พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 48

มื้ออาหารก่อนสงคราม

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยาวตัวนั้น ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่าเกรงข้ามเหมือนตอนที่เขาเหยียบย่างเข้ามาในชั้นที่หกสิบห้าครั้งแรก มันกลับกลายเป็นเสียงก้องกังวานที่ผสมผสานกับเสียงเดือดปุดๆ ของน้ำซุปกระดูกมอนสเตอร์เคี่ยวไฟอ่อนในหม้อดินเผาขนาดใหญ่ รังสีอำมหิตระดับราชาปีศาจที่เคยแผ่พุ่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกระเทียมเจียวและซีอิ๊วดำฉ่ำไฟ "เจ้ามนุษย์... ข้าชักจะไม่แน่ใจเสียแล้วว่า ข้ามาที่นี่เพื่อจะปลิดชีพพวกเจ้า หรือเพื่อมาแย่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งนี้กันแน่" ราชาปีศาจกอร์กอนเอ่ยขึ้น ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองตะหลิวในมือของผมที่กำลังตวัดข้าวสวยเม็ดร่วนลงไปในกระทะเหล็กหล่อ เสียงฉ่าของน้ำมันหมูผสมไข่ไก่สดสีส้มจัดดังขึ้นกลบความตึงเครียดของสงครามที่กำลังจะอุบัติในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า รอบตัวพวกเราคือเหล่าฮันเตอร์ระดับท็อปของกิลด์ และบรรดานายกองปีศาจที่ยืนหน้าตึงกันคนละมุมห้อง แต่ไม่มีใครกล้าชักอาวุธออกมาสักคน... เพราะกลิ่นหอมของข้าวผัดไข่สูตรลับดันเจี้ยนชั้นลึก มันทรงพลังกว่ากฎระเบียบใดๆ ในโลก ผมเหลือบตามองกอร์กอนผ่านกลุ่มควันสีขาวที่ลอยกรุ่น พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปากตามประสาพ่อค้าผู้เจนจัดสนามรบ "ลูกค้าพูดแบบนี้ ผมในฐานะพ่อค้าก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยครับท่านกอร์กอน อย่างน้อยๆ เมนู 'ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์' จานนี้ ก็คงทำให้ท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า มื้อสุดท้ายก่อนโลกจะแตก... ควรจะเลือกฝากท้องไว้กับเชฟมือหนึ่งคนนี้ หรือจะไปกินน้ำตาตัวเองบนสนามรบ" ลูน่า ภูติดันเจี้ยนสาวร่างเล็กที่ลอยตัวอยู่เหนือไหล่ผม ส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ พลางใช้มือเล็กๆ เช็ดน้ำลายที่มุมปาก "คิน! ข้าวไหม้แล้ว! นั่นไข่แดงของเบฮีมอธนะ ถ้ารสชาติเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว ฉันจะหักเงินเดือนนายจริงๆ ด้วย!" "ใจเย็นน่าลูน่า เชฟระดับ Best Seller ไม่เคยทำอะไรพลาดหรอกครับ... โดยเฉพาะเรื่องเงินๆ ทองๆ และความอร่อย" ผมหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสะบัดกระทะครั้งสุดท้าย ส่งเปลวไฟสีส้มลุกพรึบขึ้นท่วมวัตถุดิบเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมควันกระทะ (Wok Hei) ที่สมบูรณ์แบบ ตักใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียดและพริกไทยดำป่นสดๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงกว้างจนแม้แต่ทหารปีศาจที่ยืนถือหอกยังต้องกลืนน้ำลายเอื้อมคอ จานแรกถูกวางลงตรงหน้ากอร์กอนอย่างนอบน้อม ราวกับเราเป็นมิตรสหายที่นั่งดื่มเหล้ากันในโรงเตี๊ยม มากกว่าจะเป็นคู่สงครามที่ต้องห้ำหั่นกันจนตายไปข้างหนึ่ง ราชันแห่งความมืดนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อส้อมเงินในมือแตะโดนเม็ดข้าวที่เคลือบด้วยไข่สีทองอร่าม เขานำมันเข้าปาก... และดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รสสัมผัสแรกคือความกรอบนอกนุ่มในของข้าวที่ผัดด้วยไฟแรง ตามด้วยความหอมมันเข้มข้นของไข่เบฮีมอธที่ละลายในปาก ตัดด้วยความเผ็ดร้อนปลายลิ้นของพริกไทยดำและต้นหอมกรอบๆ มันไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือประสบการณ์ ความทรงจำ และรสชาติที่เข้มข้นราวกับชีวิตของนักรบที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน "อร่อย..." กอร์กอนพึมพำออกมาคำเดียว ดวงตาคู่นั้นทอประกายแปลกประหลาด "ข้าวผัดบ้านๆ ไร้ซึ่งเวทมนตร์โจมตีใดๆ เหตุใดจึงทำให้หัวใจของข้ามันเต้นแรงยิ่งกว่าตอนสู้รบเสียอีกเล่า?" "เพราะอาหารจานนี้ไม่ได้ทำด้วยเวทมนตร์ครับท่าน... แต่มันทำด้วย 'ความจริงใจ' ของคนอยากขายของ และความหิวโหยของคนอยากกิน" ผมยิ้มกว้าง วางจานที่เหลือให้ลูน่าและบรรดาฮันเตอร์คนอื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันบรรยากาศรอบโต๊ะอาหารเปลี่ยนไปในพริบตา ความหวาดระแวงถูกแทนที่ด้วยเสียงเคี้ยวอาหาร เสียงซดน้ำซุป และเสียงถอนหายใจด้วยความพึงพอใจจากทั้งสองฝ่าย มนุษย์และปีศาจต่างนั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน ชั่วขณะหนึ่ง สงครามและความแค้นถูกลืมเลือนไปภายใต้ควันหอมกรุ่นของมื้ออาหาร แต่ทว่า... ความสุขในดันเจี้ยน มักจะมีอายุสั้นเสมอ ในจังหวะที่กอร์กอนกำลังจะตักคำสุดท้ายเข้าปาก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาถล่มก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากทางบันไดศิลาชั้นที่หกสิบหก แรงกดดันมหาศาลชนิดที่ทำให้กอร์กอนถึงกับชะงักค้าง แววตาของราชาปีศาจแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด—ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นความประหลาดใจขั้นสุด โคมไฟเวทมนตร์บนผนังกระพริบไหวและดับลงทีละดวง ความหนาแน่นของมานาในอากาศพุ่งสูงจนหายใจไม่ออก "เป็นไปไม่ได้..." กอร์กอนพึมพำ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที "มันยังไม่ถึงเวลาตื่นไม่ใช่หรือ..." ผมวางตะหลิวลงบนเคาน์เตอร์ช้าๆ รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่น ลูน่าโผเข้ามาเกาะไหล่ผมแน่น ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวที่แม้แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจ เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นความมืดของบันไดลงมา... ร่างนั้นสวมชุดเกราะโบราณที่สลักด้วยอักขระเวทสีคราม มือถือดาบเล่มยักษ์ที่หยดเลือดสดๆ ลงบนพื้น และที่น่าตกใจที่สุดคือ ใบหน้าใต้หมวกเหล็กนั้น... มันคือใบหน้าของ "ผู้กล้าคนแรก" ที่ควรจะสูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เมื่อพันปีก่อน ร่างนั้นกวาดสายตามองโต๊ะอาหารที่มีเศษข้าวผัดเหลืออยู่ ก่อนจะหยุดสายตามาที่ผม พร้อมกับเอ่ยเสียงแหบพร่าราวกับมาจากขุมนรก "ร้านอาหารของเจ้านี่... รับทำอาหารให้ 'ศพเดินได้' อย่างข้าด้วยไหมล่ะ, พ่อค้า?" ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%