเจี้ยน แต่เป็นชายผู้โดดเดี่ยวที่หิวโหยมานานแสนนาน
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังเคี้ยวอย่างตั้งใจ พื้นดินใต้เท้าของเขากลับสั่นไหวอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม อักขระเวทมนตร์สีดำปรากฏขึ้นที่ข้อมือของกอร์กอน ราวกับมีโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นกระชากเขากลับไปสู่ความมืดมิดที่เขาเพิ่งหนีมา
"ไม่... ข้ายังกินไม่เสร็จ..." เขาคำรามเสียงต่ำ เส้นเลือดที่คอโปนขึ้นจนน่ากลัว
ผมรีบวิ่งเข้าไปหมายจะช่วยพยุง แต่กอร์กอนกลับสะบัดมือออก แสงสีดำทะลักออกมาจากอกของเขา กระแทกผมจนกระเด็นไปติดผนังที่ยังเหลืออยู่ ลูน่ากรีดร้องด้วยความตกใจ ขณะที่ร่างของกอร์กอนเริ่มบิดเบี้ยวและแตกสลายเหมือนกระจกที่ถูกทุบ
"คิน!" ลูน่าตะโกนเรียกผม "ดูนั่น! เมนูนั่นกำลังเปลี่ยนไป!"
ผมหันไปมองสมุดเมนูที่กอร์กอนทำตกไว้บนพื้น หน้ากระดาษที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ มีตัวหนังสือปรากฏขึ้นมาใหม่ด้วยหมึกสีแดงสดราวกับเลือด มันไม่ได้เขียนวิธีทำข้าวผัด แต่มันเขียนชื่อของผม... พร้อมกับวันตายของผมที่ประทับตราไว้ในอีก 3 วันข้างหน้า
กอร์กอนมองมาที่ผมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนร่างของเขาจะสลายกลายเป็นละอองสีดำสนิท ทิ้งไว้เพียงสมุดเล่มนั้นที่เปิดหน้าสุดท้ายค้างไว้
มันไม่ใช่หน้าของเมนูอาหาร แต่มันคือภาพสเก็ตช์ของผมเอง ที่กำลังยืนทำอาหารอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมไม่เคยไป... และข้างหลังผม มีเงาของกอร์กอนที่สวมชุดเกราะเต็มยศ กำลังถือมีดจ่อที่ลำคอของผมอยู่
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนดังขึ้นที่หน้าประตูร้านที่พังพินาศ ผมเงยหน้าขึ้นมองด้วยใจที่หล่นวูบ ไม่ใช่ฮันเตอร์กิลด์มืด แต่เป็นกลุ่มคนในชุดสีขาวสะอาดตาที่เป็นสัญลักษณ์ของ 'สมาคมผู้พิทักษ์ดันเจี้ยน' ที่นำโดยชายผู้ที่ผมรู้จักดีที่สุดในฐานะ... พ่อของผมเอง
"คิน... เจ้าทำอะไรลงไป" เสียงของพ่อเย็นเยียบจนผมแทบหยุดหายใจ "สิ่งที่เจ้าเพิ่งเรียกออกมาน่ะ ไม่ใช่แค่บอส แต่มันคือจุดจบของดันเจี้ยนชั้นที่ 50 ทั้งหมด"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยนจนถึงตอนนี้นะครับครับ
พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 27
ครัวแตกแต่ใจไม่แตก
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!